โดนกล้องตำรวจจับ ต้องทำอย่างไร? เช็กใบสั่ง จ่ายค่าปรับ และโต้แย้งให้ถูกขั้นตอน

กระทู้สนทนา

หลายคนเคยมีโมเมนต์แบบนี้เหมือนกันครับ ขับรถอยู่ดี ๆ เห็นแฟลชวาบตรงแยก หรือกลับมาถึงบ้านแล้วเจอหนังสือแจ้งใบสั่งจากกล้องจราจร จนเริ่มกังวลว่า “โดนอะไรแน่” “ต้องรีบทำยังไง” และ “ถ้าไม่ได้เป็นคนขับเองต้องทำอย่างไร” ความจริงคือ เรื่องนี้มีขั้นตอนตามกฎหมายชัดเจน และถ้าจัดการให้ถูกตั้งแต่ต้น ก็จะช่วยลดทั้งความเครียดและปัญหาตอนต่อภาษีรถในภายหลังได้มากครับ
ตามกฎหมายจราจรไทย เจ้าพนักงานจราจรสามารถออกใบสั่งได้เมื่อพบการกระทำผิดด้วยตนเอง หรือพบจาก “เครื่องอุปกรณ์” หรือวิธีอื่น ๆ ได้เช่นกัน และถ้าไม่พบตัวผู้ขับขี่ในขณะนั้น ใบสั่งอาจถูกติดไว้ที่รถ หรือส่งทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับไปยังเจ้าของรถหรือผู้ครอบครองรถตามที่อยู่ที่เกี่ยวข้องได้
สิ่งแรกที่ควรทำ เมื่อสงสัยว่าโดนกล้องตำรวจจับ



อย่างแรกเลยคือ อย่าเพิ่งตกใจ และอย่าเพิ่งปล่อยผ่าน เพราะการไม่สนใจใบสั่ง อาจทำให้เรื่องบานปลายไปถึงขั้นมีหนังสือแจ้งค้างชำระ และไปกระทบกับขั้นตอนการต่อภาษีรถประจำปีได้ในภายหลังตามกฎหมายจราจรทางบก
ขั้นตอนที่ควรทำทันทีคือ ตรวจสอบข้อมูลให้ครบก่อนว่าใบสั่งนั้นระบุอะไรบ้าง เช่น วันเวลา สถานที่ เลขทะเบียน และหน่วยงานที่ออกใบสั่ง จากนั้นค่อยเช็กข้อมูลในระบบกลางของตำรวจเพื่อดูว่าใบสั่งขึ้นจริงหรือไม่ ปัจจุบันสำนักงานตำรวจแห่งชาติมีระบบ e-Ticket สำหรับประชาชน และในแอป ทางรัฐ ก็มีบริการตรวจสอบใบสั่งจราจร พร้อมสถานะการชำระ และ QR Code สำหรับจ่ายเงินได้ รวมถึงมีเบอร์ติดต่อสถานีตำรวจที่รับผิดชอบในกรณีที่ต้องการสอบถามเพิ่มเติม



เช็กใบสั่งได้ที่ไหน
ช่องทางหลักที่เช็กได้คือระบบ ใบสั่งจราจรออนไลน์สำหรับประชาชน (e-Ticket) ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ซึ่งเปิดให้ลงทะเบียนและเข้าสู่ระบบเพื่อตรวจสอบข้อมูลใบสั่งได้โดยตรง ส่วนในแอป ทางรัฐ ระบุชัดว่าสามารถตรวจสอบใบสั่งรถยนต์และรถจักรยานยนต์ รวมถึงชำระผ่าน QR Code ได้ และหากมีข้อสงสัย สามารถติดต่อสถานีตำรวจเจ้าของเรื่องตามข้อมูลที่แสดงในแอปได้เลย
ถ้ารถเป็นชื่อเรา แต่วันนั้นเราไม่ได้ขับเอง ทำอย่างไร
จุดนี้สำคัญมาก เพราะหลายคนเข้าใจผิดว่า ถ้ารถเป็นชื่อเรา เราต้องรับผิดเสมอ ในทางกฎหมาย เมื่อมีการติดหรือส่งใบสั่งตามขั้นตอนแล้ว จะมีข้อสันนิษฐานเบื้องต้นว่าเจ้าของรถหรือผู้ครอบครองรถเป็นผู้กระทำผิด เว้นแต่ เจ้าของรถหรือผู้ครอบครองรถจะแจ้งต่อพนักงานสอบสวนภายใน 30 วันนับแต่วันที่ได้รับใบสั่งว่า มีผู้อื่นเป็นผู้ขับขี่ และผู้นั้นยอมรับว่าเป็นผู้ขับ หรือหากไม่มีใครยอมรับ เจ้าของรถซึ่งไม่ใช่นิติบุคคลต้องแสดงหลักฐานให้เชื่อได้ว่าตนไม่ได้เป็นผู้ขับขี่ในวันเวลาดังกล่าว
ดังนั้น ถ้ารถคันนั้นมีคนในบ้านใช้ร่วมกัน หรือเป็นรถบริษัท รถครอบครัว รถที่ให้คนอื่นยืมขับ สิ่งที่ควรทำคือรีบรวบรวมข้อมูลให้ครบ เช่น ใครใช้รถในวันนั้น หลักฐานการส่งมอบรถ ข้อความแชต กล้องหน้ารถ หรือข้อมูลอื่นที่ช่วยยืนยันตัวผู้ขับจริง เพราะยิ่งชี้แจงได้เร็ว ก็ยิ่งช่วยลดความยุ่งยากภายหลังได้มากครับ
ต้องจ่ายค่าปรับอย่างไร

กฎหมายกำหนดว่า เมื่อผู้ขับขี่ เจ้าของรถ หรือผู้ครอบครองรถได้รับใบสั่งแล้ว ให้ชำระค่าปรับภายในเวลาที่กำหนดไว้ในใบสั่ง โดยสามารถชำระผ่านธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ บัตรเครดิต ธนาคาร หรือหน่วยรับชำระเงินตามที่กำหนดได้ หรือไปชำระที่สถานีตำรวจก็ได้เช่นกัน
ในทางปฏิบัติ ปัจจุบันธนาคารกรุงไทยระบุว่าค่าปรับจราจรสามารถชำระผ่าน Krungthai NEXT หรือ แอปเป๋าตัง ได้ตลอด 24 ชั่วโมง และแอปเป๋าตังเองก็มีหมวดจ่ายบิลภาครัฐที่รวม “ค่าปรับจราจร” ไว้ด้วย ขณะเดียวกันหน้าแนะนำบริการของแอปทางรัฐก็ระบุว่าระบบตรวจสอบใบสั่งมี QR Code สำหรับชำระเงินผ่าน Krungthai NEXT ได้ด้วย
ถ้าคิดว่าใบสั่งไม่ถูก หรือเราไม่ได้ทำผิด ควรทำอย่างไร
ในทางปฏิบัติ ขั้นแรกควรติดต่อสถานีตำรวจเจ้าของใบสั่งก่อน เพื่อสอบถามรายละเอียดและขอดูข้อมูลประกอบให้ชัด โดยเฉพาะในกรณีที่มองว่าระบบอ่านทะเบียนผิด รถอยู่คนละจังหวัด หรือวันเวลาที่ระบุไม่ตรงกับการใช้งานจริง แอปทางรัฐระบุไว้ชัดว่าหากข้องใจ สามารถติดต่อสถานีตำรวจที่รับผิดชอบตามเบอร์ที่แสดงในระบบได้

ส่วนในแง่กฎหมาย หากเรื่องไปถึงขั้นมีหนังสือแจ้งจากนายทะเบียนในกระบวนการค้างชำระ และผู้ขับขี่หรือเจ้าของรถเห็นว่าตนไม่ได้ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย สามารถทำหนังสือโต้แย้งข้อกล่าวหาได้ภายใน 15 วันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งจากนายทะเบียน โดยส่งไปยังสถานที่ที่ระบุไว้ในใบสั่งหรือสถานที่ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติกำหนด และถ้าเจ้าพนักงานยังยืนยันข้อกล่าวหา เรื่องอาจถูกส่งให้พนักงานสอบสวนดำเนินคดีต่อศาลต่อไป
พูดง่าย ๆ คือ ถ้าเห็นว่าไม่ใช่ความผิดของเรา อย่านิ่งเฉย แต่ให้รีบเช็กข้อมูล รีบติดต่อหน่วยงานเจ้าของใบสั่ง และเก็บหลักฐานทุกอย่างไว้ให้ครบ เพราะการปล่อยให้คดีไหลไปโดยไม่ชี้แจง มักทำให้จัดการยากขึ้นมากครับ
ถ้าไม่จ่าย จะเกิดอะไรขึ้น

ตามกฎหมาย หากไม่ชำระค่าปรับตามกำหนด เจ้าพนักงานจราจรตำแหน่งตั้งแต่สารวัตรขึ้นไปต้องมีหนังสือแจ้งการไม่ปฏิบัติตามใบสั่งและจำนวนค่าปรับค้างชำระให้ทราบภายใน 15 วันนับแต่วันครบกำหนด และผู้ขับขี่หรือเจ้าของรถต้องไปชำระภายใน 15 วันนับแต่ได้รับแจ้งนั้น
ถ้ายังไม่ชำระอีก เมื่อถึงเวลาต่อภาษีรถประจำปี ข้อมูลค่าปรับที่ค้างชำระอาจถูกเชื่อมไปยังนายทะเบียนได้ โดยในกรณีนี้กฎหมายเปิดทางไว้ 2 แบบ คือ ชำระค่าปรับพร้อมภาษีในวันนั้นเลย หรือหากชำระภาษีอย่างเดียวก่อน ก็จะได้รับ “หลักฐานชั่วคราว” แทนเครื่องหมายแสดงการเสียภาษีประจำปี ซึ่งใช้ได้ 30 วันนับแต่วันที่ออกเอกสาร และถ้ายังไม่ชำระค่าปรับภายในกำหนด นายทะเบียนสามารถงดออกเครื่องหมายแสดงการเสียภาษีประจำปีให้รถคันนั้นได้
ตรงนี้มีประเด็นที่คนสับสนบ่อย คือคำว่า “ค้างใบสั่งแล้วต่อภาษีไม่ได้” หน่วยงานรัฐเคยออกมาชี้แจงว่า ข้อความนี้ไม่ตรงทั้งหมด เพราะในกรณีค้างชำระ เจ้าของรถยังสามารถมาชำระค่าปรับพร้อมภาษีได้ หรือรับหลักฐานชั่วคราว 30 วันก่อนก็ได้ ไม่ได้แปลว่าถูกตัดสิทธิ์ต่อภาษีทันทีแบบไม่มีทางออก
มุมมองจาก HMS THAILAND: ทำไมหลักฐานจากกล้องหน้ารถยังสำคัญ
ในมุมของคนใช้รถจริง ต่อให้ระบบกล้องจราจรมีประโยชน์ในการบังคับใช้กฎหมาย แต่ในสถานการณ์ที่ต้องชี้แจงหรือยืนยันข้อเท็จจริง “หลักฐานจากฝั่งเรา” ก็ยังสำคัญมาก โดยเฉพาะเมื่อมีข้อสงสัยเรื่องวันเวลา เส้นทาง หรือบุคคลที่ใช้รถในขณะเกิดเหตุ หลักฐานที่เก็บไว้ดีตั้งแต่แรก มักช่วยให้การคุยกับหน่วยงานเจ้าของใบสั่งง่ายขึ้น และช่วยลดความคลุมเครือได้มากครับ

เพราะฉะนั้น ถ้าเจอเหตุการณ์ว่าอาจโดนกล้องตำรวจจับ คำตอบที่ดีที่สุดไม่ใช่การกังวลไปก่อน แต่คือ เช็กให้ชัด จัดการให้เร็ว และเก็บหลักฐานให้ครบ นั่นเอง

สรุปแบบสั้นที่สุด
ถ้าสงสัยว่าโดนกล้องตำรวจจับ ให้ทำ 4 อย่างนี้ก่อน
เช็กใบสั่งในระบบ e-Ticket หรือแอปทางรัฐ
ตรวจสอบวันเวลา สถานที่ และรายละเอียดให้ตรง
ถ้าเป็นใบสั่งจริง ให้ชำระภายในกำหนดผ่านช่องทางที่ถูกต้อง
ถ้าไม่ใช่เราขับ หรือเห็นว่าใบสั่งไม่ถูก ให้รีบติดต่อสถานีตำรวจเจ้าของใบสั่งและเตรียมหลักฐานชี้แจงทันที

หมายเหตุ: บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อช่วยให้เข้าใจกระบวนการเบื้องต้น ไม่ใช่คำปรึกษากฎหมายเฉพาะกรณี
เขียนโดย: จอย (Joy)
Content Writer, HMS THAILAND
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่