"การระอา และเบื่อหน่ายในวัฏสงสาร
เป็นปัญญา และศีลสมาธิรวมพลกันอยู่...
ในตัวแล้ว มีหน้าที่จะภาวนาติดต่อให้เด็ดเดี่ยว คือพิจารณาอนิจจัง ทุกขัง อนัตตา ให้กลม
กลืน เป็นเป้าอันเดียวในปัจจุบันพร้อมกับลมออก-เข้า ไม่ต้องส่งส่ายไปที่อื่น แม้จะส่งส่ายในอดีต อนาคต ก็ให้ตีความหมายว่า...
เป็นอนิจจัง ทุกขัง อนัตตา อันเดียวกันนั้นเอง
และขอให้เข้าใจว่า เรารวมโลก และกองทุกข์ทั้งปวง และสังขารทั้งปวง มารวมพลกันอยู่อนิจจังแล้ว...เมื่อความจริง.เห็นอยู่อย่างนี้แล้ว...รู้ตามเป็นจริงอย่างนี้แล้ว...เราก็ไม่ได้หลงสิ่งใดๆ ในโลกเลย เพราะทำความเข้าใจผิดให้แจ้งแล้ว เป็นเพียงพิจารณา...ติดต่อให้
รู้ตามเป็นจริง เท่านั้น...
ความเพลิน ความทะเยอทะยานในโลก
ทั้งปวง ก็ห้ามเบรคลงในตัวแล้ว...
ถึงแม้จะต้องการ ก็ไม่เกินขอบเขตให้ได้
เลี้ยงอาตมาไปเท่านั้น เพราะส่วนร่างกาย
มันอาศัยอามิส แต่ไม่ได้หลงอามิส เพราะอามิส อยู่...ใต้อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา
ดังว่ามาแล้วนั้น แม้ตัวของเราที่สมมติว่า... เป็นเรา เราก็อยู่ใต้อำนาจอนิจจัง ทุกขัง อนัตตา โดยนัยเดียวกัน
เมื่อหาตัวเรา ที่แท้แล้ว...
ก็ไม่เจอเพราะมีแต่กองทุกข์ ก็จบกันอยู่ ณ.
ที่นั้นเองโดยอัตโนมัติ ที่เห็นชัดด้วยปัญญาความหลงที่เคยหลงมา ก็แตกกระเจิงไป ณ.
ที่นั้นเอง..."
หลวงปู่หล้า เขมปัตโต
ภาวนาเบื่อหน่ายในโลกคือทางมรรค8ไปนิพพาน
เป็นปัญญา และศีลสมาธิรวมพลกันอยู่...
ในตัวแล้ว มีหน้าที่จะภาวนาติดต่อให้เด็ดเดี่ยว คือพิจารณาอนิจจัง ทุกขัง อนัตตา ให้กลม
กลืน เป็นเป้าอันเดียวในปัจจุบันพร้อมกับลมออก-เข้า ไม่ต้องส่งส่ายไปที่อื่น แม้จะส่งส่ายในอดีต อนาคต ก็ให้ตีความหมายว่า...
เป็นอนิจจัง ทุกขัง อนัตตา อันเดียวกันนั้นเอง
และขอให้เข้าใจว่า เรารวมโลก และกองทุกข์ทั้งปวง และสังขารทั้งปวง มารวมพลกันอยู่อนิจจังแล้ว...เมื่อความจริง.เห็นอยู่อย่างนี้แล้ว...รู้ตามเป็นจริงอย่างนี้แล้ว...เราก็ไม่ได้หลงสิ่งใดๆ ในโลกเลย เพราะทำความเข้าใจผิดให้แจ้งแล้ว เป็นเพียงพิจารณา...ติดต่อให้
รู้ตามเป็นจริง เท่านั้น...
ความเพลิน ความทะเยอทะยานในโลก
ทั้งปวง ก็ห้ามเบรคลงในตัวแล้ว...
ถึงแม้จะต้องการ ก็ไม่เกินขอบเขตให้ได้
เลี้ยงอาตมาไปเท่านั้น เพราะส่วนร่างกาย
มันอาศัยอามิส แต่ไม่ได้หลงอามิส เพราะอามิส อยู่...ใต้อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา
ดังว่ามาแล้วนั้น แม้ตัวของเราที่สมมติว่า... เป็นเรา เราก็อยู่ใต้อำนาจอนิจจัง ทุกขัง อนัตตา โดยนัยเดียวกัน
เมื่อหาตัวเรา ที่แท้แล้ว...
ก็ไม่เจอเพราะมีแต่กองทุกข์ ก็จบกันอยู่ ณ.
ที่นั้นเองโดยอัตโนมัติ ที่เห็นชัดด้วยปัญญาความหลงที่เคยหลงมา ก็แตกกระเจิงไป ณ.
ที่นั้นเอง..."
หลวงปู่หล้า เขมปัตโต