ลูกหลานไม่ถูกกันทำยังไงดีคะ

กระทู้คำถาม
สวัสดีค่ะ
ดิฉันอายุ 63 ปีเเล้วค่ะในอดีตฐานะยากจนเพราะล้มละลายตอน51ค่ะ  ดิฉันมีลูก2คนค่ะคนเล็กไม่ได้เรียนต่อจบ ม.3 ส่วนคนพี่เรียนมหาวิทยาลัยค่ะ ย้อนกลับไปเมื่อเกือบ10ปีก่อน ลูกชายคนโตของดิฉันอายุ 19 ปี เพิ่งจบ ม.6 สมัยก่อนหน้าลูกคนโตนิสัยดื้อค่ะ แต่ดื้อแบบฉลาดมีความคิดของตนเองไม่ค่อยฟังคนที่เขาคิดว่าไม่ฉลาดเท่าเขาเเต่เขาเป็นคนวางตัวดีนะคะ ค่อนข้างรู้จักวางตัวกับผู้ใหญ่ถึงเเม้จะไม่ชอบหน้าบางคน คนเลยชอบเค้ามาก โดยเฉพาะคุณพ่อดิฉันรักหลานคนนี้มากเป็นหลานที่ตารักที่สุดตาดูดวงชะตาได้ ได้ทำนายว่าเด็กคนนี้อนาคตจะยิ่งใหญ่ร่ำรวยจะเป็นคนมาพลิกชะตาครอบครัว เพราะก่อนเขาเกิดเเม่ฉันฝันว่าพระอินทร์ขี่ช้างเอาแก้ววิเศษมาให้พ่อเเม่ฉันด้วยความเป็นคนโบราณจึงเชื่อเรื่องนี้มาก
ก่อนตายเลยบอกดิฉันว่า ไม่ว่าจะลำบากเเค่ไหนส่งหลานคนนี้เรียนให้จบมหาวิทยาลัยให้ได้ เเละ ตามคาด ลูกฉันสอบติดมหาวิทยาลัยรัฐชื่อดังได้ที่หนึ่ง แต่เป็นสาขาที่เกี่ยวกับนานาชาติค่ะค่าเทอมไม่ไหวตอนนั้นทะเลาะกับลูก เเต่เขาก็ยอมเราค่ะแต่ช่วงนั้นมันผ่านช่วงสอบมาเเล้วเขาจึงไปสมัครเรียนที่มหาวิทยาลัยเอกชนชื่อดังเเห่งหนึ่งในรังสิตค่ะ ซึ่งค่าเทอมถูกลงมานิดนึงในคณะที่เกี่ยวกับเศรษฐกิจ  ดิฉันทำไร่ทำสวนถึงอดีตจะได้มากเเต่ตอนนั้นปี 56/57 ได้มั้งค่ะราคาพืชผลไม่ดีเท่าที่ควรประกอบกับมีค่างวดรถ/ตา-ยายก็ เพิ่งเสียจัดงานศพไปก็มากค่ะ ตอนนั้นลำบากมากลูกเข้ามหาวิทยาลัยก็หยิบยืมเงินชาวบ้านทั้งเอาที่ไปจำนองจนหมด เเต่โชคดีดิฉันมีพี่สาวที่คอยช่วยเเต่พี่สาวก็ไม่ได้รวยค่ะพออยู่พอกิน ฉันได้หยิบยืมเงินคนมากมายในตอนนั้นหาเงินจ่ายค่าเทอมให้ลูกเเละส่งเสียรายเดือน ฉันสามีเเละลูกคนเล็กช่วยกันทำงานแต่ดอกเบี้ยสูงขึ้นสามีจึงไปทำงานใต้หวันค่ะ ช่วงนั้นลำบากมากค่ะ พี่สาวฉันมีลูกชายคนนึงค่ะ ฉันรักหลานคนนี้มากเพราะเลี้ยงมาจนโต เเต่ช่วงฉันลำบากเป็นหนี้เขาเเละญาติๆ ก็นินทาดูถูกดิฉันและครอบครัวไม่น้อย บอกว่าลูกชายฉันหาเรื่องให้ครอบครัวลำบากแทนที่ช่วยทำไร่นาหรือเรียนราชฏัชก็ได้เเต่เลือกไปเรียนกรุงเทพเขาว่าลูกคนโตของฉันคือตัวซวยหาว่าทำพวกเขาลำบากด้วยเพราะไปยืมเขา ดิฉันก็กลุ้มใจเหลือเกิน
เคยเอาปืนยิงใส่หลังคาบ้านฉันเพราะช่วงนั้นพี่สาวดิฉันหาเงินส่งให้ลูกฉัน เเละเมียของหลานก็คอยยุ ส่วนลูกชายฉันที่อยู่กรุงเทพช่วงเเรกยอมรับกับฉันว่าหลงเเสงสี ในตอนปี1 เเต่ไม่เคยติด F นะคะ เขาเพิ่งมาบอกตอนประสบความเร็จคือตอนเขารวยเเล้ว ต่อค่ะจากนั้นไม่นานตอนลูกเรียนปี3 ฉันกับลูกคนเล็กตัดสินใจไปทำงานไต้หวันไปเป็นผีน้อยลักลอบไปตอนนั้นลำบากมากค่ะเเต่ต้องจำใจด้วยจนทำงานกับคนจีนต้องตื่นตี4เข้างานตี5 เลิก4-5โมงเย็นทุกคนได้เงินส่งกลับมาใช้หนี้เเละให้ลูก จนเวลาผ่านไป ลูกชายคนโตของฉันเรียนจบเขาก็เริ่มทำธุรกิจเล็กๆกับเพื่อนไปขายของตลาดนัดพอได้เงินก้อนเขาก็เอาไปลงทุนต่อด้วยความที่เค้าชอบพวกหุ้นเเละเรื่องสินทรัพสินหลายอย่าง(เขาชอบเรื่องธุรกิจ/การเงินตั้งเเต่เด็กๆเลยค่ะฉันจำได้ตอน7-8ขวบลูกคนนี้ชอบดูข่าวเศรษฐกิจมากๆ)ต่อค่ะเค้าใช้ความรู้ลงทุนทำธุรกิจ รับของจากจีนมาขายออนไลน์บ้างเเละด้วยที่เรียนมอเอกชน+เจอเพื่อนดีทำกิจกรรมได้คอนเนคชั่นผู้ใหญ่ก็เอ็นดูเขา เขาเริ่มค้าขายตลาดนัดช่วงปิดเทอมปี3จะขึ้นปี4ค่ะตอนนั้นฉันช่วยไป2หมื่นค่ะเพราะทำงานตอนนั้นก็เริ่มดีขึ้นเเล้วค่ะ พอ ช่วงปี4 เขาก็สมารถเปิดร้านในห้างได้(ชื่อร้านเค้าไม่บอกนะคะขอสงวนไว้เพื่อความเป็นส่วนตัว) จนลูกคนโตอายุประมาณ23-24 ได้มั้งเขาบอกว่าไปเกร็งกำไรในหุ้นหรืออะไรสักอย่าง(ดิฉันก็จำไม่ค่อยได้)
เขาโทรบอกให้ดิฉันเเละครอบครัว กลับบ้านเพราะลูกปิดหนี้ให้หมดแล้ว ประมาณ1.9 ล้านค่ะ เเละไถ่ที่บ้านจาก ธกส สร้างบ้านไว้ให้ด้วยฉันจึงได้กลับบ้านค่ะ ชีวิตดีขึ้นตามลำดับพี่รู้ว่าน้องไม่ได้เรียนเพราะส่งเสียตนเขาก็ทยอยซื้อที่นาที่สวนโฉนดครุทเเดงให้น้อง เกือบร้อยไร่ และเขาก็ไล่ไถ่ที่นามรดกของตาคืนจนหมด ซื้อรถเกี่ยว รถสิบล้อ เเละรถไถให้อย่างละคัน ปัจจุบันลูกคนโตอายุ จะ30เเล้วค่ะ ทุกวันนี้เขาร่ำรวย เเละดูเเลครอบครัว เเละ ทุกๆคนที่เคยช่วยเราอย่างดี แต่ก็มีเรื่องค่ะ เพราะล่าสุดหลานชาย(ลูกพี่สาว)ที่บอกไป เขาเคยมีปัญหาการเงินช่วงนึงเพราะ ลูกเขาก็กำลังโต+ทำไร่มันสำปะหลังราคาก็ไม่ค่อยดี+กับเมียก็ไม่ค่อยดีด้วย ลูกคนโตฉันได้ให้เงินเขาไปก้อนนึงหลักเเสนค่ะให้ไปเฉยๆเลย เเละช่วงปีใหม่ที่ผ่านมานี้ลูกคนโตของฉันก็เพิ่งมารู้เรื่องที่หลานเอาปืนยิงหลังคาบ้านลูกฉันโกรธมาก แต่เขาก็ระงับได้ เขาเอาเงินไปให้หลานฉันเงินก้อนใหญ่ก้อนนึง(หลักล้าน) บอกว่าเขานับถือพี่คนนี้เพราะพี่เลี้ยงเขามาเเต่พี่ทำเเบบนี้เคยนินทาว่าร้ายดูถูกเขาไม่พอยังเอาปืนยิงหลังคาบ้านอีกจึงให้เงินก้อนนั้นตอบเเทนที่เคยมอบความรักเเละเลี้ยงมา (หลานคนนี้เเก่กว่าลูกฉัน15ปีค่ะ) เคยช่วยดิฉันเลี้ยงเขา
(ลูกคนโตมา) เเละ ลูกฉันก็ขอป้า(พี่สาวดิฉัน) มาเลี้ยงให้อยู่บ้านดิฉัน เเละ ลูกของดิฉันก็ขอตัดพี่ตัดน้องกับหลานดิฉัน ดิฉันกลุ้มมากเเต่ทำอะไรไม่ได้ สงกรานต์นี้จะทำบุญใหญ่ให้ตายาย ลูกฉันเป็นเจ้าภาพค่ะ จัดงานใหญ่เเต่ไม่เชิญหลานดิฉันและบอกดิฉันดิฉันควรทำไงดีค่ะตอนนี้อายุก็มากเเล้วค่ะไม่ค่อยเเข็งเเรงด้วย ไม่อยากให้พี่น้องต้องมาทะเลาะกันเรื่องอดีต ตอนนี้ดิฉันเข้าวัดทำบุญและปล่อยวางหมดเเล้ว ดิฉันควรคุยยังไงดีคะ ให้เขาเข้าใจกันเพราะอย่างน้อย ก็เป็นญาติพี่น้องกันเห็นกันมาตั้งเเต่เด็กๆกลุ้มเหลือเกินค่ะ อยากให้พวกเขาเข้าใจกันเหลือเกิน เพราะคนอีสานนั้นจะสอนลูกหลานให้รักกัน ดิฉันผูกพันกับคำสอนนั้นมากและไม่อยากให้ลูกหลานแตกกันอย่างน้อยก่อนดิฉันตายก็อยากเห็นภาพนั่งทานด้วยกันอีกสักครั้งก็คงดี แต่ลูกดิฉันทิฏฐิสูงเหลือเกินค่ะ ส่วนญาติญาติพี่น้องก็สำนึกผิดต่อเขาหมดแล้ว ฉันก็อยากให้ลูกลดทิฏฐิลงบ้างเเละมองว่าอย่างน้อยก็มีบรรพบุรุษร่วมกัน
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่