ก่อนสงครามอิหร่าน 65 เหรียญต่อบาร์เรล ชีวิตแสนสุขสบาย ไม่ต้องต่อคิวเติมน้ำมัน เงินบางส่วนหักให้กองทุน จนโตหมื่นล้าน
ถ้ายุติสงครามตอนนี้ ราคาน้ำมันดิบจะมีราคาเท่าไหร่ เหมือนก่อนสงครามไหม
หากสงครามในตะวันออกกลางยุติลงทันที ราคาน้ำมันดิบ
มีแนวโน้มลดลงอย่างรวดเร็วจากการคลายความกังวลด้านอุปทานชะงักงัน จากที่เคยพุ่งสูงกว่า 120 ดอลลาร์ อาจปรับฐานสู่ระดับที่ต่ำกว่า 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หากความขัดแย้งยืดเยื้ออาจพุ่งแตะ 180-200 ดอลลาร์ได้
ผลกระทบหากยุติสงครามทันที
ราคาน้ำมันดิบดิ่งลง: ตลาดจะคลายความวิตกเกี่ยวกับโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานในตะวันออกกลาง ทำให้ราคาน้ำมันดิบ ปรับลดลงทันที
ลดแรงกดดันเงินเฟ้อ: ช่วยลดต้นทุนการผลิตและขนส่งทั่วโลก ซึ่งจะส่งผลดีต่อเศรษฐกิจชะลอตัว
หุ้นฟื้นตัว: หุ้นทั่วโลกมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นจากการสิ้นสุดความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์
พวกกักตุนน้ำมันไว้อาจจะขาดทุน
ความเสี่ยงหากไม่ยุติสงคราม
Super Oil Shock: ราคาน้ำมันเสี่ยงพุ่งสูงเกิน 150-200 ดอลลาร์ หากการโจมตีขยายไปยังแหล่งผลิตสำคัญ
ไทยได้รับผลกระทบหนัก: ราคาน้ำมันแพงขึ้นต่อเนื่องทำให้เงินบาทอ่อนค่า และเสี่ยงต่อเศรษฐกิจไทยหากราคาทะลุ 130 ดอลลาร์เป็นเวลานาน
สมมุติว่า หากยุติสงครามได้เร็ว ตอนนี้เลยนะ จะช่วยบรรเทาความตึงเครียดของราคาพลังงานโลกได้อย่างมีนัยสำคัญครับ

แถม ทรัมป์ จะถังแตกรึป่าว
มีคาดการณ์กันว่า สงครามอิหร่านจะเป็นการทำศึกที่ผลาญเงินของสหรัฐฯ สูงที่สุด นับตั้งแต่สงครามอิรักและอัฟกานิสถาน หลังจากสหรัฐฯ ต้องแบกรับ ทั้งรายจ่ายด้านอาวุธและกำลังพล ซึ่งนี่ยังไม่นับรวมไปถึงผลกระทบทางเศรษฐกิจมหาศาลที่ตามมาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
จริง ๆ สหรัฐฯ ไม่ต้องการรบยืดเยื้อ จึงพยายามเร่งปิดเกมศึกด้วยการระดมโจมตีอย่างหนักหน่วงตั้งแต่วันแรก ๆ โดยในช่วง 6 วันแรก ผลาญเงินไปกว่า 12,000 ล้านดอลลาร์
เกือบทั้งหมดเป็นรายจ่ายด้านอาวุธ ทั้งที่ใช้ในการโจมตีและสกัดการตอบโต้ของอิหร่าน ส่วนความเสียหาย 1,400 ล้านดอลลาร์ เป็นตัวเลขที่ประเมินจากการสูญเสียกำลังพลและสิ่งปลูกสร้างต่าง ๆ ของสหรัฐฯ ในสงครามครั้งนี้
ตอนนี้เผือกร้อนกำลังถูกโยนใส่มือของพรรครีพับลิกันในสภาว่า จะยอมสนับสนุนสงครามในอิหร่านผ่านการดันงบประมาณก้อนมหาศาลนี้มากน้อยแค่ไหน
ยิ่งในสถานการณ์ตอนนี้ที่เหลือเวลาอีกไม่ถึง 8 เดือน สหรัฐฯ ก็จะเลือกตั้งกลางเทอมกันแล้วด้วย อีกไม่นานก็น่าจะได้รู้กัน
หากยุติสงครามตอนนี้ ราคาน้ำมันดิบจะเป็นยังไงครับ
ถ้ายุติสงครามตอนนี้ ราคาน้ำมันดิบจะมีราคาเท่าไหร่ เหมือนก่อนสงครามไหม
หากสงครามในตะวันออกกลางยุติลงทันที ราคาน้ำมันดิบ
มีแนวโน้มลดลงอย่างรวดเร็วจากการคลายความกังวลด้านอุปทานชะงักงัน จากที่เคยพุ่งสูงกว่า 120 ดอลลาร์ อาจปรับฐานสู่ระดับที่ต่ำกว่า 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หากความขัดแย้งยืดเยื้ออาจพุ่งแตะ 180-200 ดอลลาร์ได้
ผลกระทบหากยุติสงครามทันที
ราคาน้ำมันดิบดิ่งลง: ตลาดจะคลายความวิตกเกี่ยวกับโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานในตะวันออกกลาง ทำให้ราคาน้ำมันดิบ ปรับลดลงทันที
ลดแรงกดดันเงินเฟ้อ: ช่วยลดต้นทุนการผลิตและขนส่งทั่วโลก ซึ่งจะส่งผลดีต่อเศรษฐกิจชะลอตัว
หุ้นฟื้นตัว: หุ้นทั่วโลกมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นจากการสิ้นสุดความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์
พวกกักตุนน้ำมันไว้อาจจะขาดทุน
ความเสี่ยงหากไม่ยุติสงคราม
Super Oil Shock: ราคาน้ำมันเสี่ยงพุ่งสูงเกิน 150-200 ดอลลาร์ หากการโจมตีขยายไปยังแหล่งผลิตสำคัญ
ไทยได้รับผลกระทบหนัก: ราคาน้ำมันแพงขึ้นต่อเนื่องทำให้เงินบาทอ่อนค่า และเสี่ยงต่อเศรษฐกิจไทยหากราคาทะลุ 130 ดอลลาร์เป็นเวลานาน
สมมุติว่า หากยุติสงครามได้เร็ว ตอนนี้เลยนะ จะช่วยบรรเทาความตึงเครียดของราคาพลังงานโลกได้อย่างมีนัยสำคัญครับ
แถม ทรัมป์ จะถังแตกรึป่าว
มีคาดการณ์กันว่า สงครามอิหร่านจะเป็นการทำศึกที่ผลาญเงินของสหรัฐฯ สูงที่สุด นับตั้งแต่สงครามอิรักและอัฟกานิสถาน หลังจากสหรัฐฯ ต้องแบกรับ ทั้งรายจ่ายด้านอาวุธและกำลังพล ซึ่งนี่ยังไม่นับรวมไปถึงผลกระทบทางเศรษฐกิจมหาศาลที่ตามมาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
จริง ๆ สหรัฐฯ ไม่ต้องการรบยืดเยื้อ จึงพยายามเร่งปิดเกมศึกด้วยการระดมโจมตีอย่างหนักหน่วงตั้งแต่วันแรก ๆ โดยในช่วง 6 วันแรก ผลาญเงินไปกว่า 12,000 ล้านดอลลาร์
เกือบทั้งหมดเป็นรายจ่ายด้านอาวุธ ทั้งที่ใช้ในการโจมตีและสกัดการตอบโต้ของอิหร่าน ส่วนความเสียหาย 1,400 ล้านดอลลาร์ เป็นตัวเลขที่ประเมินจากการสูญเสียกำลังพลและสิ่งปลูกสร้างต่าง ๆ ของสหรัฐฯ ในสงครามครั้งนี้
ตอนนี้เผือกร้อนกำลังถูกโยนใส่มือของพรรครีพับลิกันในสภาว่า จะยอมสนับสนุนสงครามในอิหร่านผ่านการดันงบประมาณก้อนมหาศาลนี้มากน้อยแค่ไหน
ยิ่งในสถานการณ์ตอนนี้ที่เหลือเวลาอีกไม่ถึง 8 เดือน สหรัฐฯ ก็จะเลือกตั้งกลางเทอมกันแล้วด้วย อีกไม่นานก็น่าจะได้รู้กัน