สำนักข่าว リンクス (Thailand Hyperlinks) สื่อภาษาญี่ปุ่นชื่อดัง รายงานข่าว ปรากฏการณ์ “Cat Economy” หรือเศรษฐกิจแมวในประเทศไทย เติบโตก้าวกระโดด โดยคาดการณ์ว่าในปี 2026 มูลค่าตลาดสัตว์เลี้ยงในไทยจะพุ่งสูงถึง 1 แสนล้านบาท
เมื่อวันที่ 18 มีนาคม 2026 Thailand Hyperlinks ระบุว่า ปัจจัยหลักที่ทำให้ ‘แมว’ กลายเป็นสัตว์เลี้ยงยอดฮิตแซงหน้าสุนัขในเขตเมือง คือการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากรของไทย ทั้งการก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัย, จำนวนคนโสดที่เพิ่มขึ้น และอัตราการเกิดที่ต่ำลง ประกอบกับข้อจำกัดด้านพื้นที่ในที่พักอาศัยแบบคอนโดมิเนียมและไลฟ์สไตล์ที่เร่งรีบ ทำให้แมวซึ่งดูแลได้ง่ายกว่ากลายเป็นทางเลือกอันดับหนึ่ง
จำนวนแมวพุ่งสูง : ศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดการณ์ว่า จำนวนแมวที่ถูกเลี้ยงในไทยจะเพิ่มขึ้นปีละ 20-25% และจะทะลุ 4 ล้านตัวภายในปี 2026
นิยามใหม่ “Pet Humanization” : เจ้าของไม่ได้มองแมวเป็นแค่สัตว์เลี้ยง แต่เลี้ยงดูเหมือน “ลูก” หรือสมาชิกในครอบครัว (Pet Parent) ซึ่งมีอิทธิพลต่อการตัดสินใจซื้อของใช้ในบ้าน
กลุ่มผู้เลี้ยงที่รักแมวเหมือนลูก มียอดค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อตัวสูงถึง 50,500 บาทต่อปี ซึ่งสูงกว่าการเลี้ยงแบบทั่วไปถึง 6 เท่า โดยงบประมาณ 45% หมดไปกับอาหารคุณภาพพรีเมี่ยม
ธุรกิจสุขภาพโตตาม : เจ้าของแมวยุคใหม่ยอมจ่ายเงิน 10,000-30,000 บาทต่อปี เพื่อบริการทางการแพทย์และการป้องกันโรค โดยเฉพาะในกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่ใส่ใจสุขภาพสัตว์เลี้ยงเป็นพิเศษ
และปิดท้ายด้วยปรากฏการณ์ “แมวครองเมือง” นี้ เป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจระลอกใหม่ของไทยที่นักลงทุนและธุรกิจทั่วโลกกำลังจับตามอง...
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ :
https://www.prachachat.net/social-media-viral/news-1981025
สื่อญี่ปุ่น ชี้ ไทยก้าวเข้าสู่ “Cat Economy” แรงหนุนคนโสด-สังคมสูงวัย
เมื่อวันที่ 18 มีนาคม 2026 Thailand Hyperlinks ระบุว่า ปัจจัยหลักที่ทำให้ ‘แมว’ กลายเป็นสัตว์เลี้ยงยอดฮิตแซงหน้าสุนัขในเขตเมือง คือการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากรของไทย ทั้งการก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัย, จำนวนคนโสดที่เพิ่มขึ้น และอัตราการเกิดที่ต่ำลง ประกอบกับข้อจำกัดด้านพื้นที่ในที่พักอาศัยแบบคอนโดมิเนียมและไลฟ์สไตล์ที่เร่งรีบ ทำให้แมวซึ่งดูแลได้ง่ายกว่ากลายเป็นทางเลือกอันดับหนึ่ง
จำนวนแมวพุ่งสูง : ศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดการณ์ว่า จำนวนแมวที่ถูกเลี้ยงในไทยจะเพิ่มขึ้นปีละ 20-25% และจะทะลุ 4 ล้านตัวภายในปี 2026
นิยามใหม่ “Pet Humanization” : เจ้าของไม่ได้มองแมวเป็นแค่สัตว์เลี้ยง แต่เลี้ยงดูเหมือน “ลูก” หรือสมาชิกในครอบครัว (Pet Parent) ซึ่งมีอิทธิพลต่อการตัดสินใจซื้อของใช้ในบ้าน
กลุ่มผู้เลี้ยงที่รักแมวเหมือนลูก มียอดค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อตัวสูงถึง 50,500 บาทต่อปี ซึ่งสูงกว่าการเลี้ยงแบบทั่วไปถึง 6 เท่า โดยงบประมาณ 45% หมดไปกับอาหารคุณภาพพรีเมี่ยม
ธุรกิจสุขภาพโตตาม : เจ้าของแมวยุคใหม่ยอมจ่ายเงิน 10,000-30,000 บาทต่อปี เพื่อบริการทางการแพทย์และการป้องกันโรค โดยเฉพาะในกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่ใส่ใจสุขภาพสัตว์เลี้ยงเป็นพิเศษ
และปิดท้ายด้วยปรากฏการณ์ “แมวครองเมือง” นี้ เป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจระลอกใหม่ของไทยที่นักลงทุนและธุรกิจทั่วโลกกำลังจับตามอง...
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : https://www.prachachat.net/social-media-viral/news-1981025