ผลโพล คนกังวลผลกระทบค่าครองชีพจากสงครามตะวันออกกลาง ปมราคาน้ำมัน ตรึง-ปล่อยสูสี
https://www.thairath.co.th/news/politic/2921349
.

.
โพลพระปกเกล้า คนไทยกังวลผลกระทบค่าครองชีพจากสงครามตะวันออกกลาง ส่วนเรื่องราคาน้ำมัน โหวตสูสี ตรึงราคาชั่วคราว-ปล่อยตามกลไกตลาด เผย ค่อนข้างพอใจการสื่อสารของรัฐบาล แต่ก็อยากเห็นแผนรับมือ
.
วันที่ 20 มีนาคม 2569 สถาบันพระปกเกล้า เปิดเผยผลสำรวจ เรื่อง “ทัศนะของประชาชนต่อสงครามในตะวันออกกลางและมาตรการด้านพลังงานของรัฐบาล” ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 13-16 มีนาคม 2569 จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป กระจายตามภูมิภาคทั่วประเทศ จำนวน 2,000 ตัวอย่าง โดยมีบทสรุปสำคัญจากผลสำรวจ ดังนี้
.
1. ภายใต้สถานการณ์สงคราม หากราคาพลังงานปรับสูงขึ้น ท่านคิดว่ารัฐบาลควรดำเนินมาตรการใดเป็นอันดับแรก (สำรวจโดย X Line Today)
.
• 29.7% ต้องการให้ตรึงราคาชั่วคราว
• 28.2% ต้องการให้ปล่อยตามกลไกตลาดและเน้นมาตรการระยะยาว
• 23.4% ใช้มาตรการภาษีหรือกองทุนน้ำมัน เพื่อลดภาระด้านราคา
• 15.0 % ช่วยเหลือเฉพาะกลุ่มที่ได้รับผลกระทบสูง
• 3.7% ไม่แน่ใจ
.
สะท้อนความเข้าใจทางเศรษฐศาสตร์ของประชาชนที่แบ่งเป็นสองด้านอย่างชัดเจน ด้านหนึ่งต้องการการเยียวยาผลกระทบระยะสั้นทันทีเพื่อลดภาระค่าครองชีพ ในขณะที่อีกด้านหนึ่ง อาจมองถึงบทเรียนจากอดีตว่า การอุดหนุนราคาแบบหว่านแหจะสร้างภาระทางการคลังระยะยาว
.
2. คนไทยเกือบ 70% กังวลผลกระทบของสงคราม ส่วนความพอใจต่อการสื่อสารของรัฐบาล สอบผ่านแบบฉิวเฉียด
ผลกระทบสงครามตะวันออกกลางต่อไทย
.
• 69.8% ระบุว่า ค่อนข้างกังวล-กังวลมากที่สุด
• 21.2% ไม่ค่อยกังวล-ไม่กังวลเลย
• 9.0% ไม่แน่ใจ
.
การสื่อสารของรัฐบาลเกี่ยวกับสถานการณ์และผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น
.
• 50.4% ระบุว่า ค่อนข้างพอใจ-พอใจมากที่สุด
• 35.9% ไม่ค่อยพอใจ-ไม่พอใจเลย
• 13.7% ไม่แน่ใจ
.
คนไทยไม่ได้มองว่าความขัดแย้งในภูมิภาคอื่นเป็นเพียงความรู้สึกต่อข่าวต่างประเทศ แต่เป็นความกังวลเชิงปากท้องและผลกระทบในชีวิตประจำวันโดยตรง ตัวเลขความกังวลที่สูงนี้ ยังสะท้อนถึงความเปราะบางทางการเงินของครัวเรือนไทยด้วย ในขณะที่ความพอใจต่อการสื่อสารของรัฐบาลนั้น สอบผ่านแบบคาบเส้น แต่ตัวเลขผู้ไม่พอใจที่สูงถึง 1 ใน 3 ถือเป็นสัญญาณเตือนว่า การสื่อสารในภาวะวิกฤตของรัฐบาลยังขาดความชัดเจนหรือความรวดเร็ว การสื่อสารภาครัฐในระยะนี้ต้องเป็นการสื่อสารที่สร้างความมั่นใจเชิงนโยบาย มากกว่าการออกมาตรการรายวัน เพื่อลดความตื่นตระหนก
3. วิกฤตคนเมือง “กทม.” เกือบ 3 ใน 4 ต้องการให้รัฐ “ตรึงราคาน้ำมัน” สูงสุด ทิ้งห่างทุกภูมิภาค
.
• 74.1% กรุงเทพมหานคร
• 57.0% ภาคตะวันออก
• 55.3% ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
• 52.0% ภาคใต้
• 43.5% ภาคกลาง
• 40.7% ภาคเหนือ
.
สะท้อนว่า คนเมืองโดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีค่าครองชีพสูงและพึ่งพาการเดินทาง/การใช้พลังงานในชีวิตประจำวันมาก มีความอ่อนไหวต่อการเปลี่ยนแปลงด้านราคาพลังงานมากเป็นพิเศษ ขณะที่บางภูมิภาคมีสัดส่วนต่ำกว่า อาจสะท้อนทั้งโครงสร้างค่าครองชีพและรูปแบบการใช้พลังงานที่ต่างกัน เป็นสัญญาณเตือนที่สำคัญต่อผู้กำหนดนโยบาย ว่าหากปล่อยให้ราคาพลังงานปรับตัวสูงขึ้นตามกลไกตลาดโดยไม่มีมาตรการรองรับระยะสั้น พื้นที่เศรษฐกิจหลักของประเทศจะได้รับผลกระทบทันทีและรุนแรง จนอาจนำไปสู่ความไม่พอใจในภาพรวมได้
.
4. “ปากท้อง” ไร้ช่องว่างระหว่างวัย ทุก Gen ต้องการให้รัฐ “ตรึงราคาน้ำมัน” เป็นอันดับหนึ่ง
.
• ทุก Gen ให้น้ำหนักกับมาตรการ “ตรึงราคาพลังงานชั่วคราว” เป็นอันดับ 1 โดย Gen X สูงสุด (54.1%) รองลงมา คือ Gen Z (52.8%), Baby Boomer (52.0%) และ Gen Y (48.2%)
• อันดับสอง แต่ละ Gen มีความแตกต่างกัน- Gen Y ต้องการให้ใช้มาตรการภาษีหรือกองทุนน้ำมันเพื่อลดภาระด้านราคา, Gen X ต้องการให้ช่วยเหลือเฉพาะกลุ่มที่ได้รับผลกระทบสูง ในขณะที่ Gen Z และ Baby Boomer ไม่แน่ใจ
.
ผลกระทบเฉพาะหน้าเรื่องพลังงานเป็นสิ่งที่ทุกวัยสัมผัสได้เหมือนๆ กัน แต่วัยทำงาน (Gen Y และ Gen X) ซึ่งเป็นกลุ่มคนที่เสียภาษีหลักของประเทศ เริ่มตระหนักถึงความจำเป็นในการใช้เครื่องมือทางการคลัง มากกว่าแค่การอุดหนุนราคาเพียงอย่างเดียว
.
.
ศาลอุบลฯ ยกฟ้อง คดี 112 โตโต้ ปิยรัฐ ปราศรัยในชุมนุม #เด็กพูดผู้ใหญ่ฟัง ปี’63
https://www.matichon.co.th/local/crime/news_5642111
.
โตโต้รอด! ศาลอุบลฯ ยกฟ้อง ม.112 และทุกข้อกล่าวหา คดีปราศรัยในชุมนุม #เด็กพูดผู้ใหญ่ฟัง เรื่องสถาบัน ปี’63
.
จากกรณีศาลจังหวัดอุบลราชธานี นัดฟังคำพิพากษาคดี ม.112 ของ นาย
ปิยรัฐ จงเทพ หรือ โตโต้ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะอดีตแกนนำกลุ่ม We Volunteer หรือวีโว่ ในวันที่ 19 มีนาคม กรณีปราศรัยในการชุมนุม #เด็กพูดผู้ใหญ่ฟัง ที่บริเวณลานศาลหลักเมืองอุบลราชธานี เมื่อวันที่ 22 ส.ค.2563 แต่เนื่องจากวันดังกล่าวมีการประชุมรัฐสภาเพื่อโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี ทำให้นายปิยรัฐติดภารกิจร่วมประชุมสภา จึงขอเลื่อนฟังคำพิพากษาเป็นวันที่ 20 มีนาคมแทนนั้น
.
เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 20 มีนาคม ศาลจังหวัดอุบลราชธานีนัดฟังคำพิพากษาคดีของนาย
ปิยรัฐ จงเทพ หรือ
โตโต้ ถูกฟ้องตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112, มาตรา 116 (2) (3) และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ มาตรา 14 (3) จากการปราศรัยในการชุมนุม #เด็กพูดผู้ใหญ่ฟัง ที่บริเวณลานศาลหลักเมืองอุบลราชธานี เมื่อวันที่ 22 ส.ค.2563
.
ล่าสุดแฟนเพจ
โตโต้ ปิยรัฐ – Piyarat Chongthep อัพเดตผลคำพิพากษาของศาลจังหวัดอุบลราชธานี ยกฟ้องทุกข้อกล่าวหา
.
โดยระบุว่า ด่วน!! วันนี้ เวลา 09.15 น. ศาลจังหวัดอุบลราชธานี พิพากษายกฟ้อง ม.112 โตโต้ ปิยรัฐ เหตุไม่ได้กระทำผิดตามฟ้อง
.
ทั้งนี้ ศาลจังหวัดอุบลราชธานีพิเคราะห์แล้วเห็นว่า การกระทำของจำเลยไม่เป็นความผิดตาม ป.อ.มาตรา 116 และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ตามฟ้อง จึงมีคำพิพากษายกฟ้องในทุกข้อกล่าวหา
.
ขณะที่
ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน รายงานว่า ศาลจังหวัดอุบลราชธานีพิพากษายกฟ้อง คดี ม.112 ของโตโต้ ปิยรัฐ จากเหตุชุมนุม #เด็กพูดผู้ใหญ่ฟัง ศาลระบุเป็นการแสดงความเห็นเกี่ยวกับบ่อเกิดรัฐธรรมนูญ โครงสร้างสถาบันและความสัมพันธ์ขององค์กรต่างๆ และความขัดแย้งในอดีต โดยจำเลยไม่ได้ยืนยันข้อเท็จจริง ย่อมไม่เข้าองค์ประกอบความผิดมาตรา 112 ส่วนข้อหาอื่นๆ ทั้ง ม.116 และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ยกฟ้องทั้งหมด
.
https://www.facebook.com/toto.piyarat/posts/pfbid02AH3nBEhnwLixnPvvzMjtsvAbJr8QL5jgACoD2tabYLDAn8tMAWbFSa1QrudeZkTtl
.
https://x.com/TLHR2014/status/2034832147350266085
.
.
สส.ปชน. แนะเพิ่มอัตราพยาบาล-ปรับค่าตอบแทน แก้คนออกจากระบบ ชี้จำกัดชั่วโมงทำงาน แก้ที่ปลายเหตุ
https://www.thairath.co.th/news/politic/2921341
.
“สหัสวัต” สส.พรรคประชาชน ชี้ นโยบายจำกัดชั่วโมงการทำงานพยาบาล 12 ชั่วโมง คือการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ แนะเพิ่มอัตรากำลังพยาบาล ปรับค่าตอบแทนให้สอดคล้องกับภาระงาน เพื่อแก้ไขปัญหาคนออกจากระบบ
วันที่ 20 มีนาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 19 มีนาคม นายสหัสวัต คุ้มคง สส. ชลบุรี เขต 7 พรรคประชาชน ให้ความเห็นประเด็นนโยบายจำกัดชั่วโมงการทำงานพยาบาล 12 ชั่วโมงว่า รัฐเลือกแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ แทนการกำหนดมาตรฐานขั้นต่ำของชีวิตคน
.
นายสหัสวัต กล่าวว่า นโยบายจำกัดชั่วโมงการทำงานของพยาบาลไม่เกิน 12 ชั่วโมงต่อวัน และไม่เกิน 52 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ ถูกนำเสนอในฐานะความก้าวหน้าของระบบสาธารณสุขไทย เป็นความพยายามลดความเหนื่อยล้า ลดความผิดพลาด และเพิ่มความปลอดภัยของผู้ป่วย ในเชิงหลักการ นี่คือสิ่งที่ถูกต้อง และควรเกิดขึ้นมานานแล้วในระบบที่งานของพยาบาลเกี่ยวข้องโดยตรงกับชีวิตมนุษย์ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นคือนโยบายนี้ตั้งอยู่บังคับใช้ทันทีโดยไม่สอดคล้องกับความเป็นจริงของระบบ ในความเป็นจริงของระบบสาธารณสุขไทยนั้น ตั้งอยู่บนการขูดรีดแรงงานจากผู้ปฏิบัติงานมาตลอดหลายสิบปี พยาบาลไทยจำนวนมากทำงานเฉลี่ยถึง 72 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ หรือ 288 ชั่วโมงต่อเดือน จากการขึ้นเวรประมาณ 36 เวรต่อเดือน นี่ไม่ใช่สถานการณ์ผิดปกติ แต่คือ “สภาพปกติของระบบ” ที่ดำรงอยู่ได้ด้วยการใช้แรงงานเกินขีดจำกัดของมนุษย์เป็นฐาน ปัญหาจึงไม่ใช่ว่าการทำงาน 12 ชั่วโมงเหมาะสมหรือไม่ แต่คือ จะแก้ปัญหาระบบที่อยู่ได้ด้วยแรงงาน 72 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ ให้ลดลงเหลือ 52 ชั่วโมงได้อย่างไร โดยที่จำนวนคนยังเท่าเดิม และภาระงานยังเท่าเดิม
...
นายสหัสวัต กล่าวว่า นี่คือจุดที่ต้องยอมรับความจริงร่วมกันว่า ปัญหานี้ไม่ใช่ปัญหาเรื่อง “ชั่วโมงการทำงาน” แต่เป็นปัญหาที่โครงสร้างของระบบสาธารณสุขอยู่ได้ด้วยการให้บุคลากรทำงานหนัก และค่าตอบแทนต่ำ ประเทศไทยมีพยาบาลวิชาชีพประมาณ 194,735 คน หรือมีสัดส่วนประชากรต่อพยาบาลประมาณ 334 ต่อ 1 แม้จะผลิตพยาบาลเพิ่มปีละหลายพันคน แต่สิ่งที่เกิดขึ้นคือระบบกลับสูญเสียบุคลากรออกไปมากกว่านั้นในแต่ละปี จึงเกิดวงจรอุบาทว์ขึ้น คือ คนไม่พอ งานล้น ต้องทำงานเกิน เหนื่อย ลาออก คนไม่พอ
.
ภายใต้ระบบแบบนี้ การจำกัดชั่วโมงการทำงานโดยไม่เพิ่มกำลังคน ไม่กำหนดภาระงาน และไม่แก้โครงสร้างค่าตอบแทน จึงไม่ได้แก้ปัญหาที่สำคัญ แต่สร้างปัญหาอื่นเพิ่มเติม เช่น ปัญหาค่าตอบแทน ปัญหาการขาดแคลนคน
.
และที่สำคัญที่สุด ปัญหานี้ไม่ใช่แค่เรื่องแรงงาน แต่คือเรื่องความปลอดภัยของผู้ป่วย งานวิจัยจำนวนมากทั่วโลกชี้ตรงกันว่า ภาระงานของพยาบาลสัมพันธ์โดยตรงกับผลลัพธ์ทางสุขภาพของผู้ป่วย งานศึกษาในยุโรปที่ติดตามผู้ป่วยกว่า 113,000 ราย พบว่าอัตราส่วนพยาบาลต่อผู้ป่วยที่สูงถึงระดับ 1:8 ถึง 1:13 ซึ่งเป็นระดับที่ต่ำกว่ามาตรฐานความปลอดภัย ส่งผลให้ความเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อนและการเสียชีวิตเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
.
นายสหัสวัต กล่าวว่า ข้อมูลจากต่างประเทศตอกย้ำข้อเท็จจริงว่า การเพิ่มผู้ป่วยต่อพยาบาลเพียง 1 คน สามารถเพิ่มอัตราการกลับเข้ารักษาซ้ำได้ถึง 6–9% และในระบบที่มีการกำหนดอัตราส่วนพยาบาลต่อผู้ป่วยเป็นกฎหมาย เช่น รัฐแคลิฟอร์เนีย พบว่าสามารถลดอัตราการเสียชีวิตของผู้ป่วยได้ถึง 10–13%
นี่เป็นข้อสรุปเชิงประจักษ์ว่าการกำหนด “เพดานภาระงาน” คือเครื่องมือสำคัญในการปกป้องชีวิตประชาชน และนำไปสู่ข้อสรุปเชิงนโยบายที่งานวิเคราะห์ด้านการพยาบาลในสหรัฐอเมริกาได้อธิบายไว้ว่า ในระบบที่ไม่มีการกำหนด nurse-to-patient ratio เป็นกฎหมาย โรงพยาบาลจะเป็นผู้กำหนดภาระงานเองทั้งหมด และนั่นทำให้มาตรฐานความปลอดภัยของผู้ป่วยขึ้นอยู่กับทรัพยากรของแต่ละแห่ง ไม่ใช่มาตรฐานขั้นต่ำที่รัฐรับรอง
JJNY : ผลโพลคนกังวลผลกระทบค่าครองชีพ│ยกฟ้องคดี 112 โตโต้│สส.ปชน.ชี้แก้ที่ปลายเหตุ│หมูปิ้ง-ไก่ปิ้ง ขอปรับเป็นไม้ละ 10 บ.
.
.
.
ศาลอุบลฯ ยกฟ้อง คดี 112 โตโต้ ปิยรัฐ ปราศรัยในชุมนุม #เด็กพูดผู้ใหญ่ฟัง ปี’63
https://www.matichon.co.th/local/crime/news_5642111
.
โตโต้รอด! ศาลอุบลฯ ยกฟ้อง ม.112 และทุกข้อกล่าวหา คดีปราศรัยในชุมนุม #เด็กพูดผู้ใหญ่ฟัง เรื่องสถาบัน ปี’63
.
จากกรณีศาลจังหวัดอุบลราชธานี นัดฟังคำพิพากษาคดี ม.112 ของ นายปิยรัฐ จงเทพ หรือ โตโต้ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะอดีตแกนนำกลุ่ม We Volunteer หรือวีโว่ ในวันที่ 19 มีนาคม กรณีปราศรัยในการชุมนุม #เด็กพูดผู้ใหญ่ฟัง ที่บริเวณลานศาลหลักเมืองอุบลราชธานี เมื่อวันที่ 22 ส.ค.2563 แต่เนื่องจากวันดังกล่าวมีการประชุมรัฐสภาเพื่อโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี ทำให้นายปิยรัฐติดภารกิจร่วมประชุมสภา จึงขอเลื่อนฟังคำพิพากษาเป็นวันที่ 20 มีนาคมแทนนั้น
.
เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 20 มีนาคม ศาลจังหวัดอุบลราชธานีนัดฟังคำพิพากษาคดีของนายปิยรัฐ จงเทพ หรือโตโต้ ถูกฟ้องตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112, มาตรา 116 (2) (3) และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ มาตรา 14 (3) จากการปราศรัยในการชุมนุม #เด็กพูดผู้ใหญ่ฟัง ที่บริเวณลานศาลหลักเมืองอุบลราชธานี เมื่อวันที่ 22 ส.ค.2563
.
ล่าสุดแฟนเพจ โตโต้ ปิยรัฐ – Piyarat Chongthep อัพเดตผลคำพิพากษาของศาลจังหวัดอุบลราชธานี ยกฟ้องทุกข้อกล่าวหา
.
โดยระบุว่า ด่วน!! วันนี้ เวลา 09.15 น. ศาลจังหวัดอุบลราชธานี พิพากษายกฟ้อง ม.112 โตโต้ ปิยรัฐ เหตุไม่ได้กระทำผิดตามฟ้อง
.
ทั้งนี้ ศาลจังหวัดอุบลราชธานีพิเคราะห์แล้วเห็นว่า การกระทำของจำเลยไม่เป็นความผิดตาม ป.อ.มาตรา 116 และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ตามฟ้อง จึงมีคำพิพากษายกฟ้องในทุกข้อกล่าวหา
.
ขณะที่ ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน รายงานว่า ศาลจังหวัดอุบลราชธานีพิพากษายกฟ้อง คดี ม.112 ของโตโต้ ปิยรัฐ จากเหตุชุมนุม #เด็กพูดผู้ใหญ่ฟัง ศาลระบุเป็นการแสดงความเห็นเกี่ยวกับบ่อเกิดรัฐธรรมนูญ โครงสร้างสถาบันและความสัมพันธ์ขององค์กรต่างๆ และความขัดแย้งในอดีต โดยจำเลยไม่ได้ยืนยันข้อเท็จจริง ย่อมไม่เข้าองค์ประกอบความผิดมาตรา 112 ส่วนข้อหาอื่นๆ ทั้ง ม.116 และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ยกฟ้องทั้งหมด
.
https://www.facebook.com/toto.piyarat/posts/pfbid02AH3nBEhnwLixnPvvzMjtsvAbJr8QL5jgACoD2tabYLDAn8tMAWbFSa1QrudeZkTtl
.
https://x.com/TLHR2014/status/2034832147350266085
.
.
.
วันที่ 20 มีนาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 19 มีนาคม นายสหัสวัต คุ้มคง สส. ชลบุรี เขต 7 พรรคประชาชน ให้ความเห็นประเด็นนโยบายจำกัดชั่วโมงการทำงานพยาบาล 12 ชั่วโมงว่า รัฐเลือกแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ แทนการกำหนดมาตรฐานขั้นต่ำของชีวิตคน
และที่สำคัญที่สุด ปัญหานี้ไม่ใช่แค่เรื่องแรงงาน แต่คือเรื่องความปลอดภัยของผู้ป่วย งานวิจัยจำนวนมากทั่วโลกชี้ตรงกันว่า ภาระงานของพยาบาลสัมพันธ์โดยตรงกับผลลัพธ์ทางสุขภาพของผู้ป่วย งานศึกษาในยุโรปที่ติดตามผู้ป่วยกว่า 113,000 ราย พบว่าอัตราส่วนพยาบาลต่อผู้ป่วยที่สูงถึงระดับ 1:8 ถึง 1:13 ซึ่งเป็นระดับที่ต่ำกว่ามาตรฐานความปลอดภัย ส่งผลให้ความเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อนและการเสียชีวิตเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ