คำตอบที่ได้รับเลือกจากเจ้าของกระทู้
ความคิดเห็นที่ 5
ผมเอง ชอบคอมแต่เด็ก ไปเรียนก็หวังว่า จะได้เรียนคอม
ต่อมา ก็ด้วยการแข่งขันสูง จึงได้แค่ ไฟฟ้า พอเรียนไปจบ ก็ค่อยไปต่อ คอมพ์ แต่จนแล้วจนรอด งานวิทยานิพนธ์ ก็ดันเปนเรื่องที่ไม่ใช่คอมอีก แต่เกี่ยวกับระบบสื่อสาร พอเรียนตต่ออีก ก็ยังไม่เกี่ยวกับคอมอีก หัวจะปวด
แม้จะเรียนคอมพ์ สรุป ไม่ได้เรียนคอมที่เป็น comp จริงๆเลย ก็ออกจะเซ็ง
ในเวลานั้น ผมจบม 3 ครูบอกว่า อยากเรียน comp ให้ไปต่อ ปวช electronic???? คุณฟังแล้ว make sense ไหม
แต่สมัยนั้น มันเป็นอย่างงั้นจริงๆ ครู ยังแนะแนวไม่เข้าท่าเลย
สมัยนั้น math ม 3 มีสิ่งที่เรียกว่า สมุด key คือมันเป็นหนังสือ คำตอบของวิชา math ม ต้น
วันๆอาจารให้การบ้าน ก็มีแต่ ลอกคีย์ไปส่ง
นั่นเป็นเหตุว่า ทำให้ผมมีความรู้ น้อยมาก ต่ำมาก และไม่รุ้ตัวว่า คอมนั้น เรียน math หนักสุดๆ หนักสุดในสายวิศวะทุกสาขา
หลังจากนั้น ไปต่อ ปวช ก็รู้ๆอยู่ เด็กช่าง เรียนๆหลบๆเดี๋ยวก็จบไปเอง ยิ่งทำให้ math อ่อนหนักเข้าไปอีก
เมื่อเข้าไปมหาลัย ทำให้ตัวเอง อ่อน math มากจน ปีแรก ได้ D math มา
ทำให้ต้องทำงานหนัก คือ วันๆ เริ่มศึกษาเอาจริง แค่ย้ายสมการยังไม่คล่อง ก็คิดสภาพเอา
อดทน อ่านหนังสือ ทำโจทย์อย่างหนักทุกวัน ในสิ่งที่ตนเองต้องใช้
นั่งอยู่ใต้ตึก หน้าลิฟท์ พอใครผ่าน ก็เรียกเขาให้มาช่วยดู ข้อที่เราติดขัดทำไม่ได้
ทำอย่างนั้นอยู่เต็มๆทุกวัน ปีกว่าๆ พอมารู้ตัวอีกที กลายเป็นว่า math เป็นเรื่องปกติของชีวิต
จริงๆมันไม่ได้ยาก จากความรู้ math ต่ำเตี้ยเรี่ยดินน้อยกว่า ม 3 กลับมาได้ A math
แล้วก็รู้ทีหลังว่า สาย comp math เยอะจัดๆจริงๆ คนอื่นเขาไม่ต้องเรียน math กันแล้ว อันนี้เรียนทุกภาคเรียน
สายนี้เป็นสายที่ใช้ math หลายหลากมากๆ ผมว่า ไม่แพ้สาขาคณิตศาสตร์ด้วยซ้ำ
พอเรียนต่อไปอีก จึงได้รู้ว่า วิชาที่เราไม่ถนัดที่สุด เวลานี้ก็พอถูไถ พอไปได้ ส่วนมาก ไม่ A ก็ B+ ตลอด
ที่เล่า background เล็กน้อย ให้คุณมีกำลังใจว่า ผมไปเรียนมหาลัย แต่ความรู้ math ต่ำกว่า ม 3 ผมก็ยังจบมาได้
โดยใช้ความอดทน คุณไม่จำเป็นต้องเรียน math ทุกอย่าง แต่เอาเท่าที่ใช้ ให้แม่นยำ ฝึกให้แม่น ก็พอ
เพราะ math มันมีแขนงแตกออกไปเยอะมาก เยอะจนเกินความจำเป็นของเรา
สิ่งสำคัญคือ การทำโจทย์ ทุกครั้งที่คุณทำโจทย์ จะเกิดกระบวนการ คิดวิเคราะห์ มันจะไปทั้งศักยภาพสมองและ ความเข้าใจพร้อมๆกัน
พอมันติด มันสงสัย นั่นล่ะ มันงง มันจะทำให้เราหาวิธีเอาชนะมันให้ได้ จุดนั้นล่ะ จะเกิดความเข้าใจว่า อ๋อมันเป็นแบบนี้ๆนะ เมื่อเข้าใจหลักการเท่านั้นล่ะ หลังจากนั้น กลายเป็นของง่าย
สำคัญคือ การทำโจทย์ ทำให้หนัก ให้มาก ซ้อมซ้ำไปซ้ำมา ผมใช้วีธีนี้ล่ะ หนักๆเลยปีกว่าๆ ทำทุกวัน
แล้วหลังจากนั้นมา ทุกอย่างมันเป็นไปของมันเอง ไม่รู้ตัวเลย รู้อีกที คือเขาประกาศว่า ผมได้ A อันดับหนึ่งของคณะวิทยาศาสตร์
ได้แบบงงๆ รู้แต่ว่าตัวเอง ตอนทำข้อสอบ รู้สึกว่า อาจารย์ใจดีมาก ออกข้อสอบง่ายทุกข้อเลย
ทั้งที่ย้อนไป ใครจะรู้ เข้ามหาลัยปีแรก math ความรู้ต่ำกว่า ม สาม
เป็นกำลังใจให้ ลองศึกษาเน้นทำโจทย์ หาโจทย์จากสาขาวิชาที่คุณเรียน ต้องใช้ มาเยอะๆ เอาเยอะๆเลย ฝึกทำทุกวัน ไปเรื่อยๆ
ต่อมา ก็ด้วยการแข่งขันสูง จึงได้แค่ ไฟฟ้า พอเรียนไปจบ ก็ค่อยไปต่อ คอมพ์ แต่จนแล้วจนรอด งานวิทยานิพนธ์ ก็ดันเปนเรื่องที่ไม่ใช่คอมอีก แต่เกี่ยวกับระบบสื่อสาร พอเรียนตต่ออีก ก็ยังไม่เกี่ยวกับคอมอีก หัวจะปวด
แม้จะเรียนคอมพ์ สรุป ไม่ได้เรียนคอมที่เป็น comp จริงๆเลย ก็ออกจะเซ็ง
ในเวลานั้น ผมจบม 3 ครูบอกว่า อยากเรียน comp ให้ไปต่อ ปวช electronic???? คุณฟังแล้ว make sense ไหม
แต่สมัยนั้น มันเป็นอย่างงั้นจริงๆ ครู ยังแนะแนวไม่เข้าท่าเลย
สมัยนั้น math ม 3 มีสิ่งที่เรียกว่า สมุด key คือมันเป็นหนังสือ คำตอบของวิชา math ม ต้น
วันๆอาจารให้การบ้าน ก็มีแต่ ลอกคีย์ไปส่ง
นั่นเป็นเหตุว่า ทำให้ผมมีความรู้ น้อยมาก ต่ำมาก และไม่รุ้ตัวว่า คอมนั้น เรียน math หนักสุดๆ หนักสุดในสายวิศวะทุกสาขา
หลังจากนั้น ไปต่อ ปวช ก็รู้ๆอยู่ เด็กช่าง เรียนๆหลบๆเดี๋ยวก็จบไปเอง ยิ่งทำให้ math อ่อนหนักเข้าไปอีก
เมื่อเข้าไปมหาลัย ทำให้ตัวเอง อ่อน math มากจน ปีแรก ได้ D math มา
ทำให้ต้องทำงานหนัก คือ วันๆ เริ่มศึกษาเอาจริง แค่ย้ายสมการยังไม่คล่อง ก็คิดสภาพเอา
อดทน อ่านหนังสือ ทำโจทย์อย่างหนักทุกวัน ในสิ่งที่ตนเองต้องใช้
นั่งอยู่ใต้ตึก หน้าลิฟท์ พอใครผ่าน ก็เรียกเขาให้มาช่วยดู ข้อที่เราติดขัดทำไม่ได้
ทำอย่างนั้นอยู่เต็มๆทุกวัน ปีกว่าๆ พอมารู้ตัวอีกที กลายเป็นว่า math เป็นเรื่องปกติของชีวิต
จริงๆมันไม่ได้ยาก จากความรู้ math ต่ำเตี้ยเรี่ยดินน้อยกว่า ม 3 กลับมาได้ A math
แล้วก็รู้ทีหลังว่า สาย comp math เยอะจัดๆจริงๆ คนอื่นเขาไม่ต้องเรียน math กันแล้ว อันนี้เรียนทุกภาคเรียน
สายนี้เป็นสายที่ใช้ math หลายหลากมากๆ ผมว่า ไม่แพ้สาขาคณิตศาสตร์ด้วยซ้ำ
พอเรียนต่อไปอีก จึงได้รู้ว่า วิชาที่เราไม่ถนัดที่สุด เวลานี้ก็พอถูไถ พอไปได้ ส่วนมาก ไม่ A ก็ B+ ตลอด
ที่เล่า background เล็กน้อย ให้คุณมีกำลังใจว่า ผมไปเรียนมหาลัย แต่ความรู้ math ต่ำกว่า ม 3 ผมก็ยังจบมาได้
โดยใช้ความอดทน คุณไม่จำเป็นต้องเรียน math ทุกอย่าง แต่เอาเท่าที่ใช้ ให้แม่นยำ ฝึกให้แม่น ก็พอ
เพราะ math มันมีแขนงแตกออกไปเยอะมาก เยอะจนเกินความจำเป็นของเรา
สิ่งสำคัญคือ การทำโจทย์ ทุกครั้งที่คุณทำโจทย์ จะเกิดกระบวนการ คิดวิเคราะห์ มันจะไปทั้งศักยภาพสมองและ ความเข้าใจพร้อมๆกัน
พอมันติด มันสงสัย นั่นล่ะ มันงง มันจะทำให้เราหาวิธีเอาชนะมันให้ได้ จุดนั้นล่ะ จะเกิดความเข้าใจว่า อ๋อมันเป็นแบบนี้ๆนะ เมื่อเข้าใจหลักการเท่านั้นล่ะ หลังจากนั้น กลายเป็นของง่าย
สำคัญคือ การทำโจทย์ ทำให้หนัก ให้มาก ซ้อมซ้ำไปซ้ำมา ผมใช้วีธีนี้ล่ะ หนักๆเลยปีกว่าๆ ทำทุกวัน
แล้วหลังจากนั้นมา ทุกอย่างมันเป็นไปของมันเอง ไม่รู้ตัวเลย รู้อีกที คือเขาประกาศว่า ผมได้ A อันดับหนึ่งของคณะวิทยาศาสตร์
ได้แบบงงๆ รู้แต่ว่าตัวเอง ตอนทำข้อสอบ รู้สึกว่า อาจารย์ใจดีมาก ออกข้อสอบง่ายทุกข้อเลย
ทั้งที่ย้อนไป ใครจะรู้ เข้ามหาลัยปีแรก math ความรู้ต่ำกว่า ม สาม
เป็นกำลังใจให้ ลองศึกษาเน้นทำโจทย์ หาโจทย์จากสาขาวิชาที่คุณเรียน ต้องใช้ มาเยอะๆ เอาเยอะๆเลย ฝึกทำทุกวัน ไปเรื่อยๆ
แสดงความคิดเห็น
คนิตศาสตร์ จาก0 ไป ล้าน ควรเริ่มยังไงดีครับ
ผมเคยศึกษาในยูทูปอยู่ช่วงหนึ่งเหมือนกัน แบบไปเริ่มเรียนของประถมใหม่เลย แต่ก็ล้มเลิกเพราะรู้สึกเหมือนเขาสอนเนื้อหาไม่ครบ
#สามารถตำหนิ หรือ แนะนำอะไรได้สบายครับ ผมพร้อมรับคำแนะนำ