กกพ. เตรียมเคาะค่าไฟ แนะ 7 มาตรการรับมือวิกฤติพลังงาน 25 มี.ค.นี้

กระทู้สนทนา
     กรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ชงบอร์ดไฟเขียวสูตรค่าไฟงวด 2 ของปี’69 ต่ำสุด 3.95 บาท เสนอดึงเงิน “Claw Back” การไฟฟ้า 9,400 ล้านบาท ช่วยพยุง – พักคืนหนี้ กฟผ. และ ปตท. 48,000 ล้านบาทต่อไป พร้อมเพิ่มสัดส่วนถ่านหิน ก๊าซอ่าวไทย รับซื้อไฟลาวไม่อั้น แนะรัฐบาลชุดใหม่รื้อค่า Addder – FiT ลดค่าไฟเพิ่มได้อีก 14 สตางค์

สถานการณ์การสู้รบในตะวันออกกลาง ส่งผลทำให้ปริมาณการผลิต LNG ที่ส่งออกขายทั่วโลก 17% หายไปทันที ทำให้ราคา LNG Spot ปรับราคาสูงขึ้น จากราคา 11 ดอลลาร์สหรัฐต่อล้านบีทียู เพิ่มขึ้นเป็น  25 ดอลลาร์สหรัฐต่อล้านบีทียู

ผลกระทบดังกล่าวส่งตรงถึงต้นทุนการผลิตไฟฟ้าของไทย โดยเฉพาะอัตราค่าไฟฟ้างวดที่ 2 ของปี 2569 (งวดเดือน พ.ค.-ส.ค 2569) เนื่องจากประเทศไทยใช้ก๊าซธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิงหลักในการผลิตกระแสไฟฟ้า คิดเป็นสัดส่วนประมาณ 57% ของเชื้อเพลิงทั้งหมด และในจำนวนนี้มี LNG ที่นำเข้าจากต่างประเทศ 50% ส่วนที่เหลือเป็นก๊าซจากอ่าวไทย และก๊าซจากเมียนมา

‘นายวรวิทย์ ศรีอนันต์รักษา’ กรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) กล่าวว่า การคำนวณอัตราค่าไฟฟ้าเฉลี่ยที่เรียกเก็บจากประชาชนในงวดเดือนพฤษภาคม – สิงหาคม 2569 ที่ กกพ. คำนวณได้ต่ำที่สุดอยู่ที่ 3.95 บาทต่อหน่วย เพิ่มขึ้นจากงวดปัจจุบัน (เดือนมกราคม – เมษายน 2569) ประมาณ 0.07 บาทต่อหน่วย ซึ่งถือว่าไม่แพงมาก ยกตัวอย่างบางบ้านใช้ไฟฟ้าเดือนละ 500 หน่วย เอาส่วนต่างที่เพิ่มขึ้นมา 7 สตางค์/หน่วย คูณเข้าไป ค่าไฟจะเพิ่มขึ้นมา 35 บาทเท่านั้น

สูตรที่ กกพ. ใช้ในการคำนวณอัตราค่าไฟฟ้างวดที่ 2 ของปีนี้ หลักๆ จะมี 2 แนวทาง คือ

สูตรแรก: หลังจากที่เกิดเหตุการณ์การสู้รบระหว่างอิสราเอลกับอิหร่านที่ทำให้ราคา LNG ปรับตัวเพิ่มขึ้นอยู่ที่ 25 ดอลลาร์สหรัฐต่อล้าน BTU ทาง กกพ.ได้มีการปรับสูตรการคำนวณต้นทุนค่าเชื้อเพลิง และค่าไฟฟ้าที่ซื้อมาจากเอกชนทั้งในประเทศและต่างประเทศ (Fuel Adjustment Cost : FAC) บวกกับค่า AF สะสม (Accumulated Factor) ซึ่งมีหนี้ที่ยังค้างจ่าย กฟผ.อยู่ประมาณ 36,000 ล้านบาท และติดค้างหนี้ค่าก๊าซธรรมชาติ ปตท.อีก 12,000 ล้านบาท หากมีการทยอยชำระคืนหนี้ AF ให้ กฟผ.ทั้งหมด ราค่าไฟฟ้าที่เรียกเก็บจากประชาชน งวดเดือนพฤษภาคม – สิงหาคม 2569 จะอยู่ที่ 4.59 บาท/หน่วย

สูตรที่สอง: หลังจากคำนวณปรับเพิ่มต้นทุนในการผลิตไฟฟ้าแล้ว เอาค่า AF ออก คือ ไม่ต้องใช้หนี้คืน กฟผ. และ ปตท. แนวทางนี้จะเหลือค่าไฟฟ้าที่เรียกเก็บกับประชาชนในงวดเดือนพฤษภาคม-สิงหาคมนี้จะอยู่ที่ 4.08 บาท/หน่วย และถ้านำเงินผลประโยชน์ส่วนเกิน (Claw Back) ของ 3 การไฟฟ้า (กฟผ. , กฟน. และกฟภ.) ในส่วนที่ไม่ได้มีการลงทุนตามแผนงาน 9,400 ล้านบาท มาช่วย จะทำให้ค่าไฟฟ้าลดลงได้อีก 0.13 บาท/หน่วย  คงเหลืออัตราค่าไฟฟ้าที่จะเรียกเก็บจากประชาชน 3.95 บาท/หน่วย แต่สูตรนี้มีข้อเสีย คือ กฟผ.ไม่ได้รับชำระหนี้คืน

นายวรวิทย์ กล่าวว่า กกพ.ได้สอบถาม ‘นายนรินทร์ เผ่าวณิช’ ผู้ว่าการ กฟผ. หากงวดนี้ยังไม่ชำระหนี้คืน กฟผ. รับภาระไหวหรือไม่ ผู้ว่าการ กฟผ. ตอบว่า พอไหว เพราะก่อนหน้านี้ในช่วงเกิดสงครามรัสเซีย-ยูเครน ก็เคยเข้าไปรับภาระค่าไฟแทนประชาชน 150,000 ล้านบาท ตอนนั้นเกือบจะถูกบริษัทเครดิตเรตติ้งปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือ แต่ก็รอดมาได้

“ตอนนี้เหลือหนี้ค้างชำระ กฟผ. 36,000 ล้านบาท แต่ก็ต้องไม่ลืมว่ามีภาระดอกเบี้ยที่ กฟผ. ต้องจ่ายให้กับสถาบันการเงินด้วย ซึ่งท้ายสุดแล้วต้องมารวมอยู่ในค่าไฟที่จะต้องเรียกเก็บกับประชาชน และต้องยอมรับว่าขณะนี้เครื่องมือที่เคยใช้แก้ปัญหาค่าไฟแพง แทบจะไม่มีเหลือแล้ว ส่วนอัตราค่าไฟฟ้าในงวดที่ 2 ของปีนี้ที่ กกพ. คำนวณได้คือ 3.95 บาทต่อหน่วย แต่จะให้ค่าไฟต่ำกว่านี้ หรือตรึงราคาไว้เท่ากับงวดแรก 3.88 บาทต่อหน่วย ตรงนี้ก็ขึ้นอยู่กับนโยบายของรัฐบาลชุดใหม่” นายวรวิทย์ กล่าว

โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่