สุดยอดความคิดเห็น
ความคิดเห็นที่ 12
อย่าเพิ่ง หยุดจ่ายทันทีแบบดื้อๆ
การหยุดจ่ายโดยไม่แจ้งธนาคาร จะทำให้ดอกเบี้ยพุ่งไปที่ อัตราดอกเบี้ยผิดนัดชำระ (อาจสูงถึง 15-18%) และจะมีค่าธรรมเนียมติดตามหนี้ตามมามหาศาล ซึ่งจะทำให้ยอดหนี้ 1.87 ล้านของคุณ พุ่งทะยานเร็วมากจนส่วนต่างตอนขายทอดตลาดกว้างกว่าเดิมครับ
รีบเข้าไปคุยกับธนาคารเพื่อ ประนอมหนี้
ในเมื่อประวัติคุณยังดีอยู่ นี่คือช่วงเวลาที่มีอำนาจต่อรองที่สุดครับ ให้เดินเข้าไปบอกธนาคารตรงๆ ว่า "ผ่อนไม่ไหวแล้ว" โดยขอทำเรื่อง
ขอลดค่างวดชั่วคราว ขอผ่อนเฉพาะดอกเบี้ย หรือผ่อนแบบขั้นบันได เพื่อลดภาระรายเดือนให้เหลือน้อยที่สุด (เช่น เหลือ 4,000-5,000 บาท) เพื่อประคองประวัติไม่ให้เสีย
ขอขยายระยะเวลาจำนอง เพื่อให้ยอดผ่อนต่อเดือนลดลง (แม้ดอกเบี้ยรวมจะเพิ่ม แต่เป้าหมายเราคือการประคองตัวเพื่อรอขาย)
โครงการคลินิกแก้หนี้ หากคุณมีหนี้บัตรเครดิตด้วย ให้ลองเช็คโครงการ คลินิกแก้หนี้ เพื่อรวมหนี้และปรับโครงสร้างหนี้ให้เบาลงครับ
ทางเลือกเรื่อง บ้าน ที่เจ็บตัวน้อยที่สุด
ขายแบบ ยกให้ฟรีไปผ่อนต่อ (ขายดาวน์ 0 บาท)
ในเมื่อส่วนต่างมันสูง (5 แสน) ลองประกาศขายโดยให้คนมา เปลี่ยนสัญญา ผ่อนต่อเลย โดยคุณไม่เอาเงินดาวน์คืนสักบาท วิธีนี้คุณไม่ต้องหาเงิน 5 แสนไปปิด แต่ต้องหาคนที่เครดิตดีพอจะกู้ผ่านมาเปลี่ยนสัญญาครับ
ในเมื่อส่วนต่างมันสูง (5 แสน) ลองประกาศขายโดยให้คนมา เปลี่ยนสัญญา ผ่อนต่อเลย โดยคุณไม่เอาเงินดาวน์คืนสักบาท วิธีนี้คุณไม่ต้องหาเงิน 5 แสนไปปิด แต่ต้องหาคนที่เครดิตดีพอจะกู้ผ่านมาเปลี่ยนสัญญาครับ
การโอนทรัพย์ชำระหนี้ ลองเจรจากับธนาคารว่าขอ คืนบ้านเพื่อจบหนี้ วิธีนี้ธนาคารไม่ค่อยอยากทำแต่ลองคุยได้ คือการโอนบ้านให้ธนาคารแล้วขอให้ยอดหนี้จบกันไป (อาจมีส่วนต่างที่ต้องจ่ายเพิ่ม แต่ก็ดีกว่าโดนฟ้องยึด)
ขายแบบขาดทุน
ประกาศขายในราคาที่คนจะซื้อแน่นอน (เช่น 1.5 ล้าน) แล้วเจรจากับธนาคารขอทำสัญญาประนอมหนี้ในส่วนต่างที่เหลือ (3.7 แสน) เป็นสินเชื่อส่วนบุคคลผ่อนชำระเป็นรายเดือนแทน ซึ่งดอกเบี้ยจะถูกกว่าดอกเบี้ยผิดนัดชำระครับ
ประกาศขายในราคาที่คนจะซื้อแน่นอน (เช่น 1.5 ล้าน) แล้วเจรจากับธนาคารขอทำสัญญาประนอมหนี้ในส่วนต่างที่เหลือ (3.7 แสน) เป็นสินเชื่อส่วนบุคคลผ่อนชำระเป็นรายเดือนแทน ซึ่งดอกเบี้ยจะถูกกว่าดอกเบี้ยผิดนัดชำระครับ
หากตัดสินใจ ปล่อยให้ยึด ต้องเจออะไรบ้าง?
หากคุณเลือกหยุดผ่อนและยอมเสียประวัติ (ซึ่งคุณกังวล) กระบวนการจะเป็นดังนี้
ฟ้องแพ่ง ธนาคารฟ้องศาลเพื่อยึดทรัพย์ (ใช้เวลา 6 เดือน - 1 ปี)
ขายทอดตลาด กรมบังคับคดีนำบ้านไปประมูลขาย ซึ่งมักได้ราคา ต่ำกว่าราคาตลาดมาก
ส่วนต่างที่เหลือ สมมติขายได้ 1.2 ล้าน แต่หนี้คุณ 1.87 ล้าน + ดอกเบี้ยผิดนัดชำระ 2 แสน = หนี้รวม 2.07 ล้าน คุณยังต้องเป็นหนี้ธนาคารต่ออีก 8.7 แสนบาท และธนาคารมีสิทธิ์ "ตามไปยึดรถ หรืออายัดเงินเดือน" ของคุณและแฟน (ผู้กู้ร่วม) ต่อไปครับ
ข้อแนะนำ
หยุดสร้างหนี้ใหม่ ไม่กดบัตรมาจ่ายบ้าน ไม่กู้นอกระบบมาโปะเด็ดขาด
ลำดับความสำคัญ รถจำเป็นต่อการทำมาหากินไหม? ถ้าไม่ ลองขายรถเพื่อลดภาระก่อนบ้านไหม? หรือถ้าบ้านเป็นภาระที่สุด ให้จัดการเรื่องบ้านก่อน
ปรึกษาศูนย์ช่วยเหลือลูกหนี้ ติดต่อ สายด่วนธนาคารแห่งประเทศไทย โทร. 1213 เพื่อขอคำปรึกษาเรื่องการปรับโครงสร้างหนี้ครับ
สรุป การเข้าไปคุยกับธนาคารตอนนี้ ดีกว่าหยุดจ่ายไปเลย แน่นอนครับ เพราะคุณจะยังควบคุมสถานการณ์ได้บ้าง และยอดหนี้จะไม่บานปลายจนคุมไม่อยู่
Prescott ถูกใจ, Fly away home ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 4873100 ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 6143694 ถูกใจ, hootho ถูกใจ, ถนนสายนี้เปรี้ยว ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 2535690 ถูกใจ, IFIS01 ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 8405424 ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 9268408 ถูกใจรวมถึงอีก 14 คน ร่วมแสดงความรู้สึก
▼ กำลังโหลดข้อมูล... ▼
แสดงความคิดเห็น
คุณสามารถแสดงความคิดเห็นกับกระทู้นี้ได้ด้วยการเข้าสู่ระบบ
กระทู้ที่คุณอาจสนใจ
อ่านกระทู้อื่นที่พูดคุยเกี่ยวกับ
สินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย
ผ่อนบ้านไม่ไหว ทำยังไงดี
เรากู้ซื้อบ้านร่วมกับแฟน ยอดกู้ 2.2 ล้าน ยอดตอนนี้เหลือ 1.87 ล้าน ส่งตรงมาตลอดไม่เคยมีประวัติล่าช้า ตอนนี้ผ่อนเดึละ 10,000 บาท รีเทนชั่นล่าสุดได้ดอกเบี้ย 4.41 ตอนนี้เริ่มตึงมือผ่อนไม่ไหนแล้ว และไม่อยากเก็บบ้านหลังนี้ไว้แล้ว ให้นายหน้าลองเข้ามาประเมินแล้ว เขาบอกยอดคงเหลือสูงขายยาก ต้องหาเงินประมาณ 5 แสนเพื่อมาปิดส่วนต่าง เราไม่มีเงินเยอะขนาดนั้นและไม่รู้จะไปหามาจากไหน มืดแปดด้านไปหมด ตอนนี้มีความคิดที่จะหยุดผ่อน และปล่อยให้เป็นไปตามกระบวนการ เรามีภาระหนี้อีกหลายอย่าง ตัองผ่อนรถ ผ่อนบัตร ตอนนี้เครียดมากๆ😭😭
ปล. เราท้อตั้งแต่ปีที่ 4 แล้ว ส่งค่าบ้าน 14,000 บาท ตัดต้น 700 บาท
ปล. ไปรีเทนชั่น ดอกเบี้ยก็ยังโหด
ปล. บ้านที่เรากู้เป็นบ้านโครงการ อยู่มา 7 ปี ปัญหาตัวบ้านค่อนข้างเยอะ
1. 2 ปีแรก หน้าต่างหลุด เสียค่าใช้จ่ายในการซ่อมเอง
2. ปัญหาหลังค่ามีน้ำซึมเวลาฝนตก ทำให้ฝ้ามีแต่คราบน้ำ
3. การเดินสายไฟไม่มีการใส่ท่อ
4. กระเบื้องปูพื้นลั่น ต้องลื้อเปลี่ยนใหม่
5. พื้นนอกบ้านที่เป็นปูนล่อนเกือบทั้งหมด ช่างแจ้งว่าเทปูนซ้ำและไม่ได้
มาตรฐาน
**มาถึงตรงนี้คิดว่าเราจะไปคุยกับธนาคารก่อนเพื่อหาทางออก หรือจะหยุดจ่ายไปเลยดีกว่า เพราะยังไงก็เสียประวัติและต้องจ่ายดอกเบี้ย/ส่วนต่างอยู่ดี
** ใครมีความรู้หรือมีประสบการณ์มาแชร์กันหน่อยค่ะ