โรคนี้ติดง่ายมาก ถึงมากที่สุด ทั้งสอดใส่ ออรัล ก็ติดได้หมด ค่าไตเตอร์ 1:4 1:8 หรือ 1:200 ถือว่าติดหมดและไม่สามารถบริจาคเลือดได้
เอาละเริ่มๆ
เรามีความเสี่ยงกับแฟนไม่ใส่ถุงมาตลอด
แล้วก็เลิกกันไป
ผ่านไปอย่างน้อย 3 เดือน ผิวเราเริ่มมีอาการคัน ไม่ได้สนใจเพราะเป็นเราเป็นคนผิวแพ้ง่ายเลยไม่ได้ใส่ใจ
ผ่านไป 1 อาทิตย์เริ่มมีอาการคันตรงจุดใดจุดนึงของร่างกายของเราเป็นที่บั้นเอว คล้ายๆกราก เริ่มจี้ดๆตรงปลายนิ้วเท้า (เริ่มไปทำลายปลายประสาท) ก็ไม่ได้สนใจคิดว่าแพ้
ผ่านไปอีก 1 อาทิตย์ เริ่มมีผื่นขึ้นตามแขนขา หัวเริ่มมีแผลตกสะเก็ด ตัวเราเป็นคนแพ้ฝุ่น แพ้อากาศอยู่แล้วเลยไม่ได้ใส่ใจ
ผ่านไปอีก 3 วันเริ่มขึ้นทั้งตัว ต้องไปหาหมอ ให้หมอคลินิกวินิจฉัยหมอบอก อาการคล้ายซิฟิลิส กับ ผื่นกุหลาบ เลยขอตรวจเลือด หมอบอกว่าน่าจะผื่นกุหลาบ (นี่คิดว่าหมอรู้แต่แค่ไม่อยากบอก ไม่อยากให้เป็น)
ผ่านไป 2 วัน หมอโทรมาบอกว่า น้องติด ซิฟิลิสนะ secondary stage หรือ ระยะที่ 2 น้องต้องไป รพ. หาคุณหมอให้คุณหมอฉีดยาให้นะ โดยมาก หมอจะฉีดยา เพนนิซิลินแค่ เข็มเดียวก็หายถ้ารักษาไว แต่ต้องตรวจ HIVS ด้วยเพราะ ซิฟิลิสมักพ่วงมากกับ HIVS คุณหมอก็ดีมากๆๆๆๆ เคสของน้องค่อนข้างเซนซิทิฟ เดี๋ยวผมจะเขียนจดหมายนำทางให้พร้อมผลตรวจเลือดนะ ไปถึงจุดคัดกรองก็บอกพยาบาลว่า มาหาหมอเพราะเป็นผื่น จนกว่าจะได้เข้าห้องหมอห้ามยื่นจดหมายนี้ให้ใคร พรุ่งนี้มารับจดหมายนะ
วันถัดมาก็ ไป รพ. ทำตามขั้นตอนที่คุณหมอบอกเป๊ะ ไปตั้งแต่ 6.00 น. เจอหมอ 16.00 น. ถึงได้ยื่นให้ได้
พอคุณหมอเห็นจดหมายน้อย ก็เข้าใจตรงกัน คุณหมอก็บอก คุณมีค่า ไตเตอร์ที่ 1:32 นะ ผมไม่รู้คุณติดมานานแค่ไหนแล้วผมจะให้ฉีด 3 เข็มนะ 1 เข็มต่ออาทิตย์ รักษากันยาวๆจะตรวจเลือด 3 เดือน 6 เดือนเลย แต่… ทั้งนี้คุณต้องไปตรวจเลือดกับทาง รพ. ก่อน ผมจะตรวจเลือดคุณครบวงจร ทั้ง HIVS ค่าตับ ค่าไต ค่าเลือด ค่าซิฟิลิส เดี๋ยวผมจะนัดฟังผลอาทิตย์หน้า คุณหมอก็น่ารักปกปิดเคสดีมาก ปกติเอกสารต้องผ่านหน้าห้องตรวจ คุณหมอบอกไปยื่นที่ จุดนัดเลย พยาบาลเปิดดูก็ทำไวๆๆ ไปตรวจเลือดนะลูก พอไปยื่นที่คัดกรองตรวจเลือด มันก็จะมีที่เจาะเลือดหลายช่อง คนคัดกรองมองหน้าแล้วก็พูดว่าเข้ามาหลังห้องเลย ผมจะเจาะให้ คือเอกสารที่บ่งบอกว่าเป็นมีน้อยคนมากที่รู้
หลังจากตรวจเลือดก็ไปฉีด benzathine penicillin g 2.4 ล้านยูนิต ก้น 2 ข้าง หมอบอกจะปวดนะ กลับบ้านไปปวดจริงแต่ไม่เท่าปวดใจที่ไม่ป้องกันจนติดโรคมาหรอก
กลับห้องไป 17.00 น. ไม่มีอะไรในนะหว่างนั้นเราศึกษาผลข้างเคียงไว้เรียบร้อย เตรียมเสบียงน้ำ ข้าว ไม่ต้องไปไหน
21.00 น. อาการเริ่มมาอาการเหมือนเป็นโควิดครั้งแรก แบบเป๊ะๆ
- หนาวสั่นไปถึงกระดูก
- มีไข้สูงเราวัดได้ 37.4 ซึ่งก็สูงสำหรับเราอยุ่น้าสามารถกินยาพาราลดไข้ได้ เช็ดตัวลดไข้ทางนี้อยุ่คนเดียวใช้ทิชชู่เปียกเช็ดลดไข้
- เหงื่อออกเป็นถังเลย ต้องระวังขาดน้ำ ดื่มน้ำตลอดด้วย
- ผื่นแดงเห่อขึ้นทั้งตัวแบบทั้งตัว น่ากลัว แต่ใจเย็น
อาการข้างต้นเรียกว่า Jarisch-Herxheimer reaction (JHR) คือปฏิกิริยาภูมิคุ้มกันเฉียบพลันที่เกิดขึ้นหลังเริ่มรักษาโรคติดเชื้อแบคทีเรีย โดยเฉพาะซิฟิลิส ด้วยยาปฏิชีวนะ ไปอ่านมาบอกว่า เชื้อมันตายจำนวนมากมันเลยปล่อยสารพิษออกมาทำให้เราไม่สบาย
22.10 อาการดีขึ้นแบบผิดหูผิดตามีแรงสามารถเดินเหินได้อาบน้ำได้เลย
ค่ำคืนนี้จบไป
หลังจากนั้น ผ่านไป 2 วันอาการปรากฎดังนี้
- อาการผื่นยังเหลือเท่าเดิม จางลงนิดหน่อย
- อาการคันตามอวัยวะเพศลดลงแต่มีบางจังหวะที่คันบ้าง
- มีอาการเบื่ออาหาร ต้องพยายามกินอาหารให้ได้ มันจะไม่รู้สึกหิว
- ดื่มน้ำให้เยอะๆ
ห้ามเด็ดขาด
- ห้ามมีเพศสัมพันธ์เพิ่มเติมระหว่างการรักษา (เพราะตอนนี้เชื้อในร่างกายตายหมดแล้วถ้าไปรับเชื้อเพิ่มต้องเริ่มรักษาใหม่)
- ดื่มแอลได้แต่ก็อย่ามากเกินเรายังรักษาไม่หายดี
- สามารถช่วยตัวเองได้
ตอนนี้สิ่งที่กลัวที่สุดคือ กลัวพ่วงโรคอื่นมาด้วย
ไว้ฉีดเข็ม 2 จะมาเล่าให้ฟังอีกนะ
เมื่อฉันติดซิฟิลิส…
เอาละเริ่มๆ
เรามีความเสี่ยงกับแฟนไม่ใส่ถุงมาตลอด
แล้วก็เลิกกันไป
ผ่านไปอย่างน้อย 3 เดือน ผิวเราเริ่มมีอาการคัน ไม่ได้สนใจเพราะเป็นเราเป็นคนผิวแพ้ง่ายเลยไม่ได้ใส่ใจ
ผ่านไป 1 อาทิตย์เริ่มมีอาการคันตรงจุดใดจุดนึงของร่างกายของเราเป็นที่บั้นเอว คล้ายๆกราก เริ่มจี้ดๆตรงปลายนิ้วเท้า (เริ่มไปทำลายปลายประสาท) ก็ไม่ได้สนใจคิดว่าแพ้
ผ่านไปอีก 1 อาทิตย์ เริ่มมีผื่นขึ้นตามแขนขา หัวเริ่มมีแผลตกสะเก็ด ตัวเราเป็นคนแพ้ฝุ่น แพ้อากาศอยู่แล้วเลยไม่ได้ใส่ใจ
ผ่านไปอีก 3 วันเริ่มขึ้นทั้งตัว ต้องไปหาหมอ ให้หมอคลินิกวินิจฉัยหมอบอก อาการคล้ายซิฟิลิส กับ ผื่นกุหลาบ เลยขอตรวจเลือด หมอบอกว่าน่าจะผื่นกุหลาบ (นี่คิดว่าหมอรู้แต่แค่ไม่อยากบอก ไม่อยากให้เป็น)
ผ่านไป 2 วัน หมอโทรมาบอกว่า น้องติด ซิฟิลิสนะ secondary stage หรือ ระยะที่ 2 น้องต้องไป รพ. หาคุณหมอให้คุณหมอฉีดยาให้นะ โดยมาก หมอจะฉีดยา เพนนิซิลินแค่ เข็มเดียวก็หายถ้ารักษาไว แต่ต้องตรวจ HIVS ด้วยเพราะ ซิฟิลิสมักพ่วงมากกับ HIVS คุณหมอก็ดีมากๆๆๆๆ เคสของน้องค่อนข้างเซนซิทิฟ เดี๋ยวผมจะเขียนจดหมายนำทางให้พร้อมผลตรวจเลือดนะ ไปถึงจุดคัดกรองก็บอกพยาบาลว่า มาหาหมอเพราะเป็นผื่น จนกว่าจะได้เข้าห้องหมอห้ามยื่นจดหมายนี้ให้ใคร พรุ่งนี้มารับจดหมายนะ
วันถัดมาก็ ไป รพ. ทำตามขั้นตอนที่คุณหมอบอกเป๊ะ ไปตั้งแต่ 6.00 น. เจอหมอ 16.00 น. ถึงได้ยื่นให้ได้
พอคุณหมอเห็นจดหมายน้อย ก็เข้าใจตรงกัน คุณหมอก็บอก คุณมีค่า ไตเตอร์ที่ 1:32 นะ ผมไม่รู้คุณติดมานานแค่ไหนแล้วผมจะให้ฉีด 3 เข็มนะ 1 เข็มต่ออาทิตย์ รักษากันยาวๆจะตรวจเลือด 3 เดือน 6 เดือนเลย แต่… ทั้งนี้คุณต้องไปตรวจเลือดกับทาง รพ. ก่อน ผมจะตรวจเลือดคุณครบวงจร ทั้ง HIVS ค่าตับ ค่าไต ค่าเลือด ค่าซิฟิลิส เดี๋ยวผมจะนัดฟังผลอาทิตย์หน้า คุณหมอก็น่ารักปกปิดเคสดีมาก ปกติเอกสารต้องผ่านหน้าห้องตรวจ คุณหมอบอกไปยื่นที่ จุดนัดเลย พยาบาลเปิดดูก็ทำไวๆๆ ไปตรวจเลือดนะลูก พอไปยื่นที่คัดกรองตรวจเลือด มันก็จะมีที่เจาะเลือดหลายช่อง คนคัดกรองมองหน้าแล้วก็พูดว่าเข้ามาหลังห้องเลย ผมจะเจาะให้ คือเอกสารที่บ่งบอกว่าเป็นมีน้อยคนมากที่รู้
หลังจากตรวจเลือดก็ไปฉีด benzathine penicillin g 2.4 ล้านยูนิต ก้น 2 ข้าง หมอบอกจะปวดนะ กลับบ้านไปปวดจริงแต่ไม่เท่าปวดใจที่ไม่ป้องกันจนติดโรคมาหรอก
กลับห้องไป 17.00 น. ไม่มีอะไรในนะหว่างนั้นเราศึกษาผลข้างเคียงไว้เรียบร้อย เตรียมเสบียงน้ำ ข้าว ไม่ต้องไปไหน
21.00 น. อาการเริ่มมาอาการเหมือนเป็นโควิดครั้งแรก แบบเป๊ะๆ
- หนาวสั่นไปถึงกระดูก
- มีไข้สูงเราวัดได้ 37.4 ซึ่งก็สูงสำหรับเราอยุ่น้าสามารถกินยาพาราลดไข้ได้ เช็ดตัวลดไข้ทางนี้อยุ่คนเดียวใช้ทิชชู่เปียกเช็ดลดไข้
- เหงื่อออกเป็นถังเลย ต้องระวังขาดน้ำ ดื่มน้ำตลอดด้วย
- ผื่นแดงเห่อขึ้นทั้งตัวแบบทั้งตัว น่ากลัว แต่ใจเย็น
อาการข้างต้นเรียกว่า Jarisch-Herxheimer reaction (JHR) คือปฏิกิริยาภูมิคุ้มกันเฉียบพลันที่เกิดขึ้นหลังเริ่มรักษาโรคติดเชื้อแบคทีเรีย โดยเฉพาะซิฟิลิส ด้วยยาปฏิชีวนะ ไปอ่านมาบอกว่า เชื้อมันตายจำนวนมากมันเลยปล่อยสารพิษออกมาทำให้เราไม่สบาย
22.10 อาการดีขึ้นแบบผิดหูผิดตามีแรงสามารถเดินเหินได้อาบน้ำได้เลย
ค่ำคืนนี้จบไป
หลังจากนั้น ผ่านไป 2 วันอาการปรากฎดังนี้
- อาการผื่นยังเหลือเท่าเดิม จางลงนิดหน่อย
- อาการคันตามอวัยวะเพศลดลงแต่มีบางจังหวะที่คันบ้าง
- มีอาการเบื่ออาหาร ต้องพยายามกินอาหารให้ได้ มันจะไม่รู้สึกหิว
- ดื่มน้ำให้เยอะๆ
ห้ามเด็ดขาด
- ห้ามมีเพศสัมพันธ์เพิ่มเติมระหว่างการรักษา (เพราะตอนนี้เชื้อในร่างกายตายหมดแล้วถ้าไปรับเชื้อเพิ่มต้องเริ่มรักษาใหม่)
- ดื่มแอลได้แต่ก็อย่ามากเกินเรายังรักษาไม่หายดี
- สามารถช่วยตัวเองได้
ตอนนี้สิ่งที่กลัวที่สุดคือ กลัวพ่วงโรคอื่นมาด้วย
ไว้ฉีดเข็ม 2 จะมาเล่าให้ฟังอีกนะ