เรื่องย่อ
“ หินสักลาย ” ..ดาเรน ..
‘หิน’ เด็กหนุ่มลูกครึ่งเลือดน้ำเค็มจังหวัดสมุทรสงครามเป็นหนุ่มหน้าตาดี พ่อมีเรือประมงเล็กให้เช่า วันหนึ่งพ่อใช้ให้ไปศึกษางานกับ ‘ศักดิ์’ ต้นหนเรือที่จังหวัดชลบุรี แต่เพราะความที่เคยเป็นแต่คุณหนูหินจึงก่อเรื่องต่าง ๆ ตามประสาเด็กวัยรุ่น เผอิญไปเข้าทางขาใหญ่และเหล่าร้ายกลุ่มหนึ่งของเมืองพัทยา หิน ศักดิ์ และลูกน้องอีกสามคนจึงเกือบเอาชีวิตไม่รอด โดยเฉพาะหินที่มีรูปร่างหน้าตาดีได้ถูกคนร้ายจับไปขายให้กับคนต่างชาติที่มีรสนิยมในเพศเดียวกัน หินถูกข่มขืนจนเกือบเสียผู้เสียคน สติขาดหายไปชั่วขณะ เมื่อคืนสติหินกลับทึกทักว่าศักดิ์เป็นพ่อของตัวเอง...
หินไม่ยอมกลับบ้านเกิดไม่ยอมจากศักดิ์ที่พยายามอธิบายว่าเขาไม่ใช่พ่อ หินถึงกับฆ่าตัวตายประท้วง...ด้วยความรักและห่วงใยหินซึ่งมีฐานะเป็นนายน้อยคนหนึ่งของเขา ศักดิ์จึงต้องหอบลูกชายจำเป็นของเขากลับบ้านเกิดที่นครสวรรค์เพื่อรอความสับสนในตัวเองของหินคืนกลับมา...
ที่นครสวรรค์ศักดิ์และหินพบกับปัญหานา ๆ ประการทั้งจากแม่ทีเคยพยายามหาคู่ให้ศักดิ์และจาก ‘เดือน’ คนรักเก่าของเขาที่หวนกลับมาด้วยความสงสัยในความสัมพันธ์ของพ่อลูกคู่นี้ ในที่สุดวันหนึ่งศักดิ์จึงต้องมีความสัมพันธ์กับเดือนเพื่อขจัดข้อสงสัย นอกจากเดือนแล้วยังมี ‘ลิลลี่’ เศรษฐีม่ายมาให้ความสนใจศักดิ์และหินจนเป็นที่ซุบซิบนินทาไปทั้งหมู่บ้าน ทั้งศักดิ์ หิน เดือน ลิลลี่ และหนุ่มน้อย ‘ลาย’ อีกคนซึ่งเป็นน้องชายอายุเพียงสิบห้าของเดือนซึ่งแอบมอบมิตรภาพให้กับความน่ารักและน่าสงสารในโชคชะตาของหิน...
ความเป็นสุภาพบุรุษเกินอายุของลายทำให้ลายรับผิดชอบและร่วมเผชิญภัยกับหินที่ต้องระหกระเหินหนีคนปองร้ายไปในป่าและเทือกเขาที่สูงเย็น ท่ามกลางธรรมชาติที่สวยงามและอันตรายรอบด้าน มิตรภาพที่ดีของเพื่อนได้ก่อเกิดขึ้น จนในที่สุดก็ถึงจุดจบของเรื่องที่จะคลี่คลายระทึกใจและซาบซึ้งใจในที่สุด..แต่.....
ความรักของคนเรานั้นมีได้เสมอทุกชนชั้นทุกเพศวัยและทุกประเภทของความรัก...ความอดกลั้นที่จะไขว่คว้ามาไว้เป็นของตัวแต่ผู้เดียวเท่านั้นที่จะทำให้ความรักคงอยู่ในสถานะที่สวยงามถูกต้อง...ชั่วนิรันดร์กาล.......
“หินสักลาย” นิยายเรื่องยาวเรื่องแรกที่ผมเขียน โพสต์ครั้งแรกเมื่อ วันที่ 24 มิถุนายน 2551 เกือบ 18 ปีมาแล้ว
๐๐.......หินสักลาย.......๐๐
"หินสักลาย" ใครสร้างลาย บนกายเจ้า
ธรรมชาติเร้า โลมลาย สลักเสลา
ลายรัก ลายมิตรภาพ หลากเรื่องราว
สลักเข้า เนื้อใจ ทุกข์สุขระคน
แต่ละก้อน ลายหิน นั้นแตกต่าง
หลากรูปร่าง หลายลาย ให้ฉงน
สุดแต่ผล กรรมเก่า แห่งตัวตน
ใช่อยากรน พิเรนทร์รัก "หินสักลาย"
..... บทที่ 1 .....
“ หินสักลาย ”
ดาเรน
.. หินสักลาย ..
.. บทที่ 1 ..
.. จุดหักเหของชีวิต ..
ทำไมหินจึงไว้หนวดเคราทั้ง ๆ ที่หน้าตาสะอาดน่ะหรือ
สาเหตุที่หินไว้หนวดไว้เครา เพราะเขาต้องการให้ตัวเองดูดุ น่ากลัวในสายตาของคนทั่วไป
หินไม่อยากถูกใครรักอีกแล้ว เท่าที่ผ่านมาความรักของเขามีแต่การสูญเสีย ส่วนของเขานั้นเขาทนได้ แต่การมีความรักแล้วทำให้คนรักต้องสูญเสียแม้กระทั่งชีวิต เป็นเรื่องที่หินไม่อยากพบเจอ
หลายปีมาแล้ว..
วันนั้นพ่อของหินต้องไปรับเรือที่แสมสารกับต้นหนเรือและลูกเรืออีกสองคน..พ่อหินมีเรือประมงเล็กให้เช่า บางรายเช่าไปแล้วไม่ทำตามข้อตกลงหรือไม่ชำระค่าเช่าตามสัญญาก็ต้องไปตามทวงเรือกลับคืน..รายนี้เช่นกัน
“หินไปเที่ยวกันมั้ย ไปตามเรือที่แสมสาร” ศักดิ์เบรกรถมอเตอร์ไซด์พรืดตรงหน้าหินที่กำลังยืนรอรถรับกลับบ้านหลังโรงเรียนเลิก
ศักดิ์คือต้นหนเรือที่พ่อของหินฝึกงานให้จนเก่ง ทำทุกอย่างแทนได้ เป็นที่ไว้วางใจในทุกเรื่อง คุ้นเคยกับหินและทุกคนในครอบครัวเหมือนเป็นญาติคนหนึ่ง
“แล้วพ่อล่ะ?” หินถามไปอย่างไม่แน่ใจเพราะพ่อเป็นคนตัดสินใจให้หินเสมอว่าจะไปไหน จะทำอะไร
“นายใหญ่ให้มาชวน นายอยากให้นายหินได้เรียนรู้งานไว้บ้าง” ถ้าเอ่ยถึงนายใหญ่ ศักดิ์จะเรียกหินว่านายหิน
“อือม..” ใจหนึ่งหินอยากไปเที่ยวเหมือนกันแต่ก็อยากอยู่บ้านกับแม่ ดูทีวี ทำการบ้านและเล่นคอม
“อีกอย่างวันนี้วันศุกร์ พรุ่งนี้เสาร์อาทิตย์ หินไม่ต้องมาโรงเรียน” ศักดิ์ลงจากมอเตอร์ไซด์ เอาขาตั้งลง เดินมาที่หิน
“จะกลับบ้านก่อน ไป..” หินไม่สนิทใจจะคล้อยตามความเห็นของศักดิ์..อย่างไรก็คือลูกจ้างคนหนึ่ง
“ผมจัดเตรียมเสื้อผ้าของใช้ส่วนตัวมาให้แล้ว” ศักดิ์ประชิดตัวหิน
“อยากกลับบ้านก่อน ไปอาบน้ำกินข้าวกับแม่” หินเสียงแข็ง หงุดหงิดกับการเจ้ากี้เจ้าการของศักดิ์
“งั้นไปกับผม ขึ้นรถเลยครับ” ศักดิ์คว้ากระเป๋าหนังสือจากมือหินรุนหลังให้ขึ้นรถ
บ้านของหินเป็นบ้านโบราณใต้ถุนสูง มีชานเรือนไม้กระดานเป็นลานกว้างอเนกประสงค์ ถัดจากลานพื้นกระดานถูกยกขึ้นเป็นส่วนของพื้นบ้านที่รายรอบด้วยห้องต่าง ๆ มีห้องนอนของพ่อแม่ ของหิน ห้องพระ ห้องนั่งเล่น ห้องหนังสือและห้องครัว ส่วนห้องน้ำลดพื้นลงต่ำกว่าอีกระดับหนึ่งต่างหาก แต่อยู่บนบ้านนั่นเอง
แม่นั่งอยู่ที่โต๊ะอาหารรอหินกลับบ้านเหมือนทุกวัน หินไหว้ทำความเคารพแม่แล้วตรงไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า
“แม่ครับ หินอาบน้ำมาใหม่ ๆ หอมไหม” หินกอดแม่ที่กำลังตั้งสำรับข้าว
“โตแล้วยังไม่เลิกอ้อนแม่อีกหรือ” แม่จับมือหินไปหอมกลิ่นแป้งที่หินชอบทาหลังอาบน้ำ
“หินยังไม่โตสักหน่อย” หินจูบแก้มแม่ที่นวลด้วยแป้งเช่นกัน
“เย็นนี้กินข้าวกับแม่สองคนนะ พ่อเขาไม่อยู่ไปหาหมอบ่นว่าไม่ค่อยสบาย”
“อ้าว ! ทำไมแม่ไม่พาพ่อไปล่ะครับ” หินตกใจนิดหน่อย พ่อเป็นคนแข็งแรงไม่เจ็บป่วยง่าย ๆ
“พ่อไม่ได้เป็นอะไรมาก..แม่อยู่คอยบอกหินให้ไปแสมสารกับศักดิ์ เขาบอกหินแล้วใช่ไหม เห็นกุลีกุจอให้แม่จัดเสื้อผ้าให้”
“อ๋อ..ที่แท้เป็นอย่างนี้เอง นึกว่านายศักดิ์ตั้งใจไปรับเสียอีก” หินนึกถึงมาดผู้หวังดีรับเขากลับบ้านแล้วนึกรำคาญศักดิ์มากขึ้น
ถึงหินจะยังไม่เป็นผู้ใหญ่ แต่พอจะรู้เรื่องงานที่เห็นอยู่ทุกวัน เมื่อกินข้าวเสร็จเขาจึงเตรียมตัวไปแสมสารกับศักดิ์ตามความประสงค์ของพ่อที่อยากให้เป็นหูเป็นตาแทนเพราะหินคือลูกคนเดียวที่จะต้องรับช่วงกิจการ อีกอย่างพ่อคงอยากให้หินได้ไปเที่ยว แทนที่จะจมอยู่กับทีวีและจอคอม ส่วนเรื่องงานศักดิ์ทำเองได้ทุกอย่างอยู่แล้ว
หินกลับเข้าห้องหยิบเสื้อแจ็คเก็ตและของใช้ส่วนตัวบางอย่างที่แม่ไม่ได้จัดให้ ไหว้ลาแม่แล้วลงจากเรือน
“ให้รอนานจัง เวลายิ่งไม่ค่อยมี” ศักดิ์หน้ามุ่ย สตาร์ทรถ
“ต้องกินข้าวต้องอาบน้ำ ไม่ใช่ลูกเรือตัวเหม็นนี่” หินเถียง
“กอดเอวผมไว้ด้วยเดี๋ยวหล่นลงไปนายใหญ่เล่นงานแย่ ยิ่งรักนายหินจะตาย..ซิครับ” ไม่พูดเปล่า ศักดิ์เอื้อมคว้ามือหินเกาะที่เอวของตัวเอง
“อึ๊ !” หินฝืนข้อมือ
“ฮะ ๆ” ศักดิ์แกล้งโยกรถไปมาจนหินต้องเกาะอย่างจำใจ
“หัวเราะอะไร?” หินถามห้วน
“เปล่าครับ ผมโล่งใจที่นายหินยอมเกาะเอว จะได้รีบซิ่งไปขึ้นรถ ไอ้ลูกน้องสามคนคอยอยู่”
“ทำไมไปกันเยอะจัง?” หินตะโกนแข่งกับสายลม
“ไม่เยอะครับ ผมหนึ่งคนลูกเรือสองคน คนขับรถเปล่ากลับมาหนึ่งคนและเจ้านายตัวเล็กอีกหนึ่งคน” ตะโกนตอบดังพอกัน
“เจ้านายตัวเล็ก?” หินทวนคำ
“ก็นายหินไงล่ะครับ” ศักดิ์ตะแคงหน้าตอบ..รถวูบจนหินต้องกอดเอวศักดิ์แน่น
คนหนึ่งยิ้มที่ได้ยั่ว อีกคนขมวดคิ้วเม้มปากแน่น
หลังจากศักดิ์และลูกน้องกินข้าวที่ตลาดเรียบร้อยจึงเริ่มออกเดินทาง ผ่านโพลิคลินิก หินขอให้ศักดิ์หยุดรถเพื่อลงไปหาพ่อ เผอิญพ่ออยู่ในห้องตรวจจึงไม่ได้พบกัน หินตัดสินใจไม่รอเพราะวันรุ่งขึ้นก็จะกลับไม่ได้ไปนาน ศักดิ์ก็เร่งยิก ๆ
ศักดิ์ขับรถค่อนข้างเร็วเพราะต้องไปให้ถึงแสมสารภายในคืนนี้ และล่องเรือตัดข้ามอ่าวกลับถึงบ้านตอนเช้า..คนขับสำรองนั่งคู่กับศักดิ์ ที่นั่งถัดไปเป็นลูกเรือตัวดำสองคน หินขอนั่งท้ายคนเดียวจะได้เหยียดนอนเต็มที่
จากสมุทรสงครามผ่านสมุทรสาครผ่านกรุงเทพฯ หินลุกขึ้นชะเง้อดูตึกรามบ้านช่องและแสงไฟยามราตรี..จนถึงชลบุรีหินเริ่มรู้สึกปั่นป่วนในท้องเพราะถูกรถเหวี่ยงฟัดไปมาหลายชั่วโมง
“ศักดิ์..ศักดิ์..” หินตะโกนข้ามไปด้านหน้ารถแต่ศักดิ์ไม่ได้ยินเสียง
“ศ..า..ก..” หินตะเบ็งเสียงเต็มที่
“ทำ..ไม..ครับ” ศักดิ์ตะโกนถามแต่ตายังมองตรงไปข้างหน้า
“เป็นอะไร ทำไมไม่พูด..เป็น..” ศักดิ์เหลือบมองหินทางกระจกมองหลัง
หินตัวงอลงบนเบาะ รู้สึกคลื่นไส้กระอักกระอ่วนเต็มที่
“อ๊อก !” หินระเบิดออกมา..เต็มเบาะรถ
“เฮ้ย ! ลูกพี่” ลูกเรือทั้งสองร้องเกือบพร้อมกัน ถึงแม้ไม่มีใครบอกศักดิ์ก็ต้องหยุดรถเพราะระเบิดที่หินปล่อยออกมาส่งกลิ่นเหม็นอบอวล
“จะเอายังไงกันละนี่?” ศักดิ์ยืนเท้าสะเอวหัวเสียข้างรถ ทุกคนออกมายืนนอกรถหมดนอกจากหิน
“โอ้ก !” หินถลันออกมาอีกรอบ
“เฮ้อ ! กูนะกูริอ่านคบเด็กสร้างบ้าน” ศักดิ์บ่นพร้อมกับยกมือขยี้ผมจนยุ่ง เขาเหลือบเห็นป้ายปั๊มน้ำมันอยู่ข้างหน้าไม่ไกลจึงให้ทุกคนช่วยเข็นรถไปล้าง..หน้านิ่วคิ้วขมวดกันทั่วไม่เว้นแม้แต่หินคนก่อเรื่อง
“คืนนี้ไปแสมสารไม่ทันแน่ พรุ่งนี้คงถูกนายใหญ่ด่า” ศักดิ์มองตาเขียวไปที่หินซึ่งทำไม่รู้ไม่ชี้เดินดูของในซุปเปอร์มาร์ท “นายหินนะนายหิน !” ถึงอย่างไรหินก็เป็นนายของเขา..เมื่อล้างรถเสร็จศักดิ์ค่อยหายขุ่นเคืองแต่ไม่วายมองหินตาคว่ำตลอดเวลา
“เสร็จซะที !” ลูกเรือคนหนึ่งอดบ่นไม่ได้
“ไหน ๆ ก็ไม่เป็นอย่างที่วางแผนไว้ หาที่พักก่อนดีกว่า พรุ่งนี้ค่อยลุยต่อ” ศักดิ์สรุปกับตัวเอง
“เย้ ๆ ลูกพี่พาพวกผมเข้าไปเที่ยวพัทยากันนะ” ทุกคนมีสีหน้าลิงโลด
“รอให้รถแห้งสักหน่อยค่อยไป กลิ่นของนายหินยังตุ่ย ๆ อยู่ เล้..ย...” ศักดิ์หันไปค้อนหินซึ่งเดินมาพอดี
“อ้าว ! แฮะ..” หินอุทานไม่มีความหมาย หันกลับไปซุปเปอร์มาร์ท
“เดี๋ยวพวกผมสูบบุหรี่แล้วพ่นควันเข้าไปมาก ๆ กลิ่นก็หายไปเอง” คนหนึ่งเสนอความคิดประหลาด ๆ แต่ได้ผลเพราะเมื่อรถแห้งกลิ่นเน่าของหินก็จางลง
หินแอบดูลาดเลาอยู่ในซุปเปอร์มาร์ท เมื่อเห็นทุกคนอารมณ์เป็นปกติแล้วจึงมาที่รถ
“นอนก่อนนะ เหนื่อย เหม็นตัวเองด้วย” หินขึ้นรถคนแรก นั่งที่เดิม กลิ่นเบาะยังอับ ๆ อยู่..รถเคลื่อนไปสักพักหินเอนตัวลงนอนและผล็อยหลับ
รู้สึกตัวตื่นขึ้นกลางดึก หินแปลกใจว่านอนอยู่ที่ไหน..นั่งนึกลำดับเหตุการณ์สักครู่จึงจำได้ เห็นกระเป๋าเสื้อผ้าวางอยู่ปลายเตียงจึงเปิดออกหยิบเสื้อผ้าตรงเข้าห้องน้ำ
อาบน้ำแต่งตัวเสร็จท้องหินร้องจ๊อก ๆ เพราะคายอาหารเย็นทิ้งไปหมดเมื่อตอนหัวค่ำ ทนหิวสักพักยังไม่เห็นศักดิ์และลูกสมุนหินจึงตัดสินใจออกจากห้องไปดูลาดเลาหาซื้ออะไรกิน
หินลงจากโรงแรมที่พักออกมาเดินเคว้งบนถนน นึกกลัวการอยู่ต่างถิ่นตามลำพังโดยเฉพาะบนถนนที่คลาคล่ำไปด้วยผู้คนหลายประเภทมากหน้าหลายตา พยายามทำใจให้เหมือนกำลังเดินหาก๋วยเตี๋ยวกินที่ตลาดแถวบ้าน แต่ลึก ๆ แล้วรู้สึกกลัวเพราะตั้งแต่เกิดมาหินยังไม่เคยจากบ้านไปไหนตามลำพังเลย
“สู้วุ้ย !” หินจะรู้ไหมว่าเขากำลังเดินเข้าหาจุดเริ่มต้นชะตาชีวิตที่พลิกผันอย่างไม่
นิยายเรื่อง "หินสักลาย"
‘หิน’ เด็กหนุ่มลูกครึ่งเลือดน้ำเค็มจังหวัดสมุทรสงครามเป็นหนุ่มหน้าตาดี พ่อมีเรือประมงเล็กให้เช่า วันหนึ่งพ่อใช้ให้ไปศึกษางานกับ ‘ศักดิ์’ ต้นหนเรือที่จังหวัดชลบุรี แต่เพราะความที่เคยเป็นแต่คุณหนูหินจึงก่อเรื่องต่าง ๆ ตามประสาเด็กวัยรุ่น เผอิญไปเข้าทางขาใหญ่และเหล่าร้ายกลุ่มหนึ่งของเมืองพัทยา หิน ศักดิ์ และลูกน้องอีกสามคนจึงเกือบเอาชีวิตไม่รอด โดยเฉพาะหินที่มีรูปร่างหน้าตาดีได้ถูกคนร้ายจับไปขายให้กับคนต่างชาติที่มีรสนิยมในเพศเดียวกัน หินถูกข่มขืนจนเกือบเสียผู้เสียคน สติขาดหายไปชั่วขณะ เมื่อคืนสติหินกลับทึกทักว่าศักดิ์เป็นพ่อของตัวเอง...
หินไม่ยอมกลับบ้านเกิดไม่ยอมจากศักดิ์ที่พยายามอธิบายว่าเขาไม่ใช่พ่อ หินถึงกับฆ่าตัวตายประท้วง...ด้วยความรักและห่วงใยหินซึ่งมีฐานะเป็นนายน้อยคนหนึ่งของเขา ศักดิ์จึงต้องหอบลูกชายจำเป็นของเขากลับบ้านเกิดที่นครสวรรค์เพื่อรอความสับสนในตัวเองของหินคืนกลับมา...
ที่นครสวรรค์ศักดิ์และหินพบกับปัญหานา ๆ ประการทั้งจากแม่ทีเคยพยายามหาคู่ให้ศักดิ์และจาก ‘เดือน’ คนรักเก่าของเขาที่หวนกลับมาด้วยความสงสัยในความสัมพันธ์ของพ่อลูกคู่นี้ ในที่สุดวันหนึ่งศักดิ์จึงต้องมีความสัมพันธ์กับเดือนเพื่อขจัดข้อสงสัย นอกจากเดือนแล้วยังมี ‘ลิลลี่’ เศรษฐีม่ายมาให้ความสนใจศักดิ์และหินจนเป็นที่ซุบซิบนินทาไปทั้งหมู่บ้าน ทั้งศักดิ์ หิน เดือน ลิลลี่ และหนุ่มน้อย ‘ลาย’ อีกคนซึ่งเป็นน้องชายอายุเพียงสิบห้าของเดือนซึ่งแอบมอบมิตรภาพให้กับความน่ารักและน่าสงสารในโชคชะตาของหิน...
ความเป็นสุภาพบุรุษเกินอายุของลายทำให้ลายรับผิดชอบและร่วมเผชิญภัยกับหินที่ต้องระหกระเหินหนีคนปองร้ายไปในป่าและเทือกเขาที่สูงเย็น ท่ามกลางธรรมชาติที่สวยงามและอันตรายรอบด้าน มิตรภาพที่ดีของเพื่อนได้ก่อเกิดขึ้น จนในที่สุดก็ถึงจุดจบของเรื่องที่จะคลี่คลายระทึกใจและซาบซึ้งใจในที่สุด..แต่.....
ความรักของคนเรานั้นมีได้เสมอทุกชนชั้นทุกเพศวัยและทุกประเภทของความรัก...ความอดกลั้นที่จะไขว่คว้ามาไว้เป็นของตัวแต่ผู้เดียวเท่านั้นที่จะทำให้ความรักคงอยู่ในสถานะที่สวยงามถูกต้อง...ชั่วนิรันดร์กาล.......
“หินสักลาย” นิยายเรื่องยาวเรื่องแรกที่ผมเขียน โพสต์ครั้งแรกเมื่อ วันที่ 24 มิถุนายน 2551 เกือบ 18 ปีมาแล้ว
ธรรมชาติเร้า โลมลาย สลักเสลา
ลายรัก ลายมิตรภาพ หลากเรื่องราว
สลักเข้า เนื้อใจ ทุกข์สุขระคน
แต่ละก้อน ลายหิน นั้นแตกต่าง
หลากรูปร่าง หลายลาย ให้ฉงน
สุดแต่ผล กรรมเก่า แห่งตัวตน
ใช่อยากรน พิเรนทร์รัก "หินสักลาย"
..... บทที่ 1 .....
“ หินสักลาย ”
ดาเรน
.. หินสักลาย ..
.. บทที่ 1 ..
.. จุดหักเหของชีวิต ..
ทำไมหินจึงไว้หนวดเคราทั้ง ๆ ที่หน้าตาสะอาดน่ะหรือ
สาเหตุที่หินไว้หนวดไว้เครา เพราะเขาต้องการให้ตัวเองดูดุ น่ากลัวในสายตาของคนทั่วไป
หินไม่อยากถูกใครรักอีกแล้ว เท่าที่ผ่านมาความรักของเขามีแต่การสูญเสีย ส่วนของเขานั้นเขาทนได้ แต่การมีความรักแล้วทำให้คนรักต้องสูญเสียแม้กระทั่งชีวิต เป็นเรื่องที่หินไม่อยากพบเจอ
หลายปีมาแล้ว..
วันนั้นพ่อของหินต้องไปรับเรือที่แสมสารกับต้นหนเรือและลูกเรืออีกสองคน..พ่อหินมีเรือประมงเล็กให้เช่า บางรายเช่าไปแล้วไม่ทำตามข้อตกลงหรือไม่ชำระค่าเช่าตามสัญญาก็ต้องไปตามทวงเรือกลับคืน..รายนี้เช่นกัน
“หินไปเที่ยวกันมั้ย ไปตามเรือที่แสมสาร” ศักดิ์เบรกรถมอเตอร์ไซด์พรืดตรงหน้าหินที่กำลังยืนรอรถรับกลับบ้านหลังโรงเรียนเลิก
ศักดิ์คือต้นหนเรือที่พ่อของหินฝึกงานให้จนเก่ง ทำทุกอย่างแทนได้ เป็นที่ไว้วางใจในทุกเรื่อง คุ้นเคยกับหินและทุกคนในครอบครัวเหมือนเป็นญาติคนหนึ่ง
“แล้วพ่อล่ะ?” หินถามไปอย่างไม่แน่ใจเพราะพ่อเป็นคนตัดสินใจให้หินเสมอว่าจะไปไหน จะทำอะไร
“นายใหญ่ให้มาชวน นายอยากให้นายหินได้เรียนรู้งานไว้บ้าง” ถ้าเอ่ยถึงนายใหญ่ ศักดิ์จะเรียกหินว่านายหิน
“อือม..” ใจหนึ่งหินอยากไปเที่ยวเหมือนกันแต่ก็อยากอยู่บ้านกับแม่ ดูทีวี ทำการบ้านและเล่นคอม
“อีกอย่างวันนี้วันศุกร์ พรุ่งนี้เสาร์อาทิตย์ หินไม่ต้องมาโรงเรียน” ศักดิ์ลงจากมอเตอร์ไซด์ เอาขาตั้งลง เดินมาที่หิน
“จะกลับบ้านก่อน ไป..” หินไม่สนิทใจจะคล้อยตามความเห็นของศักดิ์..อย่างไรก็คือลูกจ้างคนหนึ่ง
“ผมจัดเตรียมเสื้อผ้าของใช้ส่วนตัวมาให้แล้ว” ศักดิ์ประชิดตัวหิน
“อยากกลับบ้านก่อน ไปอาบน้ำกินข้าวกับแม่” หินเสียงแข็ง หงุดหงิดกับการเจ้ากี้เจ้าการของศักดิ์
“งั้นไปกับผม ขึ้นรถเลยครับ” ศักดิ์คว้ากระเป๋าหนังสือจากมือหินรุนหลังให้ขึ้นรถ
บ้านของหินเป็นบ้านโบราณใต้ถุนสูง มีชานเรือนไม้กระดานเป็นลานกว้างอเนกประสงค์ ถัดจากลานพื้นกระดานถูกยกขึ้นเป็นส่วนของพื้นบ้านที่รายรอบด้วยห้องต่าง ๆ มีห้องนอนของพ่อแม่ ของหิน ห้องพระ ห้องนั่งเล่น ห้องหนังสือและห้องครัว ส่วนห้องน้ำลดพื้นลงต่ำกว่าอีกระดับหนึ่งต่างหาก แต่อยู่บนบ้านนั่นเอง
แม่นั่งอยู่ที่โต๊ะอาหารรอหินกลับบ้านเหมือนทุกวัน หินไหว้ทำความเคารพแม่แล้วตรงไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า
“แม่ครับ หินอาบน้ำมาใหม่ ๆ หอมไหม” หินกอดแม่ที่กำลังตั้งสำรับข้าว
“โตแล้วยังไม่เลิกอ้อนแม่อีกหรือ” แม่จับมือหินไปหอมกลิ่นแป้งที่หินชอบทาหลังอาบน้ำ
“หินยังไม่โตสักหน่อย” หินจูบแก้มแม่ที่นวลด้วยแป้งเช่นกัน
“เย็นนี้กินข้าวกับแม่สองคนนะ พ่อเขาไม่อยู่ไปหาหมอบ่นว่าไม่ค่อยสบาย”
“อ้าว ! ทำไมแม่ไม่พาพ่อไปล่ะครับ” หินตกใจนิดหน่อย พ่อเป็นคนแข็งแรงไม่เจ็บป่วยง่าย ๆ
“พ่อไม่ได้เป็นอะไรมาก..แม่อยู่คอยบอกหินให้ไปแสมสารกับศักดิ์ เขาบอกหินแล้วใช่ไหม เห็นกุลีกุจอให้แม่จัดเสื้อผ้าให้”
“อ๋อ..ที่แท้เป็นอย่างนี้เอง นึกว่านายศักดิ์ตั้งใจไปรับเสียอีก” หินนึกถึงมาดผู้หวังดีรับเขากลับบ้านแล้วนึกรำคาญศักดิ์มากขึ้น
ถึงหินจะยังไม่เป็นผู้ใหญ่ แต่พอจะรู้เรื่องงานที่เห็นอยู่ทุกวัน เมื่อกินข้าวเสร็จเขาจึงเตรียมตัวไปแสมสารกับศักดิ์ตามความประสงค์ของพ่อที่อยากให้เป็นหูเป็นตาแทนเพราะหินคือลูกคนเดียวที่จะต้องรับช่วงกิจการ อีกอย่างพ่อคงอยากให้หินได้ไปเที่ยว แทนที่จะจมอยู่กับทีวีและจอคอม ส่วนเรื่องงานศักดิ์ทำเองได้ทุกอย่างอยู่แล้ว
หินกลับเข้าห้องหยิบเสื้อแจ็คเก็ตและของใช้ส่วนตัวบางอย่างที่แม่ไม่ได้จัดให้ ไหว้ลาแม่แล้วลงจากเรือน
“ให้รอนานจัง เวลายิ่งไม่ค่อยมี” ศักดิ์หน้ามุ่ย สตาร์ทรถ
“ต้องกินข้าวต้องอาบน้ำ ไม่ใช่ลูกเรือตัวเหม็นนี่” หินเถียง
“กอดเอวผมไว้ด้วยเดี๋ยวหล่นลงไปนายใหญ่เล่นงานแย่ ยิ่งรักนายหินจะตาย..ซิครับ” ไม่พูดเปล่า ศักดิ์เอื้อมคว้ามือหินเกาะที่เอวของตัวเอง
“อึ๊ !” หินฝืนข้อมือ
“ฮะ ๆ” ศักดิ์แกล้งโยกรถไปมาจนหินต้องเกาะอย่างจำใจ
“หัวเราะอะไร?” หินถามห้วน
“เปล่าครับ ผมโล่งใจที่นายหินยอมเกาะเอว จะได้รีบซิ่งไปขึ้นรถ ไอ้ลูกน้องสามคนคอยอยู่”
“ทำไมไปกันเยอะจัง?” หินตะโกนแข่งกับสายลม
“ไม่เยอะครับ ผมหนึ่งคนลูกเรือสองคน คนขับรถเปล่ากลับมาหนึ่งคนและเจ้านายตัวเล็กอีกหนึ่งคน” ตะโกนตอบดังพอกัน
“เจ้านายตัวเล็ก?” หินทวนคำ
“ก็นายหินไงล่ะครับ” ศักดิ์ตะแคงหน้าตอบ..รถวูบจนหินต้องกอดเอวศักดิ์แน่น
คนหนึ่งยิ้มที่ได้ยั่ว อีกคนขมวดคิ้วเม้มปากแน่น
หลังจากศักดิ์และลูกน้องกินข้าวที่ตลาดเรียบร้อยจึงเริ่มออกเดินทาง ผ่านโพลิคลินิก หินขอให้ศักดิ์หยุดรถเพื่อลงไปหาพ่อ เผอิญพ่ออยู่ในห้องตรวจจึงไม่ได้พบกัน หินตัดสินใจไม่รอเพราะวันรุ่งขึ้นก็จะกลับไม่ได้ไปนาน ศักดิ์ก็เร่งยิก ๆ
ศักดิ์ขับรถค่อนข้างเร็วเพราะต้องไปให้ถึงแสมสารภายในคืนนี้ และล่องเรือตัดข้ามอ่าวกลับถึงบ้านตอนเช้า..คนขับสำรองนั่งคู่กับศักดิ์ ที่นั่งถัดไปเป็นลูกเรือตัวดำสองคน หินขอนั่งท้ายคนเดียวจะได้เหยียดนอนเต็มที่
จากสมุทรสงครามผ่านสมุทรสาครผ่านกรุงเทพฯ หินลุกขึ้นชะเง้อดูตึกรามบ้านช่องและแสงไฟยามราตรี..จนถึงชลบุรีหินเริ่มรู้สึกปั่นป่วนในท้องเพราะถูกรถเหวี่ยงฟัดไปมาหลายชั่วโมง
“ศักดิ์..ศักดิ์..” หินตะโกนข้ามไปด้านหน้ารถแต่ศักดิ์ไม่ได้ยินเสียง
“ศ..า..ก..” หินตะเบ็งเสียงเต็มที่
“ทำ..ไม..ครับ” ศักดิ์ตะโกนถามแต่ตายังมองตรงไปข้างหน้า
“เป็นอะไร ทำไมไม่พูด..เป็น..” ศักดิ์เหลือบมองหินทางกระจกมองหลัง
หินตัวงอลงบนเบาะ รู้สึกคลื่นไส้กระอักกระอ่วนเต็มที่
“อ๊อก !” หินระเบิดออกมา..เต็มเบาะรถ
“เฮ้ย ! ลูกพี่” ลูกเรือทั้งสองร้องเกือบพร้อมกัน ถึงแม้ไม่มีใครบอกศักดิ์ก็ต้องหยุดรถเพราะระเบิดที่หินปล่อยออกมาส่งกลิ่นเหม็นอบอวล
“จะเอายังไงกันละนี่?” ศักดิ์ยืนเท้าสะเอวหัวเสียข้างรถ ทุกคนออกมายืนนอกรถหมดนอกจากหิน
“โอ้ก !” หินถลันออกมาอีกรอบ
“เฮ้อ ! กูนะกูริอ่านคบเด็กสร้างบ้าน” ศักดิ์บ่นพร้อมกับยกมือขยี้ผมจนยุ่ง เขาเหลือบเห็นป้ายปั๊มน้ำมันอยู่ข้างหน้าไม่ไกลจึงให้ทุกคนช่วยเข็นรถไปล้าง..หน้านิ่วคิ้วขมวดกันทั่วไม่เว้นแม้แต่หินคนก่อเรื่อง
“คืนนี้ไปแสมสารไม่ทันแน่ พรุ่งนี้คงถูกนายใหญ่ด่า” ศักดิ์มองตาเขียวไปที่หินซึ่งทำไม่รู้ไม่ชี้เดินดูของในซุปเปอร์มาร์ท “นายหินนะนายหิน !” ถึงอย่างไรหินก็เป็นนายของเขา..เมื่อล้างรถเสร็จศักดิ์ค่อยหายขุ่นเคืองแต่ไม่วายมองหินตาคว่ำตลอดเวลา
“เสร็จซะที !” ลูกเรือคนหนึ่งอดบ่นไม่ได้
“ไหน ๆ ก็ไม่เป็นอย่างที่วางแผนไว้ หาที่พักก่อนดีกว่า พรุ่งนี้ค่อยลุยต่อ” ศักดิ์สรุปกับตัวเอง
“เย้ ๆ ลูกพี่พาพวกผมเข้าไปเที่ยวพัทยากันนะ” ทุกคนมีสีหน้าลิงโลด
“รอให้รถแห้งสักหน่อยค่อยไป กลิ่นของนายหินยังตุ่ย ๆ อยู่ เล้..ย...” ศักดิ์หันไปค้อนหินซึ่งเดินมาพอดี
“อ้าว ! แฮะ..” หินอุทานไม่มีความหมาย หันกลับไปซุปเปอร์มาร์ท
“เดี๋ยวพวกผมสูบบุหรี่แล้วพ่นควันเข้าไปมาก ๆ กลิ่นก็หายไปเอง” คนหนึ่งเสนอความคิดประหลาด ๆ แต่ได้ผลเพราะเมื่อรถแห้งกลิ่นเน่าของหินก็จางลง
หินแอบดูลาดเลาอยู่ในซุปเปอร์มาร์ท เมื่อเห็นทุกคนอารมณ์เป็นปกติแล้วจึงมาที่รถ
“นอนก่อนนะ เหนื่อย เหม็นตัวเองด้วย” หินขึ้นรถคนแรก นั่งที่เดิม กลิ่นเบาะยังอับ ๆ อยู่..รถเคลื่อนไปสักพักหินเอนตัวลงนอนและผล็อยหลับ
รู้สึกตัวตื่นขึ้นกลางดึก หินแปลกใจว่านอนอยู่ที่ไหน..นั่งนึกลำดับเหตุการณ์สักครู่จึงจำได้ เห็นกระเป๋าเสื้อผ้าวางอยู่ปลายเตียงจึงเปิดออกหยิบเสื้อผ้าตรงเข้าห้องน้ำ
อาบน้ำแต่งตัวเสร็จท้องหินร้องจ๊อก ๆ เพราะคายอาหารเย็นทิ้งไปหมดเมื่อตอนหัวค่ำ ทนหิวสักพักยังไม่เห็นศักดิ์และลูกสมุนหินจึงตัดสินใจออกจากห้องไปดูลาดเลาหาซื้ออะไรกิน
หินลงจากโรงแรมที่พักออกมาเดินเคว้งบนถนน นึกกลัวการอยู่ต่างถิ่นตามลำพังโดยเฉพาะบนถนนที่คลาคล่ำไปด้วยผู้คนหลายประเภทมากหน้าหลายตา พยายามทำใจให้เหมือนกำลังเดินหาก๋วยเตี๋ยวกินที่ตลาดแถวบ้าน แต่ลึก ๆ แล้วรู้สึกกลัวเพราะตั้งแต่เกิดมาหินยังไม่เคยจากบ้านไปไหนตามลำพังเลย
“สู้วุ้ย !” หินจะรู้ไหมว่าเขากำลังเดินเข้าหาจุดเริ่มต้นชะตาชีวิตที่พลิกผันอย่างไม่