ผู้หญิงเที่ยวคนเดียวอุดร-บึงกาฬ19-21มีค69คำชะโนด-วัดภูทอก(บรรไดไม้7ชั้น)หินสามวาฬ พ่อปูอือลือบึงโขงโหลง ถนนคนเดินUDtown

ผู้หญิงแบกเป้เที่ยวคนเดียว อุดร-บึงกาฬ คำชะโนด-วัดภูทอก บรรไดไม้7ชั้น หินสามวาฬ พ่อปูอือลือบึงโขงโหลง เกาะดอนโพธิ์ พิพิธภัณฑ์บ้านเชียง ถนนคนเดิน UD town

19-21 มีนาคม 2569 สนามบินสุวรรณภูมิถึงสนามบินอุดรธานีสายการบินหางแดงวงเล็บซื้อช่วงโปรโมชั่น 0 บาทไปกลับ เสียค่าภาษีสนามบิน บวกค่าโดยสาร ไป 1,200 บาท


การเดินทางในครั้งนี้นางเล็ก เกิดปัญหากับคนรู้จักที่จะร่วมทริป เคยตั้งกระทู้ไว้ก่อนหน้านี้ แต่ แต่ แต่มันก็ผ่านไปแล้วตอนนี้นังเหล็ก จบทริปทั้งหมดแล้วเลยจะ จะมา นำเสนอการเดินทางคนเดียว แบบไม่ง้อทัวร์ เผื่อใครจะดูไว้เป็นแบบอย่างและเที่ยวต่อได้เอง



นังเหล็ก ได้วางแผน การท่องเที่ยวเอาไว้ในตารางด้านบนหากใครสนใจก็สามารถเลียนแบบคลิปที่น้องเล็ก แพลนไว้ก่อนได้อยากจะบอกว่าเวลาที่ใส่ไปในนี้ เป็นเวลาคร่าวๆแต่เวลาจริงที่ไปขึ้นอยู่กับว่าเราทำกิจกรรมมากน้อยแค่ไหนใช้เวลาเดินมากน้อยแค่ไหนแวะพักกี่จุด แต่ส่วนตัว ของเจ้าของกระทู้ก็ใช้เวลาได้เร็วกว่ากำหนดถึงที่พักได้เร็วกว่ากำหนดในทุกที่

Day 1 : 19 มีนาคม 2569
เดินทางจากสนามบินสุวรรณภูมิมาถึงสนามบินอุดรธานี รอบเวลา 7:00 น มาถึงอุดรธานีเวลา 8:10 น และนางเอกก็ใช้คูปอง โปรโมชั่นรถเช่ากับเอเจนซี่เจ้าหนึ่ง รวมค่ารถประมาณ 1,500 บาท 2 วัน 2 คืน เดี๋ยวจะสรุปค่าใช้จ่ายให้อีกครั้งนึง





มาถึงก็โทรหาเอเจนซี่รถเช่า ได้รถคันนี้มา


เขาจะเติมน้ำมันให้เต็มถังค่ะเอามาคืนก็เติมกลับให้เต็มถังแบบเดิมรอบนี้นั่งเหล็กหมดค่าน้ำมันไป 800 บาทเดินทางไปทั้งหมด 500++ กม.

บวกไปอีก 55 กม.เนื่องจากนางเล็กลืมกดทริปตั้งแต่ออกจากสนามบินอุดรธานี จนจะไปถึงคำชะโนดอยู่แล้วเพิ่งได้กด ตั้งทริปว่าทริปทั้งหมดที่เราวิ่งขับรถเองรวมทั้งหมดตลอดทริปเท่าไหร่

จากนั้นก็เดินทางไปที่คำชะโนด วังพญานาคกัน เดินทางออกจากสนามบินอุดร ขับไปเรื่อยๆแต่ถนน 2 ข้างทาง ถนนกำลังทำตลอดทั้งเส้นดังนั้นจะเจอฝุ่นเจอหินกรวดเจอรถบรรทุกเราต้องขับด้วยความระมัดระวังเนื่องจากมีการเบี่ยงถนนปิดเส้นทาง ให้เหวี่ยงซ้ายเหวี่ยงขวาตลอด ขับรถไปเกือบ 2 ชั่วโมง ก็ถึงคำชะโนด จุดหมายแรกของเรา






บูชา พญานาค 3 เศียร ไปในราคา 299 บาท ใครอยากขอพรอะไรเขามีให้เลือกหลากหลายแบบเลือกบูชาได้ เข้าไปเขาจะให้เราถอดรองเท้าเลยดังนั้นแนะนำ ให้ใส่ถุงเท้าไปด้วยนะเพราะพื้นมันร้อนตอนกลางวัน เดินเข้าไปข้างใน ค่อนข้างไกล





ขากลับ ค่อยเอาธูปมาจุดบริเวณด้านหน้าหลังจากทำพิธีเสร็จแล้ว

และสามารถบูชาเหรียญหรือของที่ระลึกจากคำชะโนด ได้ที่บริเวณ ที่ใกล้ๆกับ จุดตรวจ คูปอง ค่าเข้า อ้อลืมบอกไปที่เก็บรองเท้ามีตู้ล็อคเกอร์ด้วยถ้าใครกลัวรองเท้าหายก็สามารถขอกุญแจจากเจ้าหน้าที่และใส่ไว้ในล็อกเกอร์ได้นังเหล็กก็ใส่ไว้ในล็อกเกอร์เหมือนกัน

หลังจากนั้นเราก็ไปกันต่อที่ วัดภูทอก มี 7 ชั้น ขับไปอีกประมาณชั่วโมงกว่า เกือบ 2 ชั่วโมง เพราะอย่างที่บอกถนนทำทางเส้นทาง ค่อยๆขับไปแนะนำให้เดินทางกลางวันน่าจะปลอดภัยกว่าเพราะถนนของอุดรธานีค่อนข้างยกสูงจากบริเวณขอบข้างๆ บ้านเรือนคนจะอยู่ข้างล่างบางจุดที่นางเอกเห็นประมาณ 3-4 เมตร ที่ถนนสูงกว่าบ้าน



มาถึงแล้ววัดภูทอกขอให้คนเตรียมพร้อมว่าเราจะต้องเดินบันได กันไปหลายร้อยคันกว่าจะถึงชั้นที่สวยที่สุด สำหรับ ส่วนตัวชั้นที่ 5 และชั้นที่ 6 ก็พอไม่จำเป็นต้องขึ้นไปถึงชั้นที่ 7 เนื่องจากชั้นที่ 7 ขึ้นไปก็มีแต่ป่า





พร้อมกันหรือยังคะ ปะ เริ่ม





แค่เริ่มก็เหนื่อยแล้ว





มาถึงแล้วจ้าพุทธวิหาร.  เหนื่อยไปหมดแล้ว กว่าจะขึ้นมาถึงจุดนี้ได้นางเอกพักไปหลายตลบ เพราะอากาศร้อนขึ้นมาถึงที่นี่ตอนบ่ายโมงพอดี





ฉันนี่คือชั้นที่ 6 จ้าสวยมากเหมือนที่ดูในรีวิวมาเลยชอบมากแต่ไม่เหมาะกับคนที่กลัวความสูงเนื่องจากซี่ไม้มันมีรูๆร่องๆต้องเดินด้วยความระมัดระวังแล้วก็มันจะมองเห็นพื้นด้านล่าง





ลงมาชั้นที่ 5 ก็สวยไม่แพ้กันตอนมาไม่มีคนเลยเจอนักท่องเที่ยวประปราย ตามจุดต่างๆ ประมาณว่านั่งพักก่อนขึ้นหรือนั่งตามจุดชมวิว เราก็เดินคนเดียวชิวสุดๆไปเลย





ตรงชั้น 5 จะมีที่ประดิษฐานของพระพุทธรูปที่ตั้งแยกออกไปจากตัว ทางเดินนังเหล็กก็เดินไป สวยจริงๆ





ใครขึ้นไปข้างบนไม่ไหวแนะนำให้มาถ่ายรูปบริเวณนี้ สวยมากเช่นกัน
ลงมาก็พักเหนื่อยให้เรียบร้อยเพื่อที่เราจะออกเดินทางต่อส่วนตัววางแผนจะไปนอนใกล้กับทางขึ้นหินสามวาฬเพราะใช้เวลาเดินอยู่ที่วัดภูทอกประมาณ 3 ชั่วโมง ไปถึง ที่พักชื่อบ้านริมภู ตอน 17.30 น.บ้านริมภู อยู่ใกล้กับ จุดลงทะเบียน มากๆสามารถเดินไปจุดลงทะเบียน ขึ้นหินสามวาฬได้ เพราะตั้งใจจะไปดูพระอาทิตย์ขึ้นในตอนเช้า ตี 5 ก็ไปรอที่จุดลงทะเบียน





ไปถึง ก็ไปเซอร์เวย์ตรงจุดลงทะเบียนก่อน แล้วก็ไปหาข้าวกิน เพราะที่พักไม่มีอาหารให้มีน้ำเปล่าให้ 2 ขวดแล้วก็ชากาแฟ แครกเกอร์วางไว้ให้ในห้อง
ขับเข้าไปเจอเจ้าหน้าที่กรมป่าไม้เรียกให้หยุดเราก็เอ๊ะเกิดอะไรขึ้นเขาก็ชิพบอกว่าเห็นมีอะไรย้อยลงมาตรงกระจังหน้ารถนางเล็กก็เลยเดินลงไปดูอ้าวยางรองกระจังหน้ารถด้านล่างมันหลุด เจ้าหน้าที่ ขอเรียกว่าคุณลุงก็เลยช่วย โดยการใช้สายเบ็ดสีเขียวมัดเอาไว้ให้ สาเหตุเกิดจากน็อตกับยางมันหลวมก็เลยหลุด โทรไปแจ้งเอเจนซี่เขาบอกว่าไม่เป็นไรน้องเชก็บอกว่านางเอกยังไม่ได้ทำอะไรเลยมันน่าจะรู้จักการกดก่อนแล้วก็การเดินทางบนถนนขรุขระที่มันสั่น สะเทือนในช่วงล่างขยับไปขยับมาเลยหลุด เราไม่มีเครื่องมือไม่มี น็อตใหญ่ๆ ทำได้แค่ไม่ให้มันหลุดร่วงลงไป





สภาพก็เลยซื้อเครื่องดื่มให้ทางเจ้าหน้าที่ไป 2 ขวด น้ำใจที่เป็นห่วง แล้วก็ช่วยเราจัดการ ขอบคุณมากนะคะใจดีมาก

ต่อๆ Day 2: 20 มีนาคม 2569...
แก้ไขข้อความเมื่อ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่