มนต์ขลังของศิลปะไวกิ้งในซีรีส์อิงประวัติศาสตร์ไทย


ลวดลายเส้นสายที่ถักทอและสอดขัดกันไปมาอย่างซับซ้อนไม่ได้เป็นเพียงลวดลายเรขาคณิตที่วาดขึ้นเพื่อความสวยงามเท่านั้น แต่มันคือมรดกทางวัฒนธรรมที่มีอายุนับพันปี ศิลปะแขนงนี้เป็นที่รู้จักกันในชื่อ Norse Knotwork และ Celtic Knotwork ซึ่งเป็นตัวแทนของจิตวิญญาณ ความเชื่อ และประวัติศาสตร์ของชนชาติในยุโรปเหนือยุคโบราณ


ที่มาภาพ(ซ้าย) : ซีรีส์หงสาวดี 2026
ที่มาภาพ(ขวา) : DJ BM- Pinterest

ลองจินตนาการย้อนกลับไปในยุคกลางตอนต้น (ราวๆ ศตวรรษที่ 8-12) ช่างฝีมือในยุคนั้นใช้เวลาแรมเดือนแรมปีในการสลักลวดลายเหล่านี้ลงบนแผ่นหิน โลหะ หรือไม้ โดยศิลปะลายเส้นขมวดปมนี้ แบ่งออกเป็น 2 แก๊งใหญ่ๆ ที่มีสไตล์ต่างกันครับ

! แก๊งแรก >>> ชาวเคลต์ (Celtic) เจ้าพ่อลายเรขาคณิต : ชนชาติเคลต์ (บริเวณเกาะอังกฤษ ไอร์แลนด์ และสกอตแลนด์) ถ้าคุณไปเดินเล่นแถวไอร์แลนด์หรือสกอตแลนด์ในยุคนั้น คุณจะเจอกับศิลปะแบบ Celtic Knotwork จุดเด่นของแก๊งนี้คือความเป๊ะ! พวกเขาชอบวาดเส้นริบบิ้นที่สอดขัดกันไปมาแบบสมมาตร และที่สำคัญคือ "ต้องไม่มีจุดเริ่มต้นและจุดสิ้นสุด" (Endless knot) ลากเส้นตามไปเถอะครับ วนกลับมาที่เดิมแน่นอน ลายแบบนี้มักไปโผล่ตามคัมภีร์ศักดิ์สิทธิ์หรือไม้กางเขนหินโบราณ

! แก๊งที่สอง >>> ไวกิ้ง (Norse) สายดาร์กผู้รักสัตว์(ประหลาด) : ตัดภาพมาที่ฝั่งสแกนดิเนเวีย ชาวนอร์สหรือไวกิ้งเขาไม่เน้นเส้นริบบิ้นเรียบๆ ครับ แต่เขาชอบ "ลวดลายสัตว์" (Zoomorphic) พวกเขาจะเอางูยักษ์ มังกร หรือหมาป่า มายืดตัวให้ยาวเฟื้อยเป็นเส้นก๋วยเตี๋ยว แล้วจับมันมาพันกันยุ่งเหยิง กัดหางตัวเองบ้าง กัดคอเพื่อนบ้าง ลายพวกนี้ฮิตมากจนนักโบราณคดีต้องแบ่งยุคตามชื่อเมืองที่ขุดเจอเลย เช่น สไตล์ Urnes ที่ดูลายเส้นพลิ้วไหวเหมือนเปลวไฟ  

เวทมนตร์ที่ซ่อนอยู่ในเส้นสาย
สำหรับคนโบราณ ลายพวกนี้คือ "เครื่องรางสายมู" ระดับพรีเมียมเลยครับ! การที่เส้นสายมันพันกันโดยไม่มีจุดจบ สื่อถึงความเชื่อเรื่อง "ความเป็นนิรันดร์" วัฏจักรการเกิดตาย และสายใยที่เชื่อมโยงทุกสิ่งในจักรวาลเข้าด้วยกันซึ่งสอดคล้องกับแนวคิดเรื่องต้นไม้โลก (Yggdrasil) ในตำนาน Norse
แต่ที่พีคกว่านั้นคือ พวกเขาเชื่อว่าลายเส้นที่พันกันยุ่งเหยิงนี้ มีพลัง "ดักจับวิญญาณร้าย" ครับ! อารมณ์ประมาณว่า ถ้ามีปีศาจหรือคำสาปพุ่งเข้ามาหาเรา พอเจอลายเขาวงกตบนเกราะเข้าไป ปีศาจจะงง หาทางออกไม่ได้ แล้วก็ติดแหง็กอยู่ในนั้น ลายพวกนี้เลยกลายเป็นของฮิตที่ต้องสลักไว้บนอาวุธและโล่เพื่อคุ้มภัยในสนามรบ (Apotropaic magic)

ที่มาภาพ(ซ้าย) : Evalon Asturias- Pinterest

ที่มาภาพ(ซ้าย) : RuralHistoria(Facebook)

ที่มาภาพ(ซ้าย) : World News Update (Facebook)

ที่มาภาพ(ซ้าย) : Edwin C. Ruiz- Pinterest
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่