"เชื่อมกรุงเทพฯ สู่ต่างจังหวัด"
ย้อนตำนาน 15 ปี ช่อง 3 ผู้พลิกโฉมหน้าจอทีวีไทย
.
หากย้อนกลับไปในหน้าประวัติศาสตร์สื่อสารมวลชนไทย กิจการโทรทัศน์เริ่มต้นขึ้นด้วยภาพขาวดำจากช่อง 4 บางขุนพรหม ในปี พ.ศ. 2498 ก่อนที่เทคโนโลยีจะเปลี่ยนผ่านเข้าสู่ยุค "ทีวีสี" และนั่นคือจุดกำเนิดของ "ไทยทีวีสีช่อง 3" ที่ถือกำเนิดขึ้นอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2513 ณ หนองแขม สถานีแห่งนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่ช่องสัญญาณโทรทัศน์ แต่เป็น "ผู้บุกเบิก" ที่เข้ามาปฏิวัติและสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับวงการสื่อไทยในหลากหลายมิติ ตลอดช่วงเวลา 15 ปีแรกของการก่อตั้ง
.
> เมื่อข่าวไม่ใช่ "ยาขม" และละครไทยก้าวพ้นยุค "บอกบท"
.
ในช่วงแรกของการออกอากาศ ช่อง 3 ต้องเผชิญกับอุปสรรคมากมาย รายการสดที่ไม่มีการบันทึกเทปทำให้เกิดข้อผิดพลาดได้ง่าย แต่ด้วยความมุ่งมั่น สถานีได้ปรับโครงสร้างครั้งใหญ่ นำเข้าซีรีส์ต่างประเทศฟอร์มยักษ์อย่าง "Roots" ซีรีส์อเมริกันความยาว 12 ชั่วโมงที่ออกอากาศติดต่อกันทุกวันจนสร้างปรากฏการณ์คนดูติดกันงอมแงมทั่วบ้านทั่วเมือง รวมถึงซีรีส์จีนระดับตำนานอย่าง "เปาบุ้นจิ้น" ที่สร้างความตื่นตะลึงให้ผู้ชมในยุคนั้น
.
ไม่เพียงแต่คอนเทนต์ต่างประเทศ ช่อง 3 ยังเป็นหัวหอกในการ "ปฏิวัติวงการละครโทรทัศน์ไทย" โดยเป็นสถานีแรกที่กล้าประกาศกร้าวว่า "นำเสนอละครที่ไม่มีการบอกบทอีกต่อไป" ผู้แสดงทุกคนต้องศึกษาบทและซ้อมล่วงหน้า เน้นความสมจริงทั้งฉากและการจัดแสงที่ให้อารมณ์ พร้อมทั้งนำเทคนิคการบันทึกเทปและตัดต่อมาใช้ โดยมีละครเรื่อง "ไฟพ่าย" เป็นหัวหอกในการสร้างมาตรฐานใหม่ นอกจากนี้ยังเป็นสถานีแรกที่ก่อตั้ง "สถาบันศิลปะการแสดง" เพื่อบ่มเพาะนักแสดงให้มีมาตรฐานสากลทั้งด้านวิชาการและจริยธรรม
.
ในด้านข่าวสาร ช่อง 3 คือสถานีแรกที่ริเริ่มการดึงสัญญาณภาพข่าวต่างประเทศผ่านดาวเทียมมานำเสนอตั้งแต่ปี พ.ศ. 2521 ความสำเร็จเหล่านี้ยังถูกต่อยอดไปสู่วงการสื่อสิ่งพิมพ์ด้วยการทำ "นิตยสารคู่มือดูโทรทัศน์" ที่จากเดิมต้องวิ่งแจกตามปั๊มน้ำมัน กลายมาเป็นนิตยสารยอดฮิตที่มียอดพิมพ์หลักแสนเล่ม และการเป็นแม่งานจัดประกวดนักร้องสมัครเล่นแห่งเอเชีย ที่ส่งให้คุณนันทิดา แก้วบัวสาย และคุณมณีนุช เสมรสุต ไปคว้ารางวัลชนะเลิศระดับเอเชีย สร้างความภาคภูมิใจให้คนไทยทั้งประเทศ
.
> ภารกิจเชื่อมไทยทั้งประเทศด้วยคลื่นโทรทัศน์
.
แม้ช่อง 3 จะประสบความสำเร็จอย่างล้นหลามในเมืองหลวง และมีสถานีส่งสัญญาณที่ทรงพลังที่สุดในประเทศด้วยเสาอากาศสูง 250 เมตรที่หนองแขม แต่ผู้บริหารและคนทำงานตระหนักดีถึงช่องว่างความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงสื่อของคนไทย ดังประโยคสำคัญที่สะท้อนอุดมการณ์ของสถานีในเวลานั้นว่า "กรุงเทพมหานคร เป็นเพียงเมืองหนึ่ง ยังมีประชาชนในจังหวัดต่างๆ ทั่วประเทศ ที่ยังไม่มีโอกาสดูโทรทัศน์จากช่อง 3"
.
ด้วยวิสัยทัศน์ที่ต้องการให้คนไทยทั้งประเทศได้รับรู้ข่าวสารและสาระบันเทิงอย่างเท่าเทียม โครงการขยายเครือข่ายครั้งประวัติศาสตร์จึงเริ่มต้นขึ้น เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2524 ช่อง 3 ได้จับมือทำข้อตกลงร่วมกับ "กรมประชาสัมพันธ์" นำเอารายการส่วนหนึ่งของสถานีไปออกอากาศเชื่อมโยงผ่านสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทยในส่วนภูมิภาค
.
การร่วมมือครั้งนี้ถือเป็นการทลายกำแพงการสื่อสารที่จำกัดอยู่แค่ในเมืองกรุง สัญญาณภาพจากช่อง 3 ถูกส่งต่อไปยังสถานีเครือข่ายของกรมประชาสัมพันธ์ถึง 44 สถานีทั่วประเทศ ครอบคลุมพื้นที่กว้างใหญ่ถึง 489,000 ตารางกิโลเมตร หรือคิดเป็น 95.47% ของพื้นที่ประเทศไทย นั่นหมายความว่า ไม่ว่าประชาชนจะอยู่บนดอยสูงในภาคเหนือ หรือหมู่บ้านห่างไกลในภาคใต้ พวกเขาก็มีโอกาสได้รับชมละครคุณภาพ ข่าวสารผ่านดาวเทียมที่ทันสมัย และรายการบันเทิงในเวลาเดียวกับคนกรุงเทพฯ
.
การขยายเครือข่ายร่วมกับกรมประชาสัมพันธ์ในครั้งนั้น ไม่ได้เป็นเพียงแค่การขยายฐานผู้ชมในเชิงธุรกิจ แต่เป็นการยกระดับคุณภาพชีวิตและสร้างการมีส่วนร่วมของคนในชาติ ผ่าน "กล่องสี่เหลี่ยม" ที่เรียกว่าโทรทัศน์ และปูทางไปสู่ความฝันที่ยิ่งใหญ่กว่า นั่นคือการถ่ายทอดสัญญาณผ่านดาวเทียมเต็มรูปแบบของ อ.ส.ม.ท. เพื่อให้คนไทยทั้งชาติได้รับชมภาพและเหตุการณ์ไปพร้อมๆ กันแบบเรียลไทม์ในเวลาต่อมา
.
ตลอด 15 ปีแรกของไทยทีวีสีช่อง 3 จึงไม่ใช่แค่เรื่องราวของการตั้งสถานีโทรทัศน์ แต่คือตำนานของการไม่หยุดนิ่ง การกล้าทลายข้อจำกัด และความพยายามที่จะส่งมอบ "หน้าต่างบานใหม่" ให้คนไทยทั้งประเทศได้มองเห็นโลกใบนี้ไปพร้อมๆ กัน
—--
เครดิต เทยติดจอ - ติดทุกเทรนด์ ทันทุกจอ
ช่อง 3ผู้พลิกโฉมหน้าจอTVไทย เมื่อข่าวไม่ใช่"ยาขม"และละครไทยก้าวพ้นยุค"บอกบท"ภารกิจเชื่อมไทยทั้งประเทศด้วยคลื่นโทรทัศน์