“การแสดงของ BTS ที่กวางฮวามุน แม้แต่ที่ LA ตอนตี 4 ผู้คนยังยอมอดนอนเพื่อรับชม...
ถือเป็นเหตุการณ์ที่มีความหมายอย่างยิ่งต่อวงการดนตรี”
การแสดงคัมแบ็กของ BTS ที่ กวางฮวามุนในวันที่ 21 เราได้ฟังความประทับใจอย่างตรงไปตรงมาจากผู้เชี่ยวชาญชั้นนำในวงการศิลปะการแสดงของเกาหลี
🔶 Ahn Ho-sang (ประธาน Sejong Center for the Performing Arts):
"เหมือนกับ 'บันไดสเปน' อันโด่งดังของโรม ผมคิดว่าบันไดหินของ Sejong Center ก็น่าจะกลายเป็นแลนด์มาร์คของกรุงโซลในชื่อ 'บันได BTS' เช่นกัน โดยเฉพาะสำหรับคนที่ได้มาชมการแสดงในสถานที่จริงวันนั้น มันจะกลายเป็นสถานที่ที่ประทับใจไม่รู้ลืม ผมรู้สึกว่าเพราะ BTS ทำให้กรุงโซลกลายเป็นจุดกำเนิดทางวัฒนธรรม และเป็นเมืองที่ส่งต่อเทรนด์ใหม่ๆ แห่งศตวรรษที่ 21 ออกไปสู่โลก"
🔶 Yang Jung-woong (ผู้อำนวยการสร้างฝ่ายบริหาร พิธีเปิดโอลิมปิกฤดูหนาวพยองชาง):
"เป็นการกำกับเวทีที่ประณีตและมีเอกลักษณ์ เป็นเวทีที่สัมผัสได้ถึงการเปลี่ยนแปลงที่ทันสมัยของ BTS ในการเริ่มต้นบทที่ 2 ของเส้นทางดนตรี การออกแบบเวทีและองค์ประกอบภาพนั้นเรียบง่ายแต่สะท้อนความเป็นประเพณีเกาหลีได้ดีมาก โดยเฉพาะการใช้ 'วอลแด' (ชานหินหน้าประตูวัง) ของกวางฮวามุนมาซ้อนทับเป็นพื้นหลังเหมือนกรอบรูป เป็นภาพที่ดูแล้วน่าพึงพอใจอย่างยิ่ง ผมเชื่อว่าชาวต่างชาติจะยิ่งรู้สึกถึงเสน่ห์ของเกาหลีและกรุงโซลผ่านการแสดงนี้"
🔶 Jung Hye-jin (นักออกแบบท่าเต้น):
"ไม่ต่างจากเพลงที่ผ่าน ๆ มา BTS พยายามค้นหาตัวตนของพวกเราและใช้ความรู้สึกแบบเกาหลีในดนตรีโดยไม่เดินตามวัฒนธรรมตะวันตกเพียงอย่างเดียว ในขณะที่คนเกาหลีอาจจะมีความชื่นชมในวัฒนธรรมตะวันตกโดยไม่รู้ตัว การที่ BTS หยิบยกเพลง 'อารีรัง' ขึ้นมาแสดงจึงมีความหมายที่ยิ่งใหญ่มาก ในฐานะคนที่คลุกคลีกับการร่ายรำพื้นเมืองเกาหลี ฉันรู้สึกภาคภูมิใจอย่างยิ่งค่ะ"
“การแสดงของ BTS ที่กวางฮวามุน แม้แต่ที่ LA ตอนตี 4 ผู้คนยังยอมอดนอนเพื่อรับชม."
"เหมือนกับ 'บันไดสเปน' อันโด่งดังของโรม ผมคิดว่าบันไดหินของ Sejong Center ก็น่าจะกลายเป็นแลนด์มาร์คของกรุงโซลในชื่อ 'บันได BTS' เช่นกัน โดยเฉพาะสำหรับคนที่ได้มาชมการแสดงในสถานที่จริงวันนั้น มันจะกลายเป็นสถานที่ที่ประทับใจไม่รู้ลืม ผมรู้สึกว่าเพราะ BTS ทำให้กรุงโซลกลายเป็นจุดกำเนิดทางวัฒนธรรม และเป็นเมืองที่ส่งต่อเทรนด์ใหม่ๆ แห่งศตวรรษที่ 21 ออกไปสู่โลก"
"เป็นการกำกับเวทีที่ประณีตและมีเอกลักษณ์ เป็นเวทีที่สัมผัสได้ถึงการเปลี่ยนแปลงที่ทันสมัยของ BTS ในการเริ่มต้นบทที่ 2 ของเส้นทางดนตรี การออกแบบเวทีและองค์ประกอบภาพนั้นเรียบง่ายแต่สะท้อนความเป็นประเพณีเกาหลีได้ดีมาก โดยเฉพาะการใช้ 'วอลแด' (ชานหินหน้าประตูวัง) ของกวางฮวามุนมาซ้อนทับเป็นพื้นหลังเหมือนกรอบรูป เป็นภาพที่ดูแล้วน่าพึงพอใจอย่างยิ่ง ผมเชื่อว่าชาวต่างชาติจะยิ่งรู้สึกถึงเสน่ห์ของเกาหลีและกรุงโซลผ่านการแสดงนี้"
"ไม่ต่างจากเพลงที่ผ่าน ๆ มา BTS พยายามค้นหาตัวตนของพวกเราและใช้ความรู้สึกแบบเกาหลีในดนตรีโดยไม่เดินตามวัฒนธรรมตะวันตกเพียงอย่างเดียว ในขณะที่คนเกาหลีอาจจะมีความชื่นชมในวัฒนธรรมตะวันตกโดยไม่รู้ตัว การที่ BTS หยิบยกเพลง 'อารีรัง' ขึ้นมาแสดงจึงมีความหมายที่ยิ่งใหญ่มาก ในฐานะคนที่คลุกคลีกับการร่ายรำพื้นเมืองเกาหลี ฉันรู้สึกภาคภูมิใจอย่างยิ่งค่ะ"