อเมริกาตอนนี้มีหนี้ก้อนโตระดับ 39 ล้านล้านเหรียญ (39 Trillion) ตัวเลขมันเยอะจนจินตนาการไม่ออกหรอกครับ แต่สิ่งที่เราต้องรู้คือ "ประธานเฟด (ธนาคารกลางสหรัฐฯ)" พยายามทำหน้าดำคร่ำเครียดบอกว่า "ผมจะปราบเงินเฟ้อให้ได้!"
แต่ก่อนจะไปดูว่าหนี้ก้อนนี้ใครได้ประโยชน์... เรามาทำความเข้าใจโฉมหน้าที่แท้จริงของ "เงินเฟ้อ" กันก่อน
เงินเฟ้อ ไม่ใช่แค่ข้าวแกงแพงขึ้น แต่มันคือ "เครื่องดูดฝุ่น"
เวลาได้ยินคำว่าเงินเฟ้อ เรามักคิดแค่ว่า ก๋วยเตี๋ยวชามละ 40 บาท กลายเป็น 60 บาท
แต่นั่นคือผลลัพธ์ครับ... แก่นแท้ของเงินเฟ้อในระบบทุนนิยมคือ "การถ่ายเทความมั่งคั่งจากระบบ... ไปสู่กระเป๋าคนรวย"
ลองนึกภาพตามนี้ รัฐบาลและธนาคารกลางปั๊มเงินก้อนใหม่เข้ามาในระบบมหาศาล (เพื่อเอาไปหมุนจ่ายหนี้ หรือกระตุ้นเศรษฐกิจอะไรก็แล้วแต่) คำถามคือ...
"ทำไมเงินตั้งเยอะแยะ ไม่เคยตกมาถึงมือคนธรรมดาอย่างพวกเราเลย?"
คนจนไม่ใช่เป้าหมาย แต่เป็นแค่ "ท่อผ่านน้ำ"
เวลาเงินก้อนใหญ่ถูกฉีดเข้าระบบ มันไม่ได้ถูกโอนเข้าบัญชีคนหาเช้ากินค่ำครับ
แต่มันจะไปหาคนที่อยู่ "ใกล้เครื่องพิมพ์แบงก์ที่สุด" ก่อนเสมอ เช่น ธนาคารใหญ่ บริษัทยักษ์ใหญ่ หรือนักลงทุนระดับโลก
1. คนรวยได้เงินไปก่อน พวกเขาเอาเงินก้อนนี้ไปกว้านซื้อ ที่ดิน ทองคำ หุ้น บิตคอยน์ และสินทรัพย์ต่างๆ ตั้งแต่ตอนที่ของยังราคาถูก
2. เมื่อเงินไหลมาถึงคนจน กว่าเงินจะหยดลงมาถึงรากหญ้า (ผ่านการจ้างงานหรือเงินอุดหนุนเล็กๆ น้อยๆ) ปริมาณเงินในตลาดมันล้นไปหมดแล้ว ทำให้ข้าวของแพงขึ้น (นี่แหละคือเงินเฟ้อ)
คนจนและคนชั้นกลางจึงเป็นแค่ "ทางผ่านของเงิน" สมมติคุณได้เงินเดือนเพิ่มมานิดหน่อย หรือได้เงินช่วยเหลือมา 1,000 บาท คุณเอาไปทำอะไรครับ?
คุณก็ต้องเอาไปซื้อข้าว (จ่ายให้เจ้าสัว) จ่ายค่าไฟ (จ่ายให้นายทุนพลังงาน) จ่ายค่าเช่าบ้าน (จ่ายให้เศรษฐีที่ดิน)
เห็นไหมครับ? เงินมันอยู่กับคุณแค่วันเดียว แล้วมันก็ไหลกลับไปหา "คนรวย" อยู่ดี
คนจน = จุดรับภาระสุดท้ายของสายธารการเงิน
ในเกมการเงินระดับโลกนี้...
1. คนรวย ถือ "สินทรัพย์" (Asset) ยิ่งเงินเฟ้อ ที่ดิน หุ้น ทองคำ บิตคอยน์ ของพวกเขาก็ยิ่งราคาพุ่งปรี๊ด พวกเขารวยขึ้นโดยไม่ต้องลงแรงเพิ่ม
2. คนจน ถือ "เงินสด" (Cash) และ "หนี้" เงินสดในกระเป๋ามีค่าลดลงทุกวัน ซื้อไข่ไก่ได้น้อยลง ส่วนหนี้ก็ต้องจ่ายเท่าเดิมหรือดอกเบี้ยแพงขึ้น
ดังนั้น หนี้ 39 ล้านล้านของสหรัฐฯ หรือการพิมพ์เงินใดๆ ก็ตาม มันคือการยืมเงินจากอนาคต มาแจกจ่ายให้คนข้างบน แล้วปล่อยให้คนข้างล่างแบกรับ "ภาษีแฝง" ที่เรียกว่าเงินเฟ้อนั่นเอง
บทสรุป
เกมนี้เขาเซ็ตมาให้คนรวยมีหน้าที่ "กักเก็บความมั่งคั่ง" ส่วนคนจนมีหน้าที่ "ทำงานหาเงินมาจ่ายของแพง" เพื่อดันให้มูลค่าทรัพย์สินของคนรวยสูงขึ้นไปอีกเรื่อยๆ ครับ
หนี้มหาศาล เงินเฟ้อ และกลโกงสูบความมั่งคั่ง ทำไมยิ่งพิมพ์เงิน คนรวยยิ่งรวย ส่วนเรายิ่งจน??
อเมริกาตอนนี้มีหนี้ก้อนโตระดับ 39 ล้านล้านเหรียญ (39 Trillion) ตัวเลขมันเยอะจนจินตนาการไม่ออกหรอกครับ แต่สิ่งที่เราต้องรู้คือ "ประธานเฟด (ธนาคารกลางสหรัฐฯ)" พยายามทำหน้าดำคร่ำเครียดบอกว่า "ผมจะปราบเงินเฟ้อให้ได้!"
แต่ก่อนจะไปดูว่าหนี้ก้อนนี้ใครได้ประโยชน์... เรามาทำความเข้าใจโฉมหน้าที่แท้จริงของ "เงินเฟ้อ" กันก่อน
เงินเฟ้อ ไม่ใช่แค่ข้าวแกงแพงขึ้น แต่มันคือ "เครื่องดูดฝุ่น"
เวลาได้ยินคำว่าเงินเฟ้อ เรามักคิดแค่ว่า ก๋วยเตี๋ยวชามละ 40 บาท กลายเป็น 60 บาท
แต่นั่นคือผลลัพธ์ครับ... แก่นแท้ของเงินเฟ้อในระบบทุนนิยมคือ "การถ่ายเทความมั่งคั่งจากระบบ... ไปสู่กระเป๋าคนรวย"
ลองนึกภาพตามนี้ รัฐบาลและธนาคารกลางปั๊มเงินก้อนใหม่เข้ามาในระบบมหาศาล (เพื่อเอาไปหมุนจ่ายหนี้ หรือกระตุ้นเศรษฐกิจอะไรก็แล้วแต่) คำถามคือ...
"ทำไมเงินตั้งเยอะแยะ ไม่เคยตกมาถึงมือคนธรรมดาอย่างพวกเราเลย?"
คนจนไม่ใช่เป้าหมาย แต่เป็นแค่ "ท่อผ่านน้ำ"
เวลาเงินก้อนใหญ่ถูกฉีดเข้าระบบ มันไม่ได้ถูกโอนเข้าบัญชีคนหาเช้ากินค่ำครับ
แต่มันจะไปหาคนที่อยู่ "ใกล้เครื่องพิมพ์แบงก์ที่สุด" ก่อนเสมอ เช่น ธนาคารใหญ่ บริษัทยักษ์ใหญ่ หรือนักลงทุนระดับโลก
1. คนรวยได้เงินไปก่อน พวกเขาเอาเงินก้อนนี้ไปกว้านซื้อ ที่ดิน ทองคำ หุ้น บิตคอยน์ และสินทรัพย์ต่างๆ ตั้งแต่ตอนที่ของยังราคาถูก
2. เมื่อเงินไหลมาถึงคนจน กว่าเงินจะหยดลงมาถึงรากหญ้า (ผ่านการจ้างงานหรือเงินอุดหนุนเล็กๆ น้อยๆ) ปริมาณเงินในตลาดมันล้นไปหมดแล้ว ทำให้ข้าวของแพงขึ้น (นี่แหละคือเงินเฟ้อ)
คนจนและคนชั้นกลางจึงเป็นแค่ "ทางผ่านของเงิน" สมมติคุณได้เงินเดือนเพิ่มมานิดหน่อย หรือได้เงินช่วยเหลือมา 1,000 บาท คุณเอาไปทำอะไรครับ?
คุณก็ต้องเอาไปซื้อข้าว (จ่ายให้เจ้าสัว) จ่ายค่าไฟ (จ่ายให้นายทุนพลังงาน) จ่ายค่าเช่าบ้าน (จ่ายให้เศรษฐีที่ดิน)
เห็นไหมครับ? เงินมันอยู่กับคุณแค่วันเดียว แล้วมันก็ไหลกลับไปหา "คนรวย" อยู่ดี
คนจน = จุดรับภาระสุดท้ายของสายธารการเงิน
ในเกมการเงินระดับโลกนี้...
1. คนรวย ถือ "สินทรัพย์" (Asset) ยิ่งเงินเฟ้อ ที่ดิน หุ้น ทองคำ บิตคอยน์ ของพวกเขาก็ยิ่งราคาพุ่งปรี๊ด พวกเขารวยขึ้นโดยไม่ต้องลงแรงเพิ่ม
2. คนจน ถือ "เงินสด" (Cash) และ "หนี้" เงินสดในกระเป๋ามีค่าลดลงทุกวัน ซื้อไข่ไก่ได้น้อยลง ส่วนหนี้ก็ต้องจ่ายเท่าเดิมหรือดอกเบี้ยแพงขึ้น
ดังนั้น หนี้ 39 ล้านล้านของสหรัฐฯ หรือการพิมพ์เงินใดๆ ก็ตาม มันคือการยืมเงินจากอนาคต มาแจกจ่ายให้คนข้างบน แล้วปล่อยให้คนข้างล่างแบกรับ "ภาษีแฝง" ที่เรียกว่าเงินเฟ้อนั่นเอง
บทสรุป
เกมนี้เขาเซ็ตมาให้คนรวยมีหน้าที่ "กักเก็บความมั่งคั่ง" ส่วนคนจนมีหน้าที่ "ทำงานหาเงินมาจ่ายของแพง" เพื่อดันให้มูลค่าทรัพย์สินของคนรวยสูงขึ้นไปอีกเรื่อยๆ ครับ