เราเรียนคณะ Humanities and Tourism Management สาขา Airline Business Management วิชาเอก Cargo and Ramp Operations
ฝึกงานที่ Suvarnabhumi airport ตึก Free zone
ฝึกงานช่วง May - Aug 2025
ตำแหน่ง Reservation
Application process
1. เราสมัครโดยการส่งเมลค่ะแต่ได้การตอบรับช้าเลยตัดสินใจ walk-in ไปที่ office (ไม่แนะนำเพราะว่าพี่ที่ดูแลเกี่ยวกับนักศึกษาฝึกงานทำงานเป็นกะ อาจจะไปแล้วไม่เจอพี่เขาก็ได้)
2. เอกสารในการสมัคร
- ใบส่งตัวจากทางมหาลัย
- Resume
- Transcript
- TOEIC score
- รูปถ่าย 1.5 นิ้ว (จำนวนแล้วแต่พี่เขาขอ)
- สำเนาบัตรประชาชน
- สำเนาทะเบียนบ้าน
- ใบตรวจสอบประวัติอาชญากรรม
- สำเนาหลักฐานการได้รับวัคซีน (มหาลัยเราบังคับว่าต้องมีแต่ไม่แน่ใจว่าจำเป็นไหม)
3. มีสัมภาษณ์ในวันปฐมนิเทศหรือเข้าฝึกงานวันแรกมีการถามความรู้เกี่ยวกับการขนส่งสินค้า ทางอากาศ หรืออาจจะไม่มีขึ้นอยู่กับว่าใครเป็นคนต้อนรับนักศึกษาฝึกงานในวันนั้น
Responsibilities
Emirates SkyCargo มีอยู่สองแผนกด้วยกันคือ Reservation กับ Operation
เราอยู่แผนก Reservation จะเป็นงานเอกสารส่วนใหญ่และนั่งหน้าคอมคอย monitor งานจากพี่ๆผ่านทาง MS Team ทั้งวัน งานที่พี่ให้มาก็จะเกี่ยวกับ cargo space booking จาก freight forworders ตรวจสอบ space ของ flight นั้นๆ แล้วก็มีรายละเอียดยิบย่อยอื่นๆ อาจจะต้องมีความรู้พื้นฐานมาก่อนเกี่ยวกับการขนส่งสินค้าทางอากาศ เช่น Type of cargo, IATA Code คำศัพท์เฉพาะเกี่ยวกับโลจิสติกส์หรือการบิน และอีกมากมายโดยเราจะทำงานผ่านระบบ Skychain ที่ก็มีรายละเอียดยิบย่อยเยอะเหมือนกัน โดยงานทั้งหมดจะเป็นภาษาอังกฤษ ไม่ว่าจะเป็นคำสั่งจากพี่เขาหรือในระบบเอง (เพราะว่าคีย์บอร์ดไม่มีภาษาไทย)
ส่วนแผนก Operations (เพื่อนเรา)
งานส่วนใหญ่เป็นการนั่งทำอยู่หน้าคอมพิวเตอร์โดยมีหน้าที่หลักในการ monitor Email และจัดทำเอกสาร รวมถึงการพิมพ์เอกสาร จัดเก็บตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูล อัพเดทข้อมูลเข้าสู่ระบบ จัดตู้ ULD stock บันทึกข้อมูล AWB Capture และอีกมากมาย
ทั้งสองแผนกเป็นการตรวจสอบเอกสารและ monitor หน้าคอมพิวเตอร์ แต่ระหว่างฝึกงานก็ต้องมีสักครั้งที่พี่เขาจะพาไปลงเครื่องที่ลานจอดอากาศยานค่ะ ก็จะได้เรียนรู้เกี่ยวกับขั้นตอนการโหลดสินค้าใต้ท้องเครื่อง
Work environment
เป็นสายการบินต่างชาติเพราะฉะนั้นเเล้ววัฒนธรรมองค์กรจะต่างจากของไทยมากต่อให้พี่ๆเขาเป็นคนไทยหมดเลยแต่รู้สึกว่าไม่ได้มีกฎระเบียบที่เคร่งครัดเหมือนกับของไทย พี่ๆทุกคนใจดีเป็นกันเองมากค่ะ
ส่วนเรื่องอาหารการกินเราไปฝึกช่วงที่โรงอาหารที่ตึกปิดปรับปรุงพอดีแต่โชคดีที่มีโรงอาหารการบินไทย แต่ต้องเดินตากแดดไปไกลมากเหมือนกันค่ะ
Working schedule
แผนก Reservation จะทำ office hours 09:00 - 18:00 น. (Mon-Fri)
แผนก Operations จะทำ shift work ทำ 4 หยุด 2 แล้วเเต่พี่จัดสรรให้
Benefits
Badge เข้า airport 1-2 weeks พี่ๆจะจัดทำเอกสารให้เพื่อให้เราไปทำบัตรอนุญาตเข้าพื้นที่ภายในสนามบิน ที่ตึก AOT (มีค่าทำบัตรจ่ายเองค่ะ)
Pros
1. ได้ใช้ภาษาอังกฤษจริง
2. ได้เรียนรู้งาน cargo airline
3. ได้ประสบการณ์การประสานงานกับแผนกต่างๆ
4. ได้ความรู้เกี่ยวกับการขนส่งสินค้าทางอากาศ
5. ใส่ชุดอะไรไปทำงานก็ได้ขอให้แต่งการให้เรียบร้อย (ปี 2025)
Cons/Tips
1. ต้องมีความอดทนสูงเพราะต้องนั่งทำงานหน้าคอมตลอดทั้งวันอาจจะปวดตาหรือเป็น office syndrome ได้
2. ภาษาอังกฤษต้องได้ระดับหนึ่ง เพราะจะมีพวกคำศัพท์เฉพาะ พวกคำย่อเกี่ยวกับโลจิสติกส์หรือการขนส่งสินค้าทางอากาศ
3. ต้องละเอียดเรื่องเอกสารและการคีย์ข้อมูลลงในระบบ
4. ไม่มีเอกสารความรู้พื้นฐานให้กับนักศึกษาฝึกงาน แนะนำว่าให้พกสมุดและปากกาติดตัวไว้เวลาพี่หรือเพื่อนที่ฝึกงานอยู่ก่อนหน้านี้สอนอะไรให้จดเอาไว้เพราะรายละเอียดค่อนข้างเยอะ
5. ไม่มี certificate หลังฝึกงานจบ
6. การเดินทางไปทำงานถ้าอยู่ไกลต้องนั่งรถหลายต่อเพราะพื้นที่สนามบินใหญ่มาก ถ้าใช้บริการรถเวียนสนามบินต้องเผื่อเวลา
การฝึกงานที่ Emirates SkyCargo เหมาะกับคนที่เรียนเกี่ยวกับด้านโลจิสติกส์ หรือการขนส่งสินค้าทางอากาศ เพราะลักษณะงานจะมีรายละเอียดค่อนข้างเยอะ และต้องทำความเข้าใจขั้นตอนการทำงานของสายงาน Cargo ในหลายส่วน คนที่มีพื้นฐานด้านนี้จะได้เปรียบและเข้าใจงานได้เร็วขึ้น
ส่วนตัวเราไม่ค่อยแนะนำสำหรับคนที่เรียนสายการบินด้าน Passenger Service โดยตรง เพราะการฝึกงานกับ Emirates SkyCargo จะเป็นลักษณะงานแบบ back office เป็นหลัก จะไม่ได้มีโอกาสเจอผู้โดยสาร และสถานที่ทำงานไม่ได้อยู่ที่ passengers terminal แต่อยู่ตึก Free zone ค่ะ เป็นการนั่งทำงานหน้าคอมทั้งวันได้มีโอกาสไปลงเครื่องบ้าง แต่ไม่ได้เจอใครเลยนอกจากพี่ๆ Ramp agent
**(จากการเคยสอบถามพี่ๆที่ฝึกงานทางสายการบิน Emirates ไม่รับนักศึกษาฝึกงานในส่วนของ passenger service ที่สนามบินสุวรรณภูมิ อ้างอิงจากปี 2025 นะคะ ปีต่อไปไม่แน่ใจต้องติดตามดูค่ะ)**
Expectation vs Reality
Expectation
ตอนแรกเราคิดว่าจะได้มีโอกาสลงไปประสานงานหน้างาน หรือได้ลงไปบริเวณหน้าเครื่องค่อนข้างบ่อย และได้เห็นขั้นตอนการทำงานภาคสนามมากขึ้น (พูดง่ายๆคาดหวังว่าจะได้วิ่งได้เดินมาก)
Reality
แต่ในความเป็นจริง ลักษณะงานส่วนใหญ่จะเป็นงานในส่วนของ back office ต้องทำงานหน้าคอมพิวเตอร์เป็นหลัก และเกี่ยวข้องกับเอกสารด้าน Cargo ค่อนข้างเยอะ ซึ่งต้องใช้ความละเอียดและความรอบคอบในการตรวจสอบข้อมูล ทำให้ได้เห็นอีกมุมหนึ่งของการทำงานเบื้องหลังของสายงานขนส่งสินค้าทางอากาศมากขึ้น
Overall experience
แนะนำสำหรับคนที่อยากหาประสบการณ์เกี่ยวกับการขนส่งสินค้าทางอากาศจริง ๆ เพราะการฝึกงานที่นี่ทำให้เราได้เห็นเบื้องหลังการทำงานของสายงาน Cargo เยอะมาก และช่วยให้เข้าใจขั้นตอนการทำงานจริงมากขึ้น
โดยรวมเราให้คะแนนประสบการณ์ฝึกงานครั้งนี้ 7/10 คะแนน เพราะได้ความรู้และประสบการณ์เกี่ยวกับการขนส่งสินค้าทางอากาศค่อนข้างเยอะ และได้เห็นการทำงานจริงของสายงาน Cargo มากขึ้น หลังจากได้ลองฝึกงานจริงแล้วก็ทำให้เรารู้ว่าเส้นทางนี้อาจจะยังไม่ใช่สิ่งที่เราชอบมากที่สุด แต่เราก็รู้สึกขอบคุณที่ได้เลือกมาฝึกงานที่นี่ เพราะประสบการณ์ครั้งนี้ช่วยให้เราเข้าใจตัวเองมากขึ้น และทำให้เราสามารถตัดสินใจเกี่ยวกับเส้นทางในอนาคตของตัวเองได้ชัดเจนขึ้น ว่ายังอยากเดินต่อในสายงานนี้หรือไม่
P.S. ถ้าใครมีข้อสงสัยหรืออยากสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการฝึกงาน สามารถคอมเมนต์ถามไว้ได้เลยนะคะ ถ้าเราว่างจะเข้ามาตอบให้ค่ะ 😊
Internship Review : Emirates SkyCargo at Suvarnabhumi Airport 2025
ฝึกงานที่ Suvarnabhumi airport ตึก Free zone
ฝึกงานช่วง May - Aug 2025
ตำแหน่ง Reservation
Application process
1. เราสมัครโดยการส่งเมลค่ะแต่ได้การตอบรับช้าเลยตัดสินใจ walk-in ไปที่ office (ไม่แนะนำเพราะว่าพี่ที่ดูแลเกี่ยวกับนักศึกษาฝึกงานทำงานเป็นกะ อาจจะไปแล้วไม่เจอพี่เขาก็ได้)
2. เอกสารในการสมัคร
- ใบส่งตัวจากทางมหาลัย
- Resume
- Transcript
- TOEIC score
- รูปถ่าย 1.5 นิ้ว (จำนวนแล้วแต่พี่เขาขอ)
- สำเนาบัตรประชาชน
- สำเนาทะเบียนบ้าน
- ใบตรวจสอบประวัติอาชญากรรม
- สำเนาหลักฐานการได้รับวัคซีน (มหาลัยเราบังคับว่าต้องมีแต่ไม่แน่ใจว่าจำเป็นไหม)
3. มีสัมภาษณ์ในวันปฐมนิเทศหรือเข้าฝึกงานวันแรกมีการถามความรู้เกี่ยวกับการขนส่งสินค้า ทางอากาศ หรืออาจจะไม่มีขึ้นอยู่กับว่าใครเป็นคนต้อนรับนักศึกษาฝึกงานในวันนั้น
Responsibilities
Emirates SkyCargo มีอยู่สองแผนกด้วยกันคือ Reservation กับ Operation
เราอยู่แผนก Reservation จะเป็นงานเอกสารส่วนใหญ่และนั่งหน้าคอมคอย monitor งานจากพี่ๆผ่านทาง MS Team ทั้งวัน งานที่พี่ให้มาก็จะเกี่ยวกับ cargo space booking จาก freight forworders ตรวจสอบ space ของ flight นั้นๆ แล้วก็มีรายละเอียดยิบย่อยอื่นๆ อาจจะต้องมีความรู้พื้นฐานมาก่อนเกี่ยวกับการขนส่งสินค้าทางอากาศ เช่น Type of cargo, IATA Code คำศัพท์เฉพาะเกี่ยวกับโลจิสติกส์หรือการบิน และอีกมากมายโดยเราจะทำงานผ่านระบบ Skychain ที่ก็มีรายละเอียดยิบย่อยเยอะเหมือนกัน โดยงานทั้งหมดจะเป็นภาษาอังกฤษ ไม่ว่าจะเป็นคำสั่งจากพี่เขาหรือในระบบเอง (เพราะว่าคีย์บอร์ดไม่มีภาษาไทย)
ส่วนแผนก Operations (เพื่อนเรา)
งานส่วนใหญ่เป็นการนั่งทำอยู่หน้าคอมพิวเตอร์โดยมีหน้าที่หลักในการ monitor Email และจัดทำเอกสาร รวมถึงการพิมพ์เอกสาร จัดเก็บตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูล อัพเดทข้อมูลเข้าสู่ระบบ จัดตู้ ULD stock บันทึกข้อมูล AWB Capture และอีกมากมาย
ทั้งสองแผนกเป็นการตรวจสอบเอกสารและ monitor หน้าคอมพิวเตอร์ แต่ระหว่างฝึกงานก็ต้องมีสักครั้งที่พี่เขาจะพาไปลงเครื่องที่ลานจอดอากาศยานค่ะ ก็จะได้เรียนรู้เกี่ยวกับขั้นตอนการโหลดสินค้าใต้ท้องเครื่อง
Work environment
เป็นสายการบินต่างชาติเพราะฉะนั้นเเล้ววัฒนธรรมองค์กรจะต่างจากของไทยมากต่อให้พี่ๆเขาเป็นคนไทยหมดเลยแต่รู้สึกว่าไม่ได้มีกฎระเบียบที่เคร่งครัดเหมือนกับของไทย พี่ๆทุกคนใจดีเป็นกันเองมากค่ะ
ส่วนเรื่องอาหารการกินเราไปฝึกช่วงที่โรงอาหารที่ตึกปิดปรับปรุงพอดีแต่โชคดีที่มีโรงอาหารการบินไทย แต่ต้องเดินตากแดดไปไกลมากเหมือนกันค่ะ
Working schedule
แผนก Reservation จะทำ office hours 09:00 - 18:00 น. (Mon-Fri)
แผนก Operations จะทำ shift work ทำ 4 หยุด 2 แล้วเเต่พี่จัดสรรให้
Benefits
Badge เข้า airport 1-2 weeks พี่ๆจะจัดทำเอกสารให้เพื่อให้เราไปทำบัตรอนุญาตเข้าพื้นที่ภายในสนามบิน ที่ตึก AOT (มีค่าทำบัตรจ่ายเองค่ะ)
Pros
1. ได้ใช้ภาษาอังกฤษจริง
2. ได้เรียนรู้งาน cargo airline
3. ได้ประสบการณ์การประสานงานกับแผนกต่างๆ
4. ได้ความรู้เกี่ยวกับการขนส่งสินค้าทางอากาศ
5. ใส่ชุดอะไรไปทำงานก็ได้ขอให้แต่งการให้เรียบร้อย (ปี 2025)
Cons/Tips
1. ต้องมีความอดทนสูงเพราะต้องนั่งทำงานหน้าคอมตลอดทั้งวันอาจจะปวดตาหรือเป็น office syndrome ได้
2. ภาษาอังกฤษต้องได้ระดับหนึ่ง เพราะจะมีพวกคำศัพท์เฉพาะ พวกคำย่อเกี่ยวกับโลจิสติกส์หรือการขนส่งสินค้าทางอากาศ
3. ต้องละเอียดเรื่องเอกสารและการคีย์ข้อมูลลงในระบบ
4. ไม่มีเอกสารความรู้พื้นฐานให้กับนักศึกษาฝึกงาน แนะนำว่าให้พกสมุดและปากกาติดตัวไว้เวลาพี่หรือเพื่อนที่ฝึกงานอยู่ก่อนหน้านี้สอนอะไรให้จดเอาไว้เพราะรายละเอียดค่อนข้างเยอะ
5. ไม่มี certificate หลังฝึกงานจบ
6. การเดินทางไปทำงานถ้าอยู่ไกลต้องนั่งรถหลายต่อเพราะพื้นที่สนามบินใหญ่มาก ถ้าใช้บริการรถเวียนสนามบินต้องเผื่อเวลา
การฝึกงานที่ Emirates SkyCargo เหมาะกับคนที่เรียนเกี่ยวกับด้านโลจิสติกส์ หรือการขนส่งสินค้าทางอากาศ เพราะลักษณะงานจะมีรายละเอียดค่อนข้างเยอะ และต้องทำความเข้าใจขั้นตอนการทำงานของสายงาน Cargo ในหลายส่วน คนที่มีพื้นฐานด้านนี้จะได้เปรียบและเข้าใจงานได้เร็วขึ้น
ส่วนตัวเราไม่ค่อยแนะนำสำหรับคนที่เรียนสายการบินด้าน Passenger Service โดยตรง เพราะการฝึกงานกับ Emirates SkyCargo จะเป็นลักษณะงานแบบ back office เป็นหลัก จะไม่ได้มีโอกาสเจอผู้โดยสาร และสถานที่ทำงานไม่ได้อยู่ที่ passengers terminal แต่อยู่ตึก Free zone ค่ะ เป็นการนั่งทำงานหน้าคอมทั้งวันได้มีโอกาสไปลงเครื่องบ้าง แต่ไม่ได้เจอใครเลยนอกจากพี่ๆ Ramp agent
**(จากการเคยสอบถามพี่ๆที่ฝึกงานทางสายการบิน Emirates ไม่รับนักศึกษาฝึกงานในส่วนของ passenger service ที่สนามบินสุวรรณภูมิ อ้างอิงจากปี 2025 นะคะ ปีต่อไปไม่แน่ใจต้องติดตามดูค่ะ)**
Expectation vs Reality
Expectation
ตอนแรกเราคิดว่าจะได้มีโอกาสลงไปประสานงานหน้างาน หรือได้ลงไปบริเวณหน้าเครื่องค่อนข้างบ่อย และได้เห็นขั้นตอนการทำงานภาคสนามมากขึ้น (พูดง่ายๆคาดหวังว่าจะได้วิ่งได้เดินมาก)
Reality
แต่ในความเป็นจริง ลักษณะงานส่วนใหญ่จะเป็นงานในส่วนของ back office ต้องทำงานหน้าคอมพิวเตอร์เป็นหลัก และเกี่ยวข้องกับเอกสารด้าน Cargo ค่อนข้างเยอะ ซึ่งต้องใช้ความละเอียดและความรอบคอบในการตรวจสอบข้อมูล ทำให้ได้เห็นอีกมุมหนึ่งของการทำงานเบื้องหลังของสายงานขนส่งสินค้าทางอากาศมากขึ้น
Overall experience
แนะนำสำหรับคนที่อยากหาประสบการณ์เกี่ยวกับการขนส่งสินค้าทางอากาศจริง ๆ เพราะการฝึกงานที่นี่ทำให้เราได้เห็นเบื้องหลังการทำงานของสายงาน Cargo เยอะมาก และช่วยให้เข้าใจขั้นตอนการทำงานจริงมากขึ้น
โดยรวมเราให้คะแนนประสบการณ์ฝึกงานครั้งนี้ 7/10 คะแนน เพราะได้ความรู้และประสบการณ์เกี่ยวกับการขนส่งสินค้าทางอากาศค่อนข้างเยอะ และได้เห็นการทำงานจริงของสายงาน Cargo มากขึ้น หลังจากได้ลองฝึกงานจริงแล้วก็ทำให้เรารู้ว่าเส้นทางนี้อาจจะยังไม่ใช่สิ่งที่เราชอบมากที่สุด แต่เราก็รู้สึกขอบคุณที่ได้เลือกมาฝึกงานที่นี่ เพราะประสบการณ์ครั้งนี้ช่วยให้เราเข้าใจตัวเองมากขึ้น และทำให้เราสามารถตัดสินใจเกี่ยวกับเส้นทางในอนาคตของตัวเองได้ชัดเจนขึ้น ว่ายังอยากเดินต่อในสายงานนี้หรือไม่
P.S. ถ้าใครมีข้อสงสัยหรืออยากสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการฝึกงาน สามารถคอมเมนต์ถามไว้ได้เลยนะคะ ถ้าเราว่างจะเข้ามาตอบให้ค่ะ 😊