ท่ามกลางการแข่งขันด้านอวกาศครั้งที่สองระหว่างสหรัฐฯ และจีน ดาวอังคารถือเป็นจุดหมายที่ทั้งประเทศต่างพยายามที่จะส่งมนุษย์ไปตั้งอาณานิคมของตัวเอง แต่ดูเหมือนว่าการแข่งขันที่มีดาวอังคารเป็นเส้นชัยนี้กำลังมีผู้เล่นรายใหม่อีกรายที่น่าจับตามอง นั้นก็คือสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) ที่ได้ประกาศว่าภายในปี 2117 พวกเขาจะสร้างเมืองขนาดเล็ก และชุมชนมนุษย์ที่ยั่งยืนบนดาวอังคารให้ได้
.
ก่อนที่เราจะพูดถึงยุทธศาสตร์ระยะยาวที่อาจต้องใช้การส่งต่อความรู้จากรุ่นสู่รุ่นนี้ เราอาจต้องรู้เสียก่อนว่าชาติมหาอำนาจระดับกลางที่เป็นศูนย์กลางทางการเงิน เศรษฐกิจ และการค้าระหว่างประเทศที่ตั้งอยู่บริเวณช่องแคบที่กำลังร้อนระอุที่สุดในตอนนี้ มีความก้าวหน้าด้านอวกาศไม่ต่างไปจากชาติมหาอำนาจด้านอวกาศอื่น ๆ เลย
.
สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) ถือเป็นศูนย์กลางด้านอวกาศของโลกตะวันออกกลางที่สำคัญ โดยผ่านความร่วมมือระดับโลกควบคู่ไปกับการสร้างอุตสาหกรรมในประเทศ ในปัจจุบันสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์กำลังเข้าสู่ระยะการทดสอบขั้นสุดท้ายก่อนไปเยือนด้านไกลของดวงจันทร์ รวมไปถึงความพยายามที่จะแพร่ขยายอิทธิพลในแถบดาวเคราะห์น้อยภายใต้ชื่อโครงการ Emirates Mission to the Asteroid Belt ที่มีกำหนดการปล่อยตัวในปี 2028 และความร่วมมือในการสร้างสถานีอวกาศโคจรรอบดวงจันทร์หรือ Lunar Gateway โดย UAE รับผิดชอบในการผลิตห้องปรับความดันอากาศ และมีโควต้าสำหรับนักบินอวกาศที่จะขึ้นไปประจำการอีกด้วย
.
นอกจากนี้ UAE ยังได้มีการควบรวมกิจการยักษ์ใหญ่ภายในประเทศด้านดาวเทียมและ AI ซึ่งนำมาสู่บริษัท Space42 ที่จะเป็นการเปลี่ยนผ่านจากผู้ซื้อมาสู่ผู้ผลิตดาวเทียมเองในประเทศ และความร่วมมือของชาติอาหรับในการส่งดาวเทียมสำรวจสภาพภูมิอากาศ 813
.
ส่วนในปัจจุบัน UAE ได้เริ่มต้นการทดลองสร้างเมืองจำลองในทะเลทรายนอกกรุงดูไบบนพื้นที่มากกว่า 176,000 ตารางเมตร โดยโครงสร้างทั้งหมดของเมืองจะถูกสร้างด้วยเทคโนโลยี 3D Printing และใช้ทรายในทะเลทรายเป็นวัสดุก่อสร้าง โดยเมืองจำลองนี้จะถูกใช้เป็นสถานีวิจัยทางการเกษตร การจัดการพลังงานและน้ำ เพื่อจำลองสภาพแวดล้อมที่มนุษย์ต้องเผชิญบนดาวอังคาร
.
ทีมนักวิจัยกล่าวถึงแผนการรับมือด้านต่าง ๆ บนดาวอังคารไว้ว่า พวกเขาจะสร้างห้องลึกใต้ดินประมาณ 20 ฟุตเพื่อป้องกันรังสี พายุฝุ่น และอุกกาบาต นอกจากนี้ยังมีการใช้พลาสติกพอลิเอทิลีน (Polyethylene) ที่ทนทานต่อแรงดันภายในในการก่อสร้างโดมโปร่งแสงที่ทำหน้าที่เป็น Aquarium Skylights หรือช่องแสงที่ภายในบรรจุน้ำที่จะช่วยป้องกันรังสีได้อีกชั้น อีกทั้งการผลิตออกซิเจนจากอาณานิคมนี้จะใช้การแยกน้ำด้วยไฟฟ้า
.
นอกจากการสร้างเมืองจำลองบนโลกแล้วสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) ยังได้ส่งยาน Hope Probe เข้าสู่วงโคจรดาวอังคารเมื่อปี 2021 เพื่อศึกษาชั้นบรรยากาศและสภาพอากาศ ซึ่งถือเป็นก้าวแรกของแผนการที่ยิ่งใหญ่ในครั้งนี้อีกด้วย

.
News by Peeravut Boonsat, The Space Times
Edited by Chinapong Lienpanich, The Space Times
ขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจากเพจ [The Space Times] นะคะ
ดาวอังคารไม่ไกลเกินเอื้อมสหรัฐอาหรับ เตรียมความพร้อมตั้งอาณาจักรนิคมภายในปี2117
.
ก่อนที่เราจะพูดถึงยุทธศาสตร์ระยะยาวที่อาจต้องใช้การส่งต่อความรู้จากรุ่นสู่รุ่นนี้ เราอาจต้องรู้เสียก่อนว่าชาติมหาอำนาจระดับกลางที่เป็นศูนย์กลางทางการเงิน เศรษฐกิจ และการค้าระหว่างประเทศที่ตั้งอยู่บริเวณช่องแคบที่กำลังร้อนระอุที่สุดในตอนนี้ มีความก้าวหน้าด้านอวกาศไม่ต่างไปจากชาติมหาอำนาจด้านอวกาศอื่น ๆ เลย
.
สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) ถือเป็นศูนย์กลางด้านอวกาศของโลกตะวันออกกลางที่สำคัญ โดยผ่านความร่วมมือระดับโลกควบคู่ไปกับการสร้างอุตสาหกรรมในประเทศ ในปัจจุบันสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์กำลังเข้าสู่ระยะการทดสอบขั้นสุดท้ายก่อนไปเยือนด้านไกลของดวงจันทร์ รวมไปถึงความพยายามที่จะแพร่ขยายอิทธิพลในแถบดาวเคราะห์น้อยภายใต้ชื่อโครงการ Emirates Mission to the Asteroid Belt ที่มีกำหนดการปล่อยตัวในปี 2028 และความร่วมมือในการสร้างสถานีอวกาศโคจรรอบดวงจันทร์หรือ Lunar Gateway โดย UAE รับผิดชอบในการผลิตห้องปรับความดันอากาศ และมีโควต้าสำหรับนักบินอวกาศที่จะขึ้นไปประจำการอีกด้วย
.
นอกจากนี้ UAE ยังได้มีการควบรวมกิจการยักษ์ใหญ่ภายในประเทศด้านดาวเทียมและ AI ซึ่งนำมาสู่บริษัท Space42 ที่จะเป็นการเปลี่ยนผ่านจากผู้ซื้อมาสู่ผู้ผลิตดาวเทียมเองในประเทศ และความร่วมมือของชาติอาหรับในการส่งดาวเทียมสำรวจสภาพภูมิอากาศ 813
.
ส่วนในปัจจุบัน UAE ได้เริ่มต้นการทดลองสร้างเมืองจำลองในทะเลทรายนอกกรุงดูไบบนพื้นที่มากกว่า 176,000 ตารางเมตร โดยโครงสร้างทั้งหมดของเมืองจะถูกสร้างด้วยเทคโนโลยี 3D Printing และใช้ทรายในทะเลทรายเป็นวัสดุก่อสร้าง โดยเมืองจำลองนี้จะถูกใช้เป็นสถานีวิจัยทางการเกษตร การจัดการพลังงานและน้ำ เพื่อจำลองสภาพแวดล้อมที่มนุษย์ต้องเผชิญบนดาวอังคาร
.
ทีมนักวิจัยกล่าวถึงแผนการรับมือด้านต่าง ๆ บนดาวอังคารไว้ว่า พวกเขาจะสร้างห้องลึกใต้ดินประมาณ 20 ฟุตเพื่อป้องกันรังสี พายุฝุ่น และอุกกาบาต นอกจากนี้ยังมีการใช้พลาสติกพอลิเอทิลีน (Polyethylene) ที่ทนทานต่อแรงดันภายในในการก่อสร้างโดมโปร่งแสงที่ทำหน้าที่เป็น Aquarium Skylights หรือช่องแสงที่ภายในบรรจุน้ำที่จะช่วยป้องกันรังสีได้อีกชั้น อีกทั้งการผลิตออกซิเจนจากอาณานิคมนี้จะใช้การแยกน้ำด้วยไฟฟ้า
.
นอกจากการสร้างเมืองจำลองบนโลกแล้วสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) ยังได้ส่งยาน Hope Probe เข้าสู่วงโคจรดาวอังคารเมื่อปี 2021 เพื่อศึกษาชั้นบรรยากาศและสภาพอากาศ ซึ่งถือเป็นก้าวแรกของแผนการที่ยิ่งใหญ่ในครั้งนี้อีกด้วย
.
News by Peeravut Boonsat, The Space Times
Edited by Chinapong Lienpanich, The Space Times
ขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจากเพจ [The Space Times] นะคะ