ย้อนกลับไปเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ปี 2025 ชิ้นส่วนท่อนบนของจรวด Falcon-9 ของบริษัท SpaceX
ได้ตกลงสู่ชั้นบรรยากาศโลกอย่างไร้การควบคุมเหนือทวีปยุโรป ก่อนที่จะเกิดการเผาไหม้จนเห็นเป็นลูกไฟสว่างบนท้องฟ้า
แม้เหตุการณ์นี้จะไม่มีรายงานผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิต แต่จากการศึกษาอย่างละเอียดที่เพิ่งเผยแพร่ออกมาในอีก 1 ปีให้หลัง
พบว่านี่อาจเป็นหลักฐานแรกของการตรวจพบมลพิษที่เกิดจากการเผาไหม้ของขยะอวกาศที่ตกกลับลงมา
.
จากรายงานของทีมวิจัยสถาบันไลบ์นิทซ์ (Leibniz) ประเทศเยอรมนีที่ได้ใช้เครื่องมือเลเซอร์พิเศษ (Resonance Lidar)
ตรวจวัดค่าการปนเปื้อนของโลหะหนักในชั้นบรรยากาศภายหลังจากเหตุการณ์ดังกล่าว 20 ชั่วโมง
พบระดับอะตอมของธาตุลิเทียมพุ่งสูงขึ้นในชั้นบรรยากาศถึง 10 เท่าจากระดับปกติ ณ ระดับความสูง 96 กิโลเมตรจากระดับน้ำทะเล
ซึ่งตามปกติแล้วในชั้นบรรยากาศชั้นบนไม่ควรมีการตรวจพบลิเทียมในปริมาณที่มากขนาดนี้
จึงเป็นหลักฐานที่ยืนยันว่าลิเทียมที่ตรวจพบนี้เกิดจากการเผาไหม้ของชิ้นส่วนจรวด Falcon-9 ที่ทำมาจากโลหะผสมระหว่างอลูมิเนียมกับลิเทียม
.
ทีมนักวิจัยเปิดเผยว่าปริมาณโลหะหนักหรือสารเคมีที่พบในชั้นบรรยากาศชั้นบนอาจส่งผลเสียต่อชั้นโอโซน
การก่อตัวของเมฆในระดับสูง สมดุลความร้อนของโลกในระยะยาว
และทำให้เกิดปฏิกิริยาเคมีที่ซับซ้อนระหว่างชั้นบรรยากาศกับมลพิษจากอวกาศ
.
นักเคมีบรรยากาศกล่าวว่าการทำความเข้าใจปฏิกิริยาที่ซับซ้อนของมลพิษจากขยะอวกาศจะช่วยให้เราสามารถเตรียมการรับมือกับโลกอนาคตที่จะมีปริมาณขยะอวกาศที่ตกกลับลงมามากขึ้น โดยเฉพาะจากดาวเทียม เนื่องจากในปัจจุบันอุตสาหกรรมดาวเทียมโลกได้เติบโตอ่างรวดเร็ว มีการปล่อยดาวเทียมขึ้นสู่อวกาศแทบทุกสัปดาห์ จนจำนวนดาวเทียมเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วเป็นทวีคูณ
.
ข้อมูลล่าสุดในปี 2026 ระบุว่ามีดาวเทียมที่จดทะเบียนอยู่ในอวกาศแล้วทั้งหมดประมาณ 14,000 ดวง
และจากแผนการปล่อยตอนนี้คาดว่าจะเพิ่มขึ้นเป็น 100,000 ดวงในปี 2030 ตามการคาดการณ์ขององค์การอวกาศยุโรป
ซึ่งนั่นหมายความในอนาคต ก็อาจจะมีโอกาสที่ดาวเทียมตกกลับลงมาเผาไหม้ในชั้นบรรยากาศเหมือนกับซากจรวด Falcon 9 ของ SpaceX มากขึ้นด้วย
.
มิหนำซ้ำ ปริมาณอนุภาคโลหะหนักสะสมที่เกิดจากการเผาไหม้นี้จะไม่ได้จางหายไปง่าย ๆ หากเราไม่มีมาตรการควบคุม
หรือการใช้วัสดุผลิตดาวเทียมและยานอวกาศที่เป็นมิตรต่อชั้นบรรยากาศมากกว่านี้
ความก้าวหน้าของมนุษย์อาจต้องแลกมาด้วยมลพิษที่อาจส่งผลกระทบร้ายแรงต่อสิ่งมีชีวิตบนโลกได้ในอนาคต
แหล่งที่มา :
The Space Times
ควรกังวลได้หรือยัง? นักวิจัยพบมลพิษจากขยะอวกาศปนเปื้อนในชั้นบรรยากาศโลกแล้ว
ย้อนกลับไปเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ปี 2025 ชิ้นส่วนท่อนบนของจรวด Falcon-9 ของบริษัท SpaceX
ได้ตกลงสู่ชั้นบรรยากาศโลกอย่างไร้การควบคุมเหนือทวีปยุโรป ก่อนที่จะเกิดการเผาไหม้จนเห็นเป็นลูกไฟสว่างบนท้องฟ้า
แม้เหตุการณ์นี้จะไม่มีรายงานผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิต แต่จากการศึกษาอย่างละเอียดที่เพิ่งเผยแพร่ออกมาในอีก 1 ปีให้หลัง
พบว่านี่อาจเป็นหลักฐานแรกของการตรวจพบมลพิษที่เกิดจากการเผาไหม้ของขยะอวกาศที่ตกกลับลงมา
.
จากรายงานของทีมวิจัยสถาบันไลบ์นิทซ์ (Leibniz) ประเทศเยอรมนีที่ได้ใช้เครื่องมือเลเซอร์พิเศษ (Resonance Lidar)
ตรวจวัดค่าการปนเปื้อนของโลหะหนักในชั้นบรรยากาศภายหลังจากเหตุการณ์ดังกล่าว 20 ชั่วโมง
พบระดับอะตอมของธาตุลิเทียมพุ่งสูงขึ้นในชั้นบรรยากาศถึง 10 เท่าจากระดับปกติ ณ ระดับความสูง 96 กิโลเมตรจากระดับน้ำทะเล
ซึ่งตามปกติแล้วในชั้นบรรยากาศชั้นบนไม่ควรมีการตรวจพบลิเทียมในปริมาณที่มากขนาดนี้
จึงเป็นหลักฐานที่ยืนยันว่าลิเทียมที่ตรวจพบนี้เกิดจากการเผาไหม้ของชิ้นส่วนจรวด Falcon-9 ที่ทำมาจากโลหะผสมระหว่างอลูมิเนียมกับลิเทียม
.
ทีมนักวิจัยเปิดเผยว่าปริมาณโลหะหนักหรือสารเคมีที่พบในชั้นบรรยากาศชั้นบนอาจส่งผลเสียต่อชั้นโอโซน
การก่อตัวของเมฆในระดับสูง สมดุลความร้อนของโลกในระยะยาว
และทำให้เกิดปฏิกิริยาเคมีที่ซับซ้อนระหว่างชั้นบรรยากาศกับมลพิษจากอวกาศ
.
นักเคมีบรรยากาศกล่าวว่าการทำความเข้าใจปฏิกิริยาที่ซับซ้อนของมลพิษจากขยะอวกาศจะช่วยให้เราสามารถเตรียมการรับมือกับโลกอนาคตที่จะมีปริมาณขยะอวกาศที่ตกกลับลงมามากขึ้น โดยเฉพาะจากดาวเทียม เนื่องจากในปัจจุบันอุตสาหกรรมดาวเทียมโลกได้เติบโตอ่างรวดเร็ว มีการปล่อยดาวเทียมขึ้นสู่อวกาศแทบทุกสัปดาห์ จนจำนวนดาวเทียมเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วเป็นทวีคูณ
.
ข้อมูลล่าสุดในปี 2026 ระบุว่ามีดาวเทียมที่จดทะเบียนอยู่ในอวกาศแล้วทั้งหมดประมาณ 14,000 ดวง
และจากแผนการปล่อยตอนนี้คาดว่าจะเพิ่มขึ้นเป็น 100,000 ดวงในปี 2030 ตามการคาดการณ์ขององค์การอวกาศยุโรป
ซึ่งนั่นหมายความในอนาคต ก็อาจจะมีโอกาสที่ดาวเทียมตกกลับลงมาเผาไหม้ในชั้นบรรยากาศเหมือนกับซากจรวด Falcon 9 ของ SpaceX มากขึ้นด้วย
.
มิหนำซ้ำ ปริมาณอนุภาคโลหะหนักสะสมที่เกิดจากการเผาไหม้นี้จะไม่ได้จางหายไปง่าย ๆ หากเราไม่มีมาตรการควบคุม
หรือการใช้วัสดุผลิตดาวเทียมและยานอวกาศที่เป็นมิตรต่อชั้นบรรยากาศมากกว่านี้
ความก้าวหน้าของมนุษย์อาจต้องแลกมาด้วยมลพิษที่อาจส่งผลกระทบร้ายแรงต่อสิ่งมีชีวิตบนโลกได้ในอนาคต
แหล่งที่มา : The Space Times