สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาว Pantip ทุกคน!
วันนี้ผมมีเรื่องราวที่น่าสนใจเกี่ยวกับงานคราฟต์ระดับโลกจากญี่ปุ่นมาฝากกันครับ เชื่อว่าหลายคนเวลาไปญี่ปุ่นคงเคยเห็นผ้าสีน้ำเงินเข้มที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ซึ่งคนญี่ปุ่นเรียกขานมันว่า
"Japan Blue" หรือ
การย้อมครามแบบ "Aizome" (ไอโซเมะ) นั่นเอง
ทำไมผ้าสีน้ำเงินเรียบๆ ถึงมีราคาแพงและเป็นที่ต้องการของคนทั่วโลก? ผมสรุปประเด็นน่าสนใจจากบทความมาให้แล้วครับ

1. จุดเริ่มต้นของ "
Japan Blue"
สีครามไม่ได้เป็นเพียงแค่สีพื้นๆ แต่คือสีที่เป็นตัวแทนของจิตวิญญาณญี่ปุ่น ในสมัยเอโดะ ผ้าสีครามเป็นที่นิยมมากตั้งแต่ซามูไรไปจนถึงชาวบ้านธรรมดา เพราะความทนทานและคุณสมบัติพิเศษของมัน จนชาวต่างชาติที่มาเยือนญี่ปุ่นยุคนั้นถึงกับตั้งฉายาให้ว่า
Japan Blue
2. กรรมวิธีที่ต้องใช้ "หัวใจ" ทำ
ความพิเศษของ Aizome คือการใช้ครามธรรมชาติที่เรียกว่า
"Sukumo" (สุคุโมะ) ซึ่งได้จากการ
หมักใบโชะ (Indigo plant) นานเกือบปี! กระบวนการย้อมไม่ใช่แค่จุ่มแล้วจบ แต่ต้องทำซ้ำหลายสิบครั้งเพื่อให้ได้เฉดสีที่ต้องการ ซึ่งแต่ละเฉดสีจะมีชื่อเรียกเฉพาะตัว เช่น
อาซาอิโระ (ฟ้าอ่อน) ไปจนถึง
โนอุคน (น้ำเงินเข้มเกือบดำ)
3. ทำไมต้องย้อมคราม? (คุณสมบัติที่มากกว่าความสวย)
นอกจากสีที่สวยมีมิติแล้ว
ประโยชน์ของผ้าครามธรรมชาติ ยังช่วยดูแลสุขภาพผู้สวมใส่ได้ดีกว่าผ้าเคมี:
ถนอมผิว: ไม่ระคายเคืองผิว เหมาะมากกับคนผิวแพ้ง่าย
ไล่แมลงและต้านแบคทีเรีย: กลิ่นของครามช่วยกันแมลง และมีฤทธิ์ยับยั้งแบคทีเรีย ทำให้ผ้าไม่เหม็นอับง่าย
ยิ่งเก่ายิ่งสวย: เสน่ห์ที่สุดคือ "การเฟด" (Fade) ที่เกิดจากไลฟ์สไตล์ของผู้ใช้ เกิดเป็นลวดลายที่มีตัวเดียวในโลก
4. วิธีดูแลรักษาให้สวยนานๆ
สำหรับใครที่มีผ้า
Aizome อยู่ในมือ แนะนำ
วิธีการดูแลรักษาผ้าคราม ดังนี้ครับ:
ซักมือเท่านั้น: และควรใช้น้ำยาซักผ้าสูตรอ่อนโยนที่สุด
เลี่ยงแดดจัด: ตากในที่ร่มที่มีลมโกรก เพื่อป้องกันสีซีดจาง
ยอมรับการเปลี่ยนแปลง: ยิ่งใส่บ่อย ผ้าจะยิ่งนุ่มและเข้ากับตัวเรามากขึ้น
อ่านรายละเอียดฉบับเต็มและดูรูปภาพสวยๆ เพิ่มเติมได้ที่นี่ครับ: 👉
มนต์เสน่ห์แห่งการย้อมครามญี่ปุ่น Aizome ความภูมิใจของแดนอาทิตย์อุทัย
Aizome ไม่ใช่แค่การย้อมผ้า แต่คือการส่งต่องานศิลปะจากรุ่นสู่รุ่น ใครที่มีโอกาสได้เป็นเจ้าของ แนะนำให้ใส่บ่อยๆ นะครับ เพราะผ้าชนิดนี้ "ยิ่งเก่า ยิ่งเก๋า" จริงๆ ครับ
[SR] เสน่ห์แห่งสีคราม... ชวนรู้จัก "Aizome" ศิลปะการย้อมผ้าแบบญี่ปุ่นที่ทั่วโลกหลงรัก
วันนี้ผมมีเรื่องราวที่น่าสนใจเกี่ยวกับงานคราฟต์ระดับโลกจากญี่ปุ่นมาฝากกันครับ เชื่อว่าหลายคนเวลาไปญี่ปุ่นคงเคยเห็นผ้าสีน้ำเงินเข้มที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ซึ่งคนญี่ปุ่นเรียกขานมันว่า "Japan Blue" หรือ การย้อมครามแบบ "Aizome" (ไอโซเมะ) นั่นเอง
ทำไมผ้าสีน้ำเงินเรียบๆ ถึงมีราคาแพงและเป็นที่ต้องการของคนทั่วโลก? ผมสรุปประเด็นน่าสนใจจากบทความมาให้แล้วครับ
1. จุดเริ่มต้นของ "Japan Blue"
สีครามไม่ได้เป็นเพียงแค่สีพื้นๆ แต่คือสีที่เป็นตัวแทนของจิตวิญญาณญี่ปุ่น ในสมัยเอโดะ ผ้าสีครามเป็นที่นิยมมากตั้งแต่ซามูไรไปจนถึงชาวบ้านธรรมดา เพราะความทนทานและคุณสมบัติพิเศษของมัน จนชาวต่างชาติที่มาเยือนญี่ปุ่นยุคนั้นถึงกับตั้งฉายาให้ว่า Japan Blue
2. กรรมวิธีที่ต้องใช้ "หัวใจ" ทำ
ความพิเศษของ Aizome คือการใช้ครามธรรมชาติที่เรียกว่า "Sukumo" (สุคุโมะ) ซึ่งได้จากการ หมักใบโชะ (Indigo plant) นานเกือบปี! กระบวนการย้อมไม่ใช่แค่จุ่มแล้วจบ แต่ต้องทำซ้ำหลายสิบครั้งเพื่อให้ได้เฉดสีที่ต้องการ ซึ่งแต่ละเฉดสีจะมีชื่อเรียกเฉพาะตัว เช่น อาซาอิโระ (ฟ้าอ่อน) ไปจนถึง โนอุคน (น้ำเงินเข้มเกือบดำ)
3. ทำไมต้องย้อมคราม? (คุณสมบัติที่มากกว่าความสวย)
นอกจากสีที่สวยมีมิติแล้ว ประโยชน์ของผ้าครามธรรมชาติ ยังช่วยดูแลสุขภาพผู้สวมใส่ได้ดีกว่าผ้าเคมี:
ถนอมผิว: ไม่ระคายเคืองผิว เหมาะมากกับคนผิวแพ้ง่าย
ไล่แมลงและต้านแบคทีเรีย: กลิ่นของครามช่วยกันแมลง และมีฤทธิ์ยับยั้งแบคทีเรีย ทำให้ผ้าไม่เหม็นอับง่าย
ยิ่งเก่ายิ่งสวย: เสน่ห์ที่สุดคือ "การเฟด" (Fade) ที่เกิดจากไลฟ์สไตล์ของผู้ใช้ เกิดเป็นลวดลายที่มีตัวเดียวในโลก
4. วิธีดูแลรักษาให้สวยนานๆ
สำหรับใครที่มีผ้า Aizome อยู่ในมือ แนะนำ วิธีการดูแลรักษาผ้าคราม ดังนี้ครับ:
ซักมือเท่านั้น: และควรใช้น้ำยาซักผ้าสูตรอ่อนโยนที่สุด
เลี่ยงแดดจัด: ตากในที่ร่มที่มีลมโกรก เพื่อป้องกันสีซีดจาง
ยอมรับการเปลี่ยนแปลง: ยิ่งใส่บ่อย ผ้าจะยิ่งนุ่มและเข้ากับตัวเรามากขึ้น
อ่านรายละเอียดฉบับเต็มและดูรูปภาพสวยๆ เพิ่มเติมได้ที่นี่ครับ: 👉 มนต์เสน่ห์แห่งการย้อมครามญี่ปุ่น Aizome ความภูมิใจของแดนอาทิตย์อุทัย
Aizome ไม่ใช่แค่การย้อมผ้า แต่คือการส่งต่องานศิลปะจากรุ่นสู่รุ่น ใครที่มีโอกาสได้เป็นเจ้าของ แนะนำให้ใส่บ่อยๆ นะครับ เพราะผ้าชนิดนี้ "ยิ่งเก่า ยิ่งเก๋า" จริงๆ ครับ
SR - Sponsored Review : กระทู้รีวิวนี้เป็นกระทู้ SR โดยที่เจ้าของกระทู้