เช้าวันที่ 31 ตุลาคม 2003 ที่ชายหาด Tunnels รัฐฮาวาย ทุกอย่างดูปกติ ท้องฟ้าเปิด น้ำทะเลใส เบธานีในวัย 13 ปี นอนราบอยู่บนบอร์ด รอคลื่นลูกต่อไปกับเพื่อน ๆ
ไม่มีใครรู้เลยว่า ใต้ผิวน้ำนั้น มีฉลามเสือยาวกว่า 4 เมตร กำลังว่ายเข้ามาอย่างเงียบเชียบ
วินาทีที่คมเขี้ยวฝังลงบนแขนซ้าย เบธานีแทบไม่ทันเห็นตัวมันด้วยซ้ำ รู้ตัวอีกทีร่างของเธอก็ถูกกระชากไปมา ราวกับกำลังกัดชิ้นสเต็ก
เหตุการณ์เกิดขึ้นเร็วมากจนเพื่อนที่อยู่ห่างออกไปไม่ทันสังเกตเห็นความผิดปกติ
จนกระทั่งเบธานีพูดออกมาด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยว่า
"ฉันโดนฉลามกัด"
ตอนแรกไม่มีใครเชื่อ เพราะน้ำเสียงนั้นนิ่งเสียจนเหมือนมุกตลก แต่เพียงไม่กี่วินาที น้ำทะเลรอบตัวเธอก็เริ่มกลายเป็นสีแดงเข้ม
และเมื่อเธอว่ายเข้ามาใกล้ ทุกคนถึงได้เห็นความจริงที่ไม่อยากเชื่อสายตา
แขนซ้ายของเธอ… หายไปตั้งแต่หัวไหล่
ในสถานการณ์ที่คนส่วนใหญ่คงสติแตก เบธานีกลับนิ่งอย่างเหลือเชื่อ
เพื่อนของเธอรีบใช้สายรัดข้อเท้าของเซิร์ฟบอร์ด ทำเป็นสายรัดห้ามเลือดอย่างลวก ๆ แล้วช่วยกันพาเธอเข้าฝั่ง
ส่วนเธอ แค่นอนนิ่ง สวดภาวนาเงียบ ๆ
เธอเสียเลือดไปมากกว่า 60% ของร่างกาย แต่แล้วก็เกิดเรื่องบังเอิญขึ้น
เพราะในเช้าวันนั้น พ่อของเธออยู่ที่โรงพยาบาลเพื่อเตรียมผ่าตัดเข่าพอดี ทีมแพทย์จึงตัดสินใจสลับคิว และใช้ห้องผ่าตัดที่พร้อมอยู่นั้นรักษาชีวิตเธอก่อน
หลายคนคิดว่าอุบัติเหตุครั้งนี้คือจุดจบของนักโต้คลื่นดาวรุ่ง แต่เพียง 26 วันหลังจากนั้น เบธานีก็กลับลงน้ำอีกครั้งด้วยแขนเพียงข้างเดียว
สองปีต่อมา เธอคว้าแชมป์ระดับประเทศ และชื่อของ เบธานี แฮมิลตัน ก็กลายเป็นแรงบันดาลใจไปทั่วโลก
ปัจจุบัน เธอไม่ได้เป็นเพียงนักโต้คลื่นอาชีพที่อยู่ในระดับแถวหน้า แต่เธอยังเป็นนักพูดสร้างแรงบันดาลใจ และก่อตั้งมูลนิธิ Friends of Bethany เพื่อช่วยให้ผู้ที่สูญเสียอวัยวะกลับมายืนหยัดได้อีกครั้ง
ฉันโดนฉลามกัดแขนขาด แต่ถ้าฉันไม่ได้กลับไปเหยียบเซิร์ฟบอร์ดอีก ฉันคงหงุดหงิดไปตลอด... ในที่สุดเธอก็ได้แชมป์