“ตราแผ่นดิน” ที่สน.พระราชวัง สัญลักษณ์ศักดิ์สิทธิ์แห่งแผ่นดินไทย สร้างสมัย ร.5 เสริมบารมี เสริมอำนาจ เป็นจุดหมายของสายมู





🔴 “ตราแผ่นดิน” ที่ สน.พระราชวัง สัญลักษณ์ศักดิ์สิทธิ์แห่งแผ่นดินไทย สร้างสมัย ร.5 เสริมบารมี เสริมอำนาจ คนเครื่องแบบนิยมมาไหว้ไม่ขาด แม้แต่นายกฯ ยังต้องแวะ


ใครๆ ก็รู้กันดีว่า ท่านนายกรัฐมนตรีและ มท.1 อนุทิน ชาญวีรกูล นั้นเป็น “สายมู” ตัวพ่อแห่งวงการการเมืองไทย เคยเล่าไปแล้วครั้งหนึ่งว่าท่านหลงใหลในพระเครื่องอย่างลึกซึ้ง จัดอยู่ในแถวหน้าของนักสะสมระดับประเทศ ว่ากันว่าท่านครอบครอง “พระรอดมหาวัน” หนึ่งในเบญจภาคีพระเครื่องเมืองไทยองค์แชมป์โลกเอาไว้ในมือ ในระดับที่คนอื่นได้แต่มองตาปริบๆ และยามว่างจากภารกิจ สิ่งที่ท่านทำเป็นประจำคือการเข้าวัด ไหว้พระ เวียนศาลเจ้าอยู่เสมอ

แต่สิ่งที่ “คนคลองกระแชง” สังเกตเห็นเป็นพิเศษในครั้งนี้ก็คือ “ตราแผ่นดิน สน.พระราชวัง” เพราะเมื่อเช้าวันที่ 24 มีนาคม ท่านนายกฯ เดินทางไปสักการะสถานที่แห่งนี้เป็นครั้งที่ 2 แล้ว


“ตราแผ่นดิน” คือสัญลักษณ์อันศักดิ์สิทธิ์ที่สะท้อนถึงเอกลักษณ์ของชาติและสถาบันพระมหากษัตริย์ โดยตราแผ่นดินที่ประดิษฐานอยู่ที่ สถานีตำรวจนครบาลพระราชวัง นั้น เชื่อกันว่ามีความศักดิ์สิทธิ์เป็นพิเศษยิ่งนัก

ตราแผ่นดินนี้ประกอบด้วยสัญลักษณ์มงคลหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นพระมหาพิชัยมงกุฎพร้อมดวงรัศมี ฉัตรเจ็ดชั้นหรือสัปตปฎลเศวตฉัตร ช้างไอยราพตสามเศียร ช้างเผือก กริชคดและกริชตรง คชสีห์และราชสีห์ประคองฉัตร ตลอดจนพระมหาสังวาลนพรัตนราชวราภรณ์

ถูกสร้างขึ้นตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 โดยมี เสวกเอกหม่อมเจ้าประวิช ชุมสาย เป็นผู้ออกแบบ กระทั่งในรัชกาลที่ 6 จึงโปรดเกล้าฯ ให้เปลี่ยนมาใช้เครื่องหมายพระครุฑพ่าห์แทน

ความเชื่อที่สืบทอดกันมายาวนานระบุว่า การมาสักการะสถานที่เกี่ยวข้องกับตราแผ่นดินนั้น ช่วยเสริมพลัง เสริมบารมี ขอพรความสำเร็จในหน้าที่การงาน และปกป้องคุ้มครองจากภัยอันตราย จึงเป็นที่นิยมอย่างมากในหมู่ตำรวจ ทหาร ข้าราชการ และคนในเครื่องแบบทั่วไป

นอกจากนี้บริเวณดังกล่าวยังมีจุดน่าสนใจเพิ่มเติมคือ ศาลปู่ดำ ที่ตั้งประกบอยู่ข้างๆ ศาลพระภูมิของ สน.พระราชวัง อีกด้วย


สน.พระราชวัง ตั้งอยู่ที่ 79 ถนนมหาราช แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร เปิดให้เข้าสักการะ ทุกวัน ตลอด 24 ชั่วโมง

การเดินทางโดยรถไฟฟ้า MRT สายสีน้ำเงิน ลงที่ สถานีสนามไชย ทางออกที่ 3 เมื่อออกจากสถานีจะพบ สน.พระราชวัง อยู่ทางด้านซ้ายมือทันที​​​​​​​​​​​​​​​​

#nbtconnext #คนคลองกระแชง #เล่าเท่าที่รู้ #พระอินทร์4242











🔴 INFO : "ตราแผ่นดินสยาม" คืออะไร? ทำไมนายกฯ อนุทินถึงมาบวงสรวง และสายมูเชื่อว่าไหว้แล้วได้เลื่อนขั้น
.
ทำไม "ตราแผ่นดิน" ที่ สน.พระราชวัง ถึงกลายเป็นจุดหมายของสายมูสายราชการ? และเบื้องหลังของตรานี้มีความหมายลึกกว่าที่คิด
.
เช้าวันนี้ (24 มี.ค. 2569) นายกฯ อนุทิน ชาญวีรกูล ถือฤกษ์เวลา 09.09 น. เดินทางมาประกอบพิธีบวงสรวงสักการะ "ตราแผ่นดิน" ณ สถานีตำรวจนครบาลพระราชวัง หรือ สน.พระราชวัง หลังจากการบูรณะแล้วเสร็จสมบูรณ์ นับเป็นการมาสักการะครั้งที่ 4 ของนายกฯ ในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา
.
ไม่ใช่แค่นายกรัฐมนตรีเท่านั้นที่ให้ความสำคัญกับสถานที่แห่งนี้ เพราะ "ตราแผ่นดิน" ที่ สน.พระราชวัง ถูกขนานนามว่าเป็นหนึ่งในสถานที่ศักดิ์สิทธิ์สำหรับผู้ที่ต้องการเสริมบารมีด้านหน้าที่การงาน แล้วตรานี้มีที่มาอย่างไร และทำไมผู้คนถึงหลั่งไหลมาขอพรกันไม่ขาดสาย?
.






🔵 [ไหว้ตราแผ่นดิน ขอพรอะไรได้บ้าง?]

สำหรับสายมูที่เชื่อเรื่องสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ตราแผ่นดินที่ สน.พระราชวัง ถือเป็นจุดหมายยอดนิยมโดยเฉพาะในหมู่ ตำรวจ ทหาร ข้าราชการ และคนในเครื่องแบบ ที่ต้องการขอพรเรื่องการเลื่อนขั้น เลื่อนยศ หรือสอบเข้ารับราชการ รวมถึงผู้ที่รู้สึกว่าชีวิตติดขัด อยากแก้อาถรรพ์ หรือต้องการเสริมพลังบารมีในชีวิต
.
อย่างไรก็ตาม มีความเชื่อที่แพร่หลายกันในหมู่ผู้ศรัทธาว่า "หากใครไม่อยากเข้าร่วมรับราชการหรือติดทหาร ไม่ควรมาไหว้ที่นี่" เนื่องจากเชื่อว่าอิทธิฤทธิ์ของตรานี้มีความเกี่ยวข้องกับสายงานราชการโดยตรง แม้จะเป็นเพียงความเชื่อส่วนบุคคล แต่ทุกสายอาชีพก็ยังสามารถมาสักการะขอพรได้เช่นกัน
.
แล้วตราที่ว่านี้ สร้างขึ้นมาได้อย่างไร และแต่ละองค์ประกอบสะท้อนอะไรบ้าง?
.
🔵 [กำเนิด "ตราแผ่นดินสยาม" งานชิ้นเอกในรัชกาลที่ 5]

ก่อนปี 2416 ประเทศไทยยังไม่มีตราแผ่นดินที่เป็นทางการชัดเจน มีเพียงตราประจำรัชกาลที่เปลี่ยนไปตามพระมหากษัตริย์แต่ละพระองค์ จนกระทั่ง พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ เสวกเอก หม่อมเจ้าประวิช ชุมสาย ออกแบบตราประจำประเทศเป็นครั้งแรก
.
การออกแบบอิงหลัก Heraldry หรือ "มุทราศาสตร์" ซึ่งเป็นศาสตร์การผูกตราของยุโรป นับเป็นการผสานวัฒนธรรมตะวันออก-ตะวันตกอย่างลงตัวที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ไทย
.




🔵 [ถอดรหัสทุกองค์ประกอบ ความหมายซ่อนอยู่ทุกส่วน]

ตราแผ่นดินสยามนั้นไม่ได้มีแค่ความสวยงาม แต่ทุกองค์ประกอบล้วนแฝงความหมายอันลึกซึ้ง
.
ส่วนบนสุดของตราคือ "พระมหาพิชัยมงกุฎเปล่งรัศมี" สื่อถึงความเป็นพระมหากษัตริย์ ใต้ลงมาคือ จักรและตรีไขว้ หรือ "ตรามหาจักรี" สัญลักษณ์ของพระราชวงศ์จักรีนับแต่รัชกาลที่ 1 โดยมีฉัตร 7 ชั้น ขนาบทั้งสองข้าง เป็นเครื่องหมายแสดงว่าดินแดนสยามอยู่ภายใต้ร่มพระบรมโพธิสมภาร
.
ใจกลางของตราเป็น "โล่แบ่ง 3 ห้อง" ซึ่งสะท้อนขอบเขตอาณาจักรสยามในยุคนั้นอย่างครบถ้วน ห้องบนเป็น ช้าง 3 เศียร หมายถึงสยามเหนือ กลาง และใต้ ห้องล่างขวาเป็น ช้างเผือก แทนประเทศราชลาวล้านช้าง และห้องล่างซ้ายเป็น กริชคดและกริชตรงไขว้กัน แทนหัวเมืองมลายู
.
ด้านข้างโล่มี "คชสีห์" (ฝ่ายทหาร-กลาโหม) และ "ราชสีห์" (ฝ่ายพลเรือน-มหาดไทย) ประคองฉัตรทั้งสองข้าง สื่อถึงการค้ำจุนประเทศและราชบัลลังก์
.
ล้อมรอบโล่ด้วย "พระมหาสังวาลนพรัตน์รัตนราชวราภรณ์" อันหมายถึงพระพุทธศาสนา และ "สายสร้อยจุลจอมเกล้า" ซึ่งมีภาษิตประจำเครื่องราชอิสริยาภรณ์ว่า เราจะบำรุงตระกูลวงศ์ให้เจริญ
.
และส่วนล่างสุดของตราคือ คาถาภาษาบาลี จารึกว่า "สพฺเพสํ สงฺฆภูตานํ สามคฺคี วุฑฺฒิสาธิกา" ซึ่งแปลความหมายได้ว่า "ความพร้อมเพรียงของปวงชนผู้อยู่ร่วมกัน ย่อมเป็นเครื่องทำความเจริญให้สำเร็จ" คาถาบทนี้เป็นพระนิพนธ์ของสมเด็จพระสังฆราช (สา ปุสฺสเทโว) แห่งวัดราชประดิษฐสถิตมหาสีมาราม และยังถูกนำไปใช้เป็นข้อเตือนใจประจำโรงเรียนเตรียมทหารอีกด้วย
.







🔵 [ทำไมตราแผ่นดินถึงถูกเปลี่ยนเป็นตราครุฑ?]

น่าแปลกใจว่า ตราแผ่นดินอันงดงามชิ้นนี้ถูกใช้เพียงช่วงระยะหนึ่งก่อนจะถูกแทนที่ด้วย "ตราครุฑ" ที่ใช้กันในปัจจุบัน
.
ว่ากันว่า รัชกาลที่ 5 เองทรงรับสั่งว่า ตราอาร์มนั้น "เป็นอย่างฝรั่งเกินไป" และยังมีนักประวัติศาสตร์สันนิษฐานว่าการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้เกี่ยวข้องกับการสูญเสียประเทศราช อย่างลาว เขมร พม่าบางส่วน และมลายูในช่วงรัชสมัยของพระองค์ ซึ่งทำให้ความหมายภายในโล่ตราบางส่วนไม่ตรงกับความเป็นจริงอีกต่อไป จึงโปรดเกล้าฯ ให้ใช้ "ตราพระครุฑพ่าห์" เป็นตราประจำแผ่นดินแทนตั้งแต่ปี พ.ศ. 2436
.




ปัจจุบัน ตราแผ่นดินสยามยังคงปรากฏอยู่ในตราประจำหน่วยงานหลายแห่งที่ก่อตั้งในยุครัชกาลที่ 5 เช่น กรมป่าไม้ โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตราหน้าหมวก) อันเป็นร่องรอยทางประวัติศาสตร์ที่ยังคงสืบทอดมาถึงวันนี้
.
ท่ามกลางกระแส "สายมู" ที่เติบโตขึ้นในสังคมไทย ตราแผ่นดินที่ สน.พระราชวัง กลายเป็นมากกว่าสัญลักษณ์ทางประวัติศาสตร์ แต่เป็นจุดยึดเหนี่ยวจิตใจ ของผู้คนที่ต้องการกำลังใจในชีวิตการงาน
.
ไม่ว่าจะมองในมุมความเชื่อหรือมุมประวัติศาสตร์ ตราแผ่นดินสยามก็คือ กระจกสะท้อนรากเหง้าของชาติ ที่บอกเล่าว่าครั้งหนึ่ง ผู้คนในดินแดนนี้เชื่อมั่นในพลังแห่งความสามัคคีมากพอที่จะจารึกไว้บนตราแห่งแผ่นดิน
.
💬 คุณเคยมาสักการะตราแผ่นดินที่ สน.พระราชวัง ไหม? หรือมีสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่คุณนับถือเป็นพิเศษ มาแชร์กันได้เลย!

#ตราแผ่นดิน #สนพระราชวัง #อนุทินชาญวีรกูล #สายมู #NationSTORY






แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่