ช่วงสงครามคนแทบจะไม่หาแฟนกันเลย คอนเฟิร์ม

.คอนเฟิร์ม เข้าโหมด ตัวใครตัวมัน

ในที่สุด การเตรียมตัวของบ้านผมในหลายด้านก็ได้ใช้ประโยชน์จริง โดยเฉพาะในช่วงสงครามแล้ว

- ที่ดินที่ใช้ปลูกผักออร์แกนิก สำหรับไว้ทานยาวๆช่วงสงคราม เพราะผักหลายชนิดจะขาดตลาด และอาจมีสิ่งปนเปื้อนจากฝุ่นกัมมันตรังสี
- ห้องใต้ดิน เอาไว้สำหรับหลบภัยสงคราม และใช้ชีวิตส่วนตัวที่นั่น โดยไม่ออกจากบ้านเลย ผมรู้ว่ามันต้านทานรังสีไม่ได้ เพราะไม่ได้บุผนังด้วยตะกั่วหนา แต่อย่างน้อย ผมจะมีความสุขในที่ที่ผมอยู่ มันคือ safe zone ของผม
- ห้องเก็บของ ผมมีห้องเก็บของที่ตุนอาหารและเสบียง พวกอาหารถกระป๋อง ของใช้จำเป็น เช่น กระดาษทิชชู่ น้ำดื่ม อาหารแห้ง สบู่ยาสระผม แป้งสาลี  ข้าวสาร หน้ากากอนามัย ​และอีกเพียบ น่าจะเกิน 1-2 ปี ได้สบาย เช็ควันหมดอายุแล้วหลายชิ้นว่าอยู่ถึง จัดระบบ first in first out dispensing
- กดเงินสดออกมาเตรียมตัวใช้ในรอบ 1 ปี เพราะ สัญญาณอินเตอร์เน็ตอาจมีปัญหา ทำให้เบิกจ่ายเงินออนไลน์ไม่ได้ อันนี้เป็นมาตรการสำรองก๊อกสอง
- งดการพบปะคน งดการเดินทาง แผนการเดินทางหลายอย่างผมยอมตัดทิ้งหมด เอาชีวิตให้รอดก่อน  บางทีคนรอบข้างที่ไม่รู้จักผมดีพอ จะมองว่าผมตื่นตูม แต่คนรู้จักผมดี จะรู้ว่าผมเป็นผู้บริหารที่เฉียบขาดและฉับไวที่สุด และคาดการณ์ผิดยากมาโดยตลอด
- ตุนน้ำมันเท่าที่ตุนได้ ผมไม่เคยด่าว่าคนกักตุนน้ำมันเลยนะ มีแต่คนไม่รู้เรื่องรู้ราวเท่านั้นที่ไม่ยอมกักตุน
- เปลี่ยนมาใช้รถไฟฟ้าแทนหมดแล้ว
- ที่บ้านผลิตกระแสไฟได้เองมานานแล้ว ​
- ของสำคัญที่ส่งผ่านมาจากรุ่นอากง มาถึงผม คือรุ่นที่ 3 ที่ผมไม่เคยทิ้ง คือ ตะเกียงเจ้าพายุ และนาฬิกาแขวนโบราณ ​คนสมัยนี้อาจจะไม่รู้จักมันแล้ว ​ไปเสริ์ชหากันเองว่าตะเกียงเจ้าพายุมันใช้ทำอะไรนะ ส่วนนาฬิกาแขวนโบราณที่ใช้แบบไขลาน มันใช้ในการดูเวลายามที่ไฟดับหมดผ่านตะเกียงเจ้าพายุ พลังงานหมดอาจทำให้คนยุคปัจจุบันไม่รู้กาลเวลา แต่เสียงติ๊กต่อกจากลานนาฬิกาทำให้เรารู้ว่า ชีวิตยังคงเดินอยู่เหมือนนาฬิกา

สัญญาณที่ผมตรวจจับได้ ว่าทำไม เข้าสู่โหมดนี้
- ผมเป็นเจ้าของเซเว่น ทำให้พอรู้ว่า ลูกค้าในช่วงอาทิตย์ที่ผ่านมา ​เปลี่ยนไปชัดเจน  เห็นสัญญาณการเปลี่ยนการซื้อสินค้าจำเป็นบางอย่างซ้ำๆ อย่างมีนัยสำคัญ พร้อมกับการลดลงของสินค้าบางรายการอย่างมีนัยสำคัญเช่นกัน
- การแห่ขายทองคำ แต่มาเก็งกำไรน้ำมัน แสดงว่า อาหารจะขึ้นราคาแน่นอนแล้ว คนจำนวนมากเข้าใจผิดเรื่องนี้ อาหารสำคัญที่สุดต่างหาก ไม่ใช่ทองคำ
- หลายโรงพยาบาล จ่ายยาได้แค่ 1-2 เดือนแล้ว ถ้าผมเป็นผู้ป่วยที่ต้องใช้ยาประจำ ผมจะแพนิคแล้วกับเหตุการณ์ที่ว่านี้ เพราะมันไม่ได้หมายความว่า แค่ขาดยา แต่มันอาจจะตามมาด้วยอาการของโรคที่รุนแรง

นิยายที่ผมแต่งมาเมื่อ 10 ปีก่อน เป็นจริงแล้ว มันจะจบลงไม่ได้ ถ้าขาดเหตุการณ์สำคัญอีกเรื่องในบทที่ 9 ​ในฉากเกือบสุดท้าย คือ เหตุการณ์น้ำท่วมโลก นี่คือเหตุผลสำคัญที่สุดที่ตลอดเวลาผ่านมา ผมได้เปลี่ยนศาสนาแล้ว เพราะผมเชื่อในพระเจ้าแล้ว การแยกตัวออกจากพระเจ้าเพราะความเห็นแก่ตัวและกิเลสของมนุษย์ ทำให้มนุษย์กลายเป็นคนบาปหนา ที่ต้องชดใช้กรรมที่ทำลงไป ทั้งในโลกนี้ และโลกหน้า ​ขอพระเจ้าทรงเมตตาทุกคนด้วย
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่