"นี่คือเหตุการณ์จริงในประวัติศาสตร์… ที่รัฐบาลสหรัฐฯ พยายามเผาทิ้งทำลายหลักฐานไปแล้วกว่า 80%" 😶 "

กระทู้สนทนา
"นี่คือเหตุการณ์จริงในประวัติศาสตร์… ที่รัฐบาลสหรัฐฯ พยายามเผาทิ้งทำลายหลักฐานไปแล้วกว่า 80%" 😶
"ถ้าไม่มีการขุดคุ้ยในปี 1975 … คุณอาจจะคิดว่านี่คือพล็อตหนังไซไฟสยองขวัญเรื่องหนึ่งเท่านั้น" 📜
"แต่สำหรับเหยื่อหลายพันคน… ฝันร้ายนี้ไม่มีวันตื่นขึ้นมาได้อีกเลย" 👁️
ในช่วงทศวรรษที่ 1950 ท่ามกลางสงครามเย็นที่ตึงเครียด สหรัฐอเมริกาตกอยู่ในสภาวะหวาดระแวง พวกเขาเชื่อว่าศัตรูอย่างคอมมิวนิสต์ค้นพบ "วิธีกดปุ่มสั่งการสมุษย์" หรือการล้างสมองเชลยศึก สิ่งนี้ทำให้ #CIA เริ่มต้นโครงการที่ชื่อว่า MK-Ultra โดยมีเป้าหมายสั้นๆ แต่โหดเหี้ยม: "เราจะควบคุมความคิดของมนุษย์ได้อย่างไร?"
ผู้อยู่เบื้องหลังคือ ซิดนีย์ กอตต์ลีบ นักเคมีผู้ได้รับฉายาว่า 'พ่อมดมืด' เขาได้รับงบประมาณมหาศาลเพื่อทดลองกับ "สิ่งส่งตรวจ" ที่เขามองว่าไม่มีค่า… ซึ่งนั่นก็คือ มนุษย์
การทดลองเริ่มต้นขึ้นในสถานพยาบาล คุก และมหาวิทยาลัยทั่วอเมริกา เหยื่อส่วนใหญ่เป็นผู้ป่วยทางจิต นักโทษ หรือแม้แต่โสเภณีที่ไม่รู้ตัวเลยว่าพวกเขากำลังจะกลายเป็นหนูทดลอง พวกเขาถูกบังคับให้ดื่มสาร LSD ในปริมาณที่สูงเกินขนาดติดต่อกันหลายสิบวัน บางคนถูกฉีดสารเคมีเข้าร่างกายขณะหลับ และถูกกรอกหูด้วยข้อความซ้ำๆ ผ่านหูฟังนานหลายร้อยชั่วโมง เพื่อให้บุคลิกภาพเดิม "พังทลายลง"
จุดพีกที่น่าขนลุกคือการทดลองที่แคนาดา...
ดร.อีเวน คาเมรอน จิตแพทย์ชื่อดังที่รับเงินจาก CIA ได้ทำการทดลองที่เรียกว่า "Psychic Driving" เขาจับคนไข้ที่แค่มีอาการซึมเศร้ามาทำให้หลับลึกด้วยยานอนหลับนานเป็นเดือนๆ จากนั้นก็ทำการช็อตไฟฟ้าที่สมองด้วยความแรงสูงกว่าปกติหลายสิบเท่า ผลลัพธ์น่ะหรือ? เหยื่อตื่นขึ้นมาพร้อมกับความจำที่หายไปจนหมดสิ้น บางคนลืมแม้กระทั่งวิธีใช้ช้อนส้อม ลืมว่าตัวเองเป็นใคร หรือแม้แต่ลืมว่ามีลูกสาว… สมองของพวกเขาถูก "ล้างจนสะอาด" เพื่อเตรียมรับการฝังคำสั่งใหม่เข้าไป
แล้วความจริงเริ่มปรากฏได้อย่างไร?
ในปี 1973 เมื่อโครงการสุ่มเสี่ยงจะถูกเปิดเผย ผู้อำนวยการ CIA สั่งให้ทำลายเอกสารทั้งหมดทิ้งทันที! แต่โชคดีที่ยังมีเอกสารบางส่วนที่ถูกเก็บไว้ผิดแฟ้มรอดพ้นจากการเผามาได้ และนั่นนำไปสู่การไต่สวนของวุฒิสภาในปี 1975 ที่ทำให้โลกต้องตะลึง
หนึ่งในเหยื่อที่โด่งดังที่สุดคือ เท็ด คาซินสกี หรือ "#Unabomber" อัจฉริยะที่ถูกส่งเข้าโครงการทดลองจิตวิทยาที่ฮาร์วาร์ดตั้งแต่วัยหนุ่ม หลายคนเชื่อว่าการถูกบีบคั้นทางจิตใจอย่างรุนแรงในการทดลองของ CIA คือสิ่งที่เปลี่ยนอัจฉริยะให้กลายเป็นฆาตกรต่อเนื่องที่เกลียดชังโลก
"ลองจินตนาการดูว่า... คนที่คุณไว้ใจที่สุดอย่างหมอ หรือรัฐบาลของคุณเอง กลับเป็นคนที่ฉีดสารเคมีเข้าร่างกายคุณเพียงเพื่อจะดูว่า คุณจะกลายเป็นบ้าเมื่อไหร่"
เรื่องราวของ MK-Ultra จบลงด้วยการเยียวยาเหยื่อเพียงน้อยนิด แต่คำถามที่ยังคงวนเวียนอยู่จนถึงวันนี้คือ... เอกสารอีก 80% ที่ถูกเผาไปนั้น ซ่อนความอำมหิตอะไรไว้อีก? และการทดลองที่ 'ยุติลง' ไปแล้วนั้น จริงๆ แล้วมันถูกเปลี่ยนชื่อและดำเนินต่อไปในเงามืดที่เรามองไม่เห็นหรือเปล่า?
"และบางที… เรื่องนี้อาจเป็นเพียงหนึ่งในความลับของประวัติศาสตร์… #ที่โลกไม่เคยอยากให้คุณรู้" 👁️

แหล่งอ้างอิง 📚
• The Church Committee Report (1975): รายงานการไต่สวนอย่างเป็นทางการของวุฒิสภาสหรัฐฯ เกี่ยวกับกิจกรรมของหน่วยสืบราชการลับ
• National Security Archive: เอกสารที่ถูกเปิดเผย (Declassified documents) เกี่ยวกับโครงการ MK-Ultra
• หนังสือ "Poisoner in Chief": โดย Stephen Kinzer ซึ่งรวบรวมประวัติของ Sydney Gottlieb ผู้นำโครงการ
• Smithsonian Magazine: บทความวิเคราะห์ผลกระทบของการทดลอง LSD ต่อจิตใจมนุษย์ในยุคสงครามเย็น
#เรื่องแปลก #ความลับ #usa
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่