เรื่องที่ทำให้เกิดความรู้สึกน้อยใจนี้ขึ้นล่าสุด คือ เราขับรถของแฟนไปขูดไม้กั้นตึกจอดรถ ตอนนั้นเราตกใจที่มันขูด แต่ที่ทำให้ตกใจกว่าคือ แฟนเราโกรธรุนแรงมาก พอจอดรถเสร็จ เรามาดูร่องรอย แฟนเราก็เดินมา แล้วก็ตวาดใส่ "เนี่ย ทีนี้จะทำยังไง" แบบเสียงดังมาก
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้Background เราเป็นผู้ชายวัยทำงาน อายุ 30 พยายามทำตัวปกติ แต่จริงๆคือเป็นออฟฟิศซินโดรม ความรุนแรงก็ประมาณนึงแหละ MRI ออกมาคือหมอนรองกระดูกเคลื่อน ทำให้ขาข้างขวา ชา และอ่อนแรงลงเล็กน้อย มันจะหนักตอนที่ต้องยืนนานๆ หรือเดินเยอะๆ อ่อนแรงมันจะประมาณแบบว่า ถ้าเดินขึ้นบันได ขาขวามันจะยันตัวเราไม่ค่อยขึ้น ถ้าลงบันได ขาขวามันจะรับแรงกระแทกไม่ค่อยอยู่ฟีลแบบเหมือนจะล้มพับลงไปอะ ถ้าช่วงไหนเดินเยอะ นั่งนานๆยืนนานๆ อาการจะหนัก ก็จะเอาไม้เท้ามาใช้ แต่ด้วยความที่ชีวิตไม่มีเงินทอง ก็เลยจำเป็นต้องขับมอเตอร์ไซค์ทุกวัน
ก่อนเกิดเหตุการณ์ คือ เราไปทำงานต่างจังหวัด ระยะทางที่นั่งรถไปหลายๆที่ ไป-กลับ ก็หลายร้อยกิโลแหละ ถึงจะไม่ต้องขับรถเอง แต่ก็ไปตั้ง 4 วันอะ และตอนที่ไปทำงานนี้ ก็ทั้งยืนนาน นั่งนาน เดินเยอะมากๆๆๆ ตลอด 4 วัน ก็ปวดหลังหนักมากแหละ กินยาแก้ปวดแรงๆก็ไม่หายปวดอะ (ทั้ง arcoxia กินทุกวัน, tramadol บางทีปวดมากๆก็กิน 100 mg เลย, ยาคลายกล้ามเนื้ออีก) แล้วมันโดนแดดเยอะ พักผ่อนน้อยติดๆกันหลายวัน ก็เดินกะเผลกแล้วแหละ
ในวันที่เดินทางกลับจากทำงานต่างจังหวัด แฟนเราชวนว่าถ้ากลับมาถึงบ้านแล้ว อยากไปกินข้าวนอกบ้าน เราก็โอเค รับปากว่าจะไป วันสุดท้ายหลังเดินทางมา 5 ชั่วโมง ในที่สุดก็มาถึงที่ทำงาน เวลา 18.30 ก็ขับมอเตอร์ไซค์กลับมารอที่บ้าน ทั้งปวดหลัง ทั้งมึนหัว ปวดหัวแบบตึงๆ (tramadol กินแล้วมันจะคลื่นไส้ มึนๆ) แฟนเราที่มีรถยนต์ก็ขับมารับ ตอน 19.00 พอมาถึงบ้าน ก็บอกให้เราขับรถให้เพราะเขาปวดแขน เราก็คิดว่าเราคงขับไหว (ก็ไหวแต่ไม่ 100%) ตอนขาไปไม่มีอะไร แต่ตอนขากลับ จะเข้าไปจอดรถ แต่มันมีรถจะสวนออกมาจากตึกจอด (ทางเข้าออกมันแคบ) เราเลยจะขับหลบมาแอบๆ เพื่อจะได้ไปจอดแทนที่คันที่มันสวนออกมา แต่ด้วยความสับเพร่าของเรา ตัวรถด้านขวามันไปขูดเข้ากับไม้กั้นเข้าตึก ก็เป็นรอยยาวประมาณ 10-15 cm. บริเวณประตูขวาหลัง แฟนเราก็บอกเราทันทีเลยว่า ขับอะไรของมริงเนี่ย ลงไปเลยกูขับเอง (ขับไปจอดในที่จอดรถ) พอแฟนเราถอยรถเข้าซองเสร็จ เราก็เลยมาดูรอยที่ขูด (รอยก็ลึกพอสมควร ถ้าจะให้หายก็คงต้องทำสี แต่ไม่ลึกถึงชั้นเหล็ก) ตอนเรากำลังดู เราก็ขวัญเสียละ ตอนขับขูดก็ตกใจ ทั้งตกใจที่ขูด และตกใจที่โดนตะคอก เราก็นั่งดูผลงานแบบซึมๆ แฟนเราก็โดนมาตวาดใส่ "เนี่ย ทีนี้จะทำยังไง" เราก็เลยบอกว่า เดี๋ยวพรุ่งนี้เราซื้อครีมขัดสีรถมาลองก่อนได้ไหม แต่เขาก็โมโหไม่คุยกับเราแล้ว เราเห็นว่าเวลามันประมาณ 20.30 โลตัสแถวบ้านมันยังเปิด ก็เลยขับมอไซไป พร้อมไม้เท้าคู่ใจ (ไม้เท้าเราพับได้) รีบจัดแจงซื้อครีมขัดสีรถ ตอนขับมอไซกลับมาบ้าน เราขับเร็วที่สุดเท่าที่รถมอไซมันมีให้ขับ ก็คิดไปพลางว่า จริงๆแล้ว เรามีค่าน้อยกว่ารถใช่ไหม เขาถึงไม่มาดูดำดูดีเราเลย ไม่ถามเราซักนิดว่าเรารู้สึกยังไง แต่ก็ รถยนต์มันก็ทรัพย์ของเขา เราก็ทำให้เสียหายจริงๆ ถ้าแฟนเราต้องการทำสีใหม่ เราก็ยินดีนะ
ขับมอไซกลับจากโลตัส ถึงบ้านตอน 21.00 โดยประมาณ เราก็ทำการขัดสีรถไปเลยจ้ายาวๆ ด้วยครีมขัดสีที่ซื้อในโลตัส เตรียมผิวล้างคราบ แล้วก็ถูวนๆๆๆๆๆๆๆ ไป ตอนนั้นไม่รู้สึกถึงความปวดหลังเลย เราอยากให้แฟนหายโกรธเรามากกว่า ระหว่างขัดสีก็มีลุกไปเดินนิดหน่อย แก้เมื่อย แล้วก็มานั่งยองขัดสีต่อ ขัดจนเนียนดูเวลาอีกทีก็ 23.00 ซะแล้ว จังหวะนั้นตอนลุกนี่ ขาสั่นพั่บๆๆๆๆ แทบยืนไม่ไหว ก็ยังเหลือร่องรอยแหละ มันมีรอยที่เข้าชั้นสีไปลึกอยู่ ยาวประมาณ 5 cm ถึงจะขัดดีแค่ไหน มันก็ยังสามารถเห็นได้ง่าย เราก็ถ่ายรูปผลงานส่งให้แฟนดู แต่เขาก็อ่านไม่ตอบแล้วแหละ เราก็เลยได้แค่เดินกะเผลกๆขึ้นมาบนบ้าน เหนื่อยจากต่างจังหวัดยังไม่ได้พักไม่พอ กูต้องรับผิดชอบความโง่ของตัวเอง เดินขึ้นบ้านก้าวขาแทบไม่ออก มันไม่มีแรง ถ้าไม่มีไม้เท้าคงเดินขึ้นบ้านไม่ไหว
ถึงเวลาจะผ่านไปหลายชั่วโมง จนถึงเช้า เราก็ยังสลัดความคิดที่ว่า เราสำคัญน้อยกว่ารถยนต์ ออกจากหัวไม่ได้ คือเราก็แอบต้องการให้มาใส่ใจความรู้สึกเราแหละ แต่ลึกๆเราก็รู้ว่าเราทำให้ของสำคัญของเขาเสียหาย แต่ก็นั่นแหละ ก็จะกลับไปที่จุดเดิมว่า เราสำคัญน้อยกว่ารถยนต์คันนี้สินะ มันสลัดออกจากหัวไม่ได้เลย จึงอยากมาถามเพื่อนๆว่า เราควรจัดการความรู้สึกของเรายังไงดี
เรารู้สึกว่า แฟนเรามองเราสำคัญน้อยกว่าสิ่งของ เราจะจัดการความรู้สึกของตัวเองยังไงดี
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
ก่อนเกิดเหตุการณ์ คือ เราไปทำงานต่างจังหวัด ระยะทางที่นั่งรถไปหลายๆที่ ไป-กลับ ก็หลายร้อยกิโลแหละ ถึงจะไม่ต้องขับรถเอง แต่ก็ไปตั้ง 4 วันอะ และตอนที่ไปทำงานนี้ ก็ทั้งยืนนาน นั่งนาน เดินเยอะมากๆๆๆ ตลอด 4 วัน ก็ปวดหลังหนักมากแหละ กินยาแก้ปวดแรงๆก็ไม่หายปวดอะ (ทั้ง arcoxia กินทุกวัน, tramadol บางทีปวดมากๆก็กิน 100 mg เลย, ยาคลายกล้ามเนื้ออีก) แล้วมันโดนแดดเยอะ พักผ่อนน้อยติดๆกันหลายวัน ก็เดินกะเผลกแล้วแหละ
ในวันที่เดินทางกลับจากทำงานต่างจังหวัด แฟนเราชวนว่าถ้ากลับมาถึงบ้านแล้ว อยากไปกินข้าวนอกบ้าน เราก็โอเค รับปากว่าจะไป วันสุดท้ายหลังเดินทางมา 5 ชั่วโมง ในที่สุดก็มาถึงที่ทำงาน เวลา 18.30 ก็ขับมอเตอร์ไซค์กลับมารอที่บ้าน ทั้งปวดหลัง ทั้งมึนหัว ปวดหัวแบบตึงๆ (tramadol กินแล้วมันจะคลื่นไส้ มึนๆ) แฟนเราที่มีรถยนต์ก็ขับมารับ ตอน 19.00 พอมาถึงบ้าน ก็บอกให้เราขับรถให้เพราะเขาปวดแขน เราก็คิดว่าเราคงขับไหว (ก็ไหวแต่ไม่ 100%) ตอนขาไปไม่มีอะไร แต่ตอนขากลับ จะเข้าไปจอดรถ แต่มันมีรถจะสวนออกมาจากตึกจอด (ทางเข้าออกมันแคบ) เราเลยจะขับหลบมาแอบๆ เพื่อจะได้ไปจอดแทนที่คันที่มันสวนออกมา แต่ด้วยความสับเพร่าของเรา ตัวรถด้านขวามันไปขูดเข้ากับไม้กั้นเข้าตึก ก็เป็นรอยยาวประมาณ 10-15 cm. บริเวณประตูขวาหลัง แฟนเราก็บอกเราทันทีเลยว่า ขับอะไรของมริงเนี่ย ลงไปเลยกูขับเอง (ขับไปจอดในที่จอดรถ) พอแฟนเราถอยรถเข้าซองเสร็จ เราก็เลยมาดูรอยที่ขูด (รอยก็ลึกพอสมควร ถ้าจะให้หายก็คงต้องทำสี แต่ไม่ลึกถึงชั้นเหล็ก) ตอนเรากำลังดู เราก็ขวัญเสียละ ตอนขับขูดก็ตกใจ ทั้งตกใจที่ขูด และตกใจที่โดนตะคอก เราก็นั่งดูผลงานแบบซึมๆ แฟนเราก็โดนมาตวาดใส่ "เนี่ย ทีนี้จะทำยังไง" เราก็เลยบอกว่า เดี๋ยวพรุ่งนี้เราซื้อครีมขัดสีรถมาลองก่อนได้ไหม แต่เขาก็โมโหไม่คุยกับเราแล้ว เราเห็นว่าเวลามันประมาณ 20.30 โลตัสแถวบ้านมันยังเปิด ก็เลยขับมอไซไป พร้อมไม้เท้าคู่ใจ (ไม้เท้าเราพับได้) รีบจัดแจงซื้อครีมขัดสีรถ ตอนขับมอไซกลับมาบ้าน เราขับเร็วที่สุดเท่าที่รถมอไซมันมีให้ขับ ก็คิดไปพลางว่า จริงๆแล้ว เรามีค่าน้อยกว่ารถใช่ไหม เขาถึงไม่มาดูดำดูดีเราเลย ไม่ถามเราซักนิดว่าเรารู้สึกยังไง แต่ก็ รถยนต์มันก็ทรัพย์ของเขา เราก็ทำให้เสียหายจริงๆ ถ้าแฟนเราต้องการทำสีใหม่ เราก็ยินดีนะ
ขับมอไซกลับจากโลตัส ถึงบ้านตอน 21.00 โดยประมาณ เราก็ทำการขัดสีรถไปเลยจ้ายาวๆ ด้วยครีมขัดสีที่ซื้อในโลตัส เตรียมผิวล้างคราบ แล้วก็ถูวนๆๆๆๆๆๆๆ ไป ตอนนั้นไม่รู้สึกถึงความปวดหลังเลย เราอยากให้แฟนหายโกรธเรามากกว่า ระหว่างขัดสีก็มีลุกไปเดินนิดหน่อย แก้เมื่อย แล้วก็มานั่งยองขัดสีต่อ ขัดจนเนียนดูเวลาอีกทีก็ 23.00 ซะแล้ว จังหวะนั้นตอนลุกนี่ ขาสั่นพั่บๆๆๆๆ แทบยืนไม่ไหว ก็ยังเหลือร่องรอยแหละ มันมีรอยที่เข้าชั้นสีไปลึกอยู่ ยาวประมาณ 5 cm ถึงจะขัดดีแค่ไหน มันก็ยังสามารถเห็นได้ง่าย เราก็ถ่ายรูปผลงานส่งให้แฟนดู แต่เขาก็อ่านไม่ตอบแล้วแหละ เราก็เลยได้แค่เดินกะเผลกๆขึ้นมาบนบ้าน เหนื่อยจากต่างจังหวัดยังไม่ได้พักไม่พอ กูต้องรับผิดชอบความโง่ของตัวเอง เดินขึ้นบ้านก้าวขาแทบไม่ออก มันไม่มีแรง ถ้าไม่มีไม้เท้าคงเดินขึ้นบ้านไม่ไหว
ถึงเวลาจะผ่านไปหลายชั่วโมง จนถึงเช้า เราก็ยังสลัดความคิดที่ว่า เราสำคัญน้อยกว่ารถยนต์ ออกจากหัวไม่ได้ คือเราก็แอบต้องการให้มาใส่ใจความรู้สึกเราแหละ แต่ลึกๆเราก็รู้ว่าเราทำให้ของสำคัญของเขาเสียหาย แต่ก็นั่นแหละ ก็จะกลับไปที่จุดเดิมว่า เราสำคัญน้อยกว่ารถยนต์คันนี้สินะ มันสลัดออกจากหัวไม่ได้เลย จึงอยากมาถามเพื่อนๆว่า เราควรจัดการความรู้สึกของเรายังไงดี