JJNY : น้ำมันพืชขึ้นราคา│ปชน.จี้เร่งช่วยผู้ประกอบการท่องเที่ยว│ศูนย์วิจัยกสิกรไทยหั่นGDP│อิหร่านขู่โจมตีแหล่งท่องเที่ยว

กระทู้ข่าว
น้ำมันพืชขึ้นราคา ขวดละ 5-8 บาท จ.ชลบุรี
.

.
ข่าวเด็ด 7 สี - พ่อค้าแม่ค้า เผยน้ำมันพืชขึ้นราคาแรง ขวดละ 5-8 บาท ทำให้ต้นทุนอาหารทอด พุ่งสูงขึ้น
.
สำรวจร้านค้าตามตลาด ในอำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี สินค้าอุปโภคบริโภค เริ่มได้รับผลกระทบจากต้นทุนค่าขนส่ง ผู้ประกอบการน้ำมันปาล์มบรรจุขวด ได้ปรับขึ้นราคาขวดขนาด 1 ลิตร ประมาณ 5-8 บาท ขึ้นอยู่ยี่ห้อ ทำให้ราคาขายส่งจากเดิมที่อยู่ช่วง 41-42 บาทต่อขวด เพิ่มมาอยู่ที่ 48-49 บาทต่อขวด ส่งผลให้ราคาขายปลีกในร้านค้า ร้านขายของชำทั่วไปปรับขึ้นเป็น 50-53 บาทต่อขวด
.
แม่ค้าร้านกล้วยทอด อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี กล่าวว่า น้ำมันพืชปรับราคา แต่กล้วยทอดที่ร้านยังไม่ได้ปรับราคาขึ้นโดยยังคงขาย 6 ชิ้น 30 บาท ทุกอย่างที่ขาย โดยน้ำมันพืชปรับขึ้นอีก 6 บาทต่อขวด จากเดิมขวดละ 45 บาทเป็น 51บาท ต่อขวดลิตร โดยที่ร้านใช้น้ำมันพืช 8 ขวดต่อวัน
.
แม่ค้ากล้วยทอด บอกว่า น้ำมันพืช ราคาปรับสูงขึ้นมาก ต้นทุนเพิ่มขึ้นแต่ยังคงขายราคาเดิม เพราะจะขายแพงก็ขายไม่ได้ต้องขายราคาเท่าเดิม อยากจะให้ราคาน้ำมันพืชต่ำลงมากว่านี้ แต่ด้วยราคาวัตถุดิบปรับตัวสูงขึ้นทุกอย่าง เรียกร้องให้ควบคุมราคาสินค้าอุปโภค-บริโภค และวัตถุดิบที่ทยอยปรับตัวสูงขึ้นมาแล้วหลายรายการ
.

.
“สิทธิพล” สส.ปชน. จี้รัฐบาลเร่งช่วยผู้ประกอบการท่องเที่ยวด่วน เสี่ยงได้รับผลกระทบวิกฤตน้ำมัน
.
“สิทธิพล” สส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาชน จี้รัฐบาล เร่งช่วยเหลือผู้ประกอบการท่องเที่ยวด่วน เสี่ยงได้รับผลกระทบสูงจากวิกฤตน้ำมัน อย่าให้ซ้ำรอยช่วงโควิด
.
วันที่ 21 มีนาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 20 มีนาคม นายสิทธิพล วิบูลย์ธนากุล สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน แสดงความกังวลต่อสถานการณ์การท่องเที่ยวไทย จากวิกฤตสงครามตะวันออกกลางและราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้น จี้รัฐบาลเร่งออกมาตรการเชิงรุกปกป้องผู้ประกอบการ ก่อนเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวจะดิ่งเหว ซ้ำรอยช่วงโควิด-19
.
นายสิทธิพล ระบุว่า ปัจจุบันภาคการท่องเที่ยวซึ่งคิดเป็น 12% ของ GDP กำลังเผชิญมรสุมใหญ่ โดยเฉพาะข้อจำกัดด้านการบินระยะไกล จากยุโรปที่ต้องบินอ้อมน่านฟ้าสงคราม ส่งผลให้ค่าตั๋วเครื่องบินแพงขึ้นกว่าเท่าตัว ขณะที่สายการบินหลักจากตะวันออกกลางลดเที่ยวบินลงอย่างมีนัยสำคัญ
.
ข้อมูลจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยแสดงให้เห็นว่า หากสถานการณ์ยืดเยื้อเกิน 3 เดือน นักท่องเที่ยวอาจหายไปถึง 25% หรือเหลือเพียง 27 ล้านคน ซึ่งจะกระทบผู้ประกอบการในภาคท่องเที่ยวซึ่งมีจำนวนมาก โดยขณะนี้ยอดจองโรงแรมในภูเก็ตลดลงแล้ว 10% ส่วนภาคเหนือลดมากถึง 30%
.
นอกจากปัจจัยต่างประเทศ การท่องเที่ยวในประเทศก็ชะงัก คนไทยไม่กล้าเที่ยว เพราะ “กลัวไม่มีน้ำมันเติม” สิทธิพลระบุว่าปัญหาการท่องเที่ยวในประเทศที่คนไทยเริ่มชะลอการเดินทาง ไม่ใช่แค่เพราะค่าครองชีพสูง แต่เพราะ “ความไม่เชื่อมั่นในระบบพลังงาน” โดยเฉพาะการเดินทางไปเมืองรองที่ประชาชนกังวลว่าจะหาปั๊มน้ำมันเติมไม่ได้ระหว่างทาง
.
นายสิทธิพล ระบุว่า ผู้ประกอบการท่องเที่ยวฝากส่งเสียงถึงรัฐบาล เช่น ที่พัทยา ปั๊ม ปตท. ไม่มีน้ำมันสักแห่ง ทัวร์จีนต้องลุ้นว่าจะส่งนักท่องเที่ยวไปสนามบินทันหรือไม่ ขณะที่ถนนเส้นทางสายเหนือจากอ่างทองถึงสุโขทัย น้ำมันหมดแทบทุกปั๊ม ที่มีก็รอคิวยาวมาก และให้เติมแค่ 2,000 บาท/คัน ถ้ารถเก๋งให้คันละ 500 บาท
.
ส่วนเส้นทางสายใต้ ชุมพรถึงนครศรีฯ เมื่อเวลาเลย 9.00 น. ส่วนใหญ่น้ำมันหมดแทบทุกปั๊ม คนขับเศร้าใจจะร้องไห้กันหมดแล้ว เครียดทั้งขับรถ เครียดทั้งน้ำมันหมด ถ้าเป็นแบบนี้ต่อไป จนใกล้สงกรานต์ สถานการณ์จะเสียหายรุนแรงกว่านี้ เพราะคนไทยส่วนใหญ่เที่ยวโดยรถยนต์ ใครจะเดินทาง ถ้าไม่มั่นใจ จะมีน้ำมันเติมหรือเปล่า จะยิ่งตอกย้ำให้สถานการณ์แย่ลงกว่าเดิม ถ้าต่างชาติรู้สึกว่ามาเมืองไทย แล้วไม่แน่นอน ไปไหนลำบาก รถหาน้ำมันเติมไม่ได้ ใครจะมาเที่ยวบ้านเรา ท่านนายกฯ ต้องเลิกมองว่า ไม่มีปัญหาได้แล้ว
.
นายสิทธิพล ได้เสนอ 3 ข้อเร่งด่วนต่อรัฐบาลเพื่อให้ทำทันที คือ
.
1. แก้ความกลัวด้วยข้อมูล (Real-time Dashboard) รัฐบาลต้องเลิกปล่อยให้ประชาชนเดาทางเอง แต่ต้องทำ Dashboard ปั๊มน้ำมันและสถานะน้ำมันทั่วประเทศแบบ Real-time เพื่อให้คนวางแผนการเดินทางได้แม่นยำ สร้างความมั่นใจในการขับรถเดินทาง ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการท่องเที่ยว
.
2. บุกตลาดทดแทน เร่งอัดโปรโมชั่นดึงนักท่องเที่ยวจากเอเชีย (จีน อินเดีย ญี่ปุ่น อาเซียน) และกลุ่มที่บินตรงได้โดยไม่ต้องผ่านโซนสงคราม เพื่อทดแทนส่วนแบ่งตลาดจากยุโรปที่หายไป
.
3. ตาข่ายรองรับผู้ประกอบการ หากสถานการณ์ยืดเยื้อ รัฐบาลต้องไม่ปล่อยให้ผู้ประกอบการท่องเที่ยวสู้เพียงลำพัง รัฐต้องให้ บสย. เข้าช่วยค้ำประกันสินเชื่อ และออก Soft Loan ที่เข้าถึงง่าย ไม่ล่าช้า เพื่อป้องกันไม่ให้ธุรกิจรายย่อยกลายเป็นหนี้เสีย (NPL) จากทั้งจำนวนลูกค้าที่ลด และต้นทุนประกอบการที่พุ่งสูงขึ้น
.
นายสิทธิพล ทิ้งท้ายว่า ในยามหน้าสิ่วหน้าขวานเช่นนี้ สิ่งที่ประชาชนต้องการจากรัฐบาลมากที่สุด คือ การเข้าอกเข้าใจสิ่งที่ประชาชนและผู้ประกอบการเผชิญ และปกป้องผลประโยชน์แทนพี่น้องประชาชน การที่ประชาชนผู้เดือดร้อนส่งเสียงอะไรไป แล้วผู้นำรัฐบาลบอกแต่ไม่จริง เป็นไปไม่ได้ ไม่มีปัญหาแบบนั้น โดยฟังแต่คนรอบข้าง ไม่ว่าจะรัฐมนตรีหรือข้าราชการ นอกจากไม่ช่วยแก้ปัญหาให้ประชาชน ยังสะท้อนภาวะผู้นำของท่านนายกฯ อีกด้วย
.

.
ศูนย์วิจัยกสิกรไทย หั่น GDP ปี 69 เหลือ 1.2% หากสงครามยืดเยื้อนาน
.
ศูนย์วิจัยกสิกรไทย หั่น GDP ปี 69 เหลือ 1.2% คาด เศรษฐกิจไทยเสี่ยงไม่โต! หากสงครามยืดเยื้อนาน เตือน ไทยอาจเจอ "Triple Deficit" ขาดดุล 3 ต่อ
.
นายบุรินทร์ อดุลวัฒนะ กรรมการผู้จัดการ และ Chief Economist บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด เปิดเผยถึงการประเมินสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ทวีความรุนแรงขึ้นว่า ส่งผลกระทบโดยตรงต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทย จนทำให้ต้องมีการทบทวนประมาณการเศรษฐกิจใหม่ จากเดิมที่เคยมองว่าปีนี้จะขยายตัวได้ที่ 1.9% เนื่องจากภาพรวมเศรษฐกิจโลกมีแนวโน้มดีขึ้น และราคาน้ำมันในช่วงต้นปีที่ผ่านมายังอยู่ในระดับที่บริหารจัดการได้
.
อย่างไรก็ตาม ตั้งแต่ช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ที่เกิดความขัดแย้งรุนแรงขึ้น สถานการณ์ได้เปลี่ยนไปโดยที่หลายคนอาจคาดไม่ถึง ราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้นและความไม่แน่นอนในภาคขนส่ง กลายเป็นปัจจัยลบหลัก โดยเฉพาะผลกระทบต่อต้นทุนวัตถุดิบต้นน้ำ เช่น ฮีเลียม ปุ๋ย น้ำมัน และก๊าซธรรมชาติ ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของภาคการผลิต
.
สงครามยืดเยื้อ รุนแรง เกิน 3 เดือน หั่นจีดีพีเหลือโต 2%
.
โดยศูนย์วิจัยกสิกรไทยได้แบ่งการประเมินผลกระทบออกเป็น 2 ฉากทัศน์ ดังนี้
.
• กรณีไม่ยืดเยื้อ  หากความขัดแย้งคลี่คลายได้ภายใน 2 เดือน คาดว่า GDP จะถูกปรับลดลงประมาณ 0.2% ลงมาอยู่ที่ราว 1.7% ขณะที่เงินเฟ้อจะเร่งตัวขึ้นจาก 0.4% ไปอยู่ที่ 0.9%
.
• กรณียืดเยื้อและรุนแรง หากสงครามลากยาวและราคาน้ำมันดิบยืนเหนือระดับ 130 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เกินกว่า 3 เดือน อาจฉุด GDP จาก 1.9% ลงมาเหลือเพียง 1.2% หรือในกรณีเลวร้ายที่สุดคือเศรษฐกิจไทยไม่เติบโตเลย โดยไตรมาสแรกอาจขยายตัวได้ แต่ไตรมาสที่เหลือจะติดลบ จนนำไปสู่ภาวะเศรษฐกิจถดถอย ขณะที่เงินเฟ้ออาจพุ่งแตะระดับ 3%
.
ในส่วนของกลุ่มอุตสาหกรรมที่ได้รับผลกระทบโดยตรง นายบุรินทร์ ระบุว่า กลุ่มที่ใช้พลังงานสูงและกลุ่มปิโตรเคมีกำลังเผชิญวิกฤตหนัก เนื่องจากไม่สามารถนำเข้า ฟีดสต็อก (Feedstock) หรือวัตถุดิบพื้นฐานมาผลิตได้ ส่งผลกระทบต่อเนื่องไปยังกลุ่มเม็ดพลาสติก และ PVC ซึ่งจะลุกลามไปถึงอุตสาหกรรมปลายน้ำอย่าง บรรจุภัณฑ์อาหาร ที่จะขาดแคลนและมีราคาสูงขึ้น
.
นอกจากนี้ ปัญหาการเดินเรือยังเป็นอุปสรรคสำคัญ โดยค่าระวางเรือปรับตัวเพิ่มขึ้น 4-5 เท่า ขณะที่ค่าประกันภัยเรือบางเส้นทางพุ่งสูงขึ้นถึง 10-80 เท่า การเดินเรือต้องเลี่ยงไปอ้อมแหลมกู๊ดโฮป (Cape of Good Hope) ทำให้ระยะเวลาขนส่งเพิ่มขึ้นอีกอย่างน้อย 2 สัปดาห์ อีกทั้งยังเกิดภาวะ Disruption ทั่วโลกจากการที่บริษัทเดินเรือประกาศภาวะสุดวิสัย (Force Majeure) เลือกเดินเรือเฉพาะเส้นทางที่ได้กำไรสูงสุดเท่านั้น
.
ข้อเสนอแนะต่อรัฐบาลใหม่
.
สำหรับข้อเสนอแนะต่อรัฐบาลใหม่ นายบุรินทร์ ย้ำว่าภารกิจเร่งด่วนคือการจัดการแหล่งพลังงานและวัตถุดิบเพื่อควบคุมค่าครองชีพ แม้จะคาดการณ์ว่าสถานการณ์อาจคลี่คลายใน 2 เดือน แต่รัฐต้องมีมาตรการรองรับหากเกิดการขาดแคลนพลังงานในระยะสั้น รวมถึงการพิจารณานำ ถ่านหิน กลับมาใช้ชั่วคราวหากจำเป็น เนื่องจากเป็นแหล่งพลังงานที่หาได้ง่ายและถูกกดดันจากปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์น้อยกว่าน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ
.
ซึ่งการจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่​ มองว่าจะเป็นไปตามกระบวนการ​ และคณะรัฐมนตรีจะใกล้เคียงกับชุดก่อน​ ส่วนการดำเนินนโยบายยังคงต่อเนื่อง ขณะที่การผลักดันงบประมาณปี​ 2570 คาดว่าจะบังคับใช้ได้ในไตรมาส​ 4​ ของปีนี้
.
เราเชื่อว่าเศรษฐกิจเอเชียจะอยู่รอดได้ เพราะกลไก Supply Chain จะค่อยๆ ปรับตัว เหมือนวิกฤตน้ำมันในปี 1973 อย่างไรก็ตาม ในช่วงนี้ขอให้ประชาชนอย่าตื่นตระหนก แต่ต้องใช้พลังงานอย่างประหยัด และรัฐบาลไม่ควรเข้าไปแทรกแซงกลไกราคาตลาดของสินค้าอุตสาหกรรมมากเกินไป เพราะจะทำให้เกิดปัญหาของขาดแคลนและตลาดพังทลายในที่สุด
มองเป็น Wake up call ไทยต้องเร่งปรับสัดส่วนพลังงานสะอาด
.
ส่วนในระยะยาว ระบุว่า วิกฤตครั้งนี้ถือเป็น Wake up call ให้ประเทศไทยต้องเร่งปรับสัดส่วนพลังงานสะอาด เนื่องจากปัจจุบันเอเชียพึ่งพาน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซสูงถึง 60%  ดังนั้น มองว่ารัฐบาลควรส่งเสริมพลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานชีวภาพ รวมถึงการพิจารณา พลังงานนิวเคลียร์ หรือโรงไฟฟ้าขนาดเล็ก (SMR) เป็นทางเลือกเพื่อสร้างเสถียรภาพทางเศรษฐกิจในอนาคต เช่นเดียวกับโมเดลของจีนที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตครั้งนี้ไม่มาก เพราะมีการเตรียมพร้อมด้านพลังงานสะอาดมาอย่างยาวนาน
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่