ตอนที่ 3 : วันที่หัวใจเริ่มชัดเจน
หลังจากวันที่หมอวาวคอมเมนต์ครั้งแรก
ชีวิตของบ่าวหลำก็ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป
เช้าวันนั้นเขาไม่ได้ตื่นเพราะนาฬิกาปลุก
แต่ตื่นเพราะ “ความหวัง”
เขาหยิบมือถือขึ้นมาเป็นอย่างแรก
เปิด Facebook
ไม่ใช่เพื่อเลื่อนดูข่าว
แต่เพื่อดูว่า…หมอวาวจะเข้ามาอีกไหม
ไม่มีคอมเมนต์ใหม่
ไม่มีข้อความอะไรเพิ่มเติม
แต่แค่ “เคยตอบแล้ว”
มันก็เพียงพอให้เขายิ้มได้ทั้งวัน
—
บ่าวหลำเริ่มจริงจังกับคำพูดของตัวเอง
เขาเลิกบุหรี่
วันแรก…ทรมาน
วันที่สอง…หงุดหงิด
วันที่สาม…เกือบยอมแพ้
เขาหยิบบุหรี่ขึ้นมาหลายครั้ง
แต่ทุกครั้ง
ภาพหมอวาวที่พูดว่า
“เริ่มจากเลิกบุหรี่ก่อนนะคะ”
มันลอยเข้ามาในหัว
สุดท้าย
เขาก็วางมันลง
—
หนึ่งสัปดาห์ผ่านไป
บ่าวหลำกลับไปที่คลินิกอีกครั้ง
ครั้งนี้…ไม่มีข้ออ้างเรื่องป่วย
พยาบาลมองเขาแล้วก็ยิ้มทันที
“วันนี้มาด้วยโรคอะไรคะ”
บ่าวหลำยิ้มเขิน
“มาตรวจ…หัวใจครับ”
พยาบาลหัวเราะเบา ๆ
ก่อนจะเรียกชื่อเขาเหมือนเคย
—
เมื่อประตูห้องตรวจเปิดออก
หมอวาวเงยหน้าขึ้นมอง
สายตาคู่นั้นยังนิ่งเหมือนเดิม
แต่มีบางอย่าง…อ่อนลง
“หายไปหลายวันนะ”
บ่าวหลำเกาหัว
“ไปทำตามคำสั่งหมอครับ”
หมอวาวเลิกคิ้วนิด ๆ
“คำสั่งอะไร”
บ่าวหลำหยุดนิดหนึ่ง
ก่อนจะตอบเบา ๆ
“เลิกบุหรี่ครับ”
ห้องตรวจเงียบไปทันที
หมอวาวมองเขา
มองแบบที่ไม่ใช่แค่หมอมองคนไข้
“จริงเหรอ”
บ่าวหลำพยักหน้า
“หนึ่งอาทิตย์แล้วครับ”
หมอวาวนิ่งไป
ก่อนจะยิ้ม…เล็กน้อย
เป็นรอยยิ้มที่บ่าวหลำไม่เคยเห็นมาก่อน
“เก่งนี่”
คำสั้น ๆ
แต่สำหรับบ่าวหลำ
มันเหมือนโลกทั้งใบหยุดหมุน
—
หมอวาวหยิบปากกาขึ้นมา
เขียนอะไรบางอย่างลงในกระดาษ
ก่อนจะยื่นให้เขา
บ่าวหลำรับมา
แล้วอ่าน
“ใบสั่งยา”
เขาขมวดคิ้ว
“ผมไม่ได้ป่วยนะหมอ”
หมอวาวยิ้มมุมปาก
ก่อนจะพูดเบา ๆ
“ยานี้ไม่ได้รักษาโรค”
บ่าวหลำมองกระดาษอีกครั้ง
ในนั้นเขียนว่า
“กาแฟ 1 แก้ว
กับหมอวาว”
บ่าวหลำเงยหน้าขึ้นทันที
หัวใจเต้นแรงจนแทบหลุดออกมา
“หมอ…”
หมอวาวพูดต่อแบบนิ่ง ๆ
แต่แฝงรอยยิ้ม
“คนไข้ทำตามสัญญาแล้ว
หมอก็ต้องทำตามสัญญาเหมือนกัน”
—
วินาทีนั้น
บ่าวหลำรู้แล้วว่า
สิ่งที่เขารู้สึก
มันไม่ใช่แค่ “คิดไปเอง”
และบางที
สำหรับหมอวาว
คนไข้คนนี้
ก็อาจไม่ใช่แค่ “คนไข้ธรรมดา” อีกต่อไป
—
นอกคลินิก
แดดตอนบ่ายยังคงสว่าง
แต่สำหรับบ่าวหลำ
วันนี้มันสว่างกว่าทุกวัน
เพราะครั้งแรกในชีวิต
ความรักของเขา
ไม่ได้เป็นแค่ตัวอักษรใน Facebook อีกแล้ว
แต่มันกำลัง
ค่อย ๆ กลายเป็น “เรื่องจริง”. บ่าวหลำเริ่มคิดแล้วว่าไม่มีเรื่องอะไรง่ายหรอก
บ่าวหลำนั่งอยู่หน้าบ้าน
เวลาใกล้จะหนึ่งทุ่มพอดี
ท้องฟ้าเริ่มมืด
ลมเย็นพัดมาเบา ๆ
แต่ในหัวเขา…กลับไม่เคยเงียบเลย
เขาคิด
คิดเรื่องบุหรี่
คิดเรื่องคำสัญญา
แล้วก็คิดเรื่องหมอวาว
“เลิกบุหรี่ยังยากขนาดนี้…”
เขาพึมพำกับตัวเอง
“แล้วจะไปสารภาพรักได้ยังไงวะ…”
เขาหัวเราะเบา ๆ
แต่แววตามันไม่ได้ขำตาม
—
มือถือวางอยู่ข้างตัว
หน้าจอยังเปิด Facebook ค้างไว้
เขาเข้าไปที่ช่องพิมพ์ข้อความ
พิมพ์…แล้วลบ
พิมพ์ใหม่…แล้วก็ลบอีก
“หมอครับ ผมมีอะไรจะบอก…”
ลบ
“หมอวาว ผมคิดกับหมอมากกว่าคนไข้…”
ลบ
“ผมชอบหมอครับ”
เขาหยุดนิ่ง
มองประโยคนั้นอยู่นาน
นิ้วโป้งลอยค้างอยู่เหนือปุ่ม “โพสต์”
หัวใจเต้นแรง
แรงกว่าตอนวิ่งตอนเช้าเสียอีก
—
เสียงในหัวเริ่มดังขึ้น
“ถ้าหมอไม่คิดอะไรเลยล่ะ…”
“ถ้าหมออ่านแล้วหายไปเลยล่ะ…”
“ถ้าทุกอย่างมันพัง…”
บ่าวหลำหลับตาลง
ถอนหายใจยาว
“หรือจะเก็บไว้แบบนี้ดี…”
“อย่างน้อยตอนนี้…เรายังได้คุยกันอยู่”
—
หนึ่งทุ่มตรง
เสียงแจ้งเตือนดังขึ้น
ติ๊ง
บ่าวหลำสะดุ้งเล็กน้อย
รีบหยิบมือถือขึ้นมาดู
ไม่ใช่คอมเมนต์
ไม่ใช่ไลก์
แต่เป็น “ข้อความ”
จากหมอวาว
เขานิ่งไปทันที
ก่อนจะกดเปิดอย่างช้า ๆ
ข้อความสั้น ๆ ปรากฏขึ้น
“วันนี้…ไม่เขียนอะไรเหรอคะ”
บ่าวหลำยิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัว
หัวใจที่หนักเมื่อกี้
เหมือนมีใครมายกออกไปครึ่งหนึ่ง
เขามองหน้าจอ
แล้วพิมพ์ตอบกลับไป
“กำลังคิดอยู่ครับหมอ
ว่าจะเขียน…หรือจะพูดดี”
สามจุดเล็ก ๆ ปรากฏขึ้น
แปลว่าหมอกำลังพิมพ์ตอบ
หัวใจเขาเริ่มเต้นอีกครั้ง
ไม่กี่วินาทีต่อมา
ข้อความใหม่ก็เด้งขึ้นมา
“บางอย่าง…
พูดตรง ๆ
อาจจะดีกว่าเขียนนะคะ”
บ่าวหลำนิ่งไป
เขามองข้อความนั้นซ้ำ ๆ
เหมือนกำลังพยายามตีความ
นี่คือคำแนะนำของหมอ
หรือ…
คำเปิดโอกาส
—
ลมเย็นยังพัดเหมือนเดิม
แต่คืนนี้
บ่าวหลำลุกขึ้นยืนช้า ๆ
หยิบกุญแจรถ
แล้วพูดกับตัวเองเบา ๆ
“เอาวะ…
เลิกบุหรี่ยังทำได้
งั้นเรื่องนี้…ก็ต้องลอง”
เขาไม่ได้เปิด Facebook อีก
เพราะบางคำพูด
มันไม่ควรอยู่ในหน้าจอ
แต่มันควรไปอยู่
“ต่อหน้า”
ของคนที่เขาอยากบอกที่สุด
และในคืนนั้นเอง
เรื่องราวของบ่าวหลำกับหมอวาว
กำลังจะเดินไปสู่
ช่วงเวลาที่ไม่มีทางย้อนกลับได้อีก
รักแม้พลีชีพ ตอนที่ 3
หลังจากวันที่หมอวาวคอมเมนต์ครั้งแรก
ชีวิตของบ่าวหลำก็ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป
เช้าวันนั้นเขาไม่ได้ตื่นเพราะนาฬิกาปลุก
แต่ตื่นเพราะ “ความหวัง”
เขาหยิบมือถือขึ้นมาเป็นอย่างแรก
เปิด Facebook
ไม่ใช่เพื่อเลื่อนดูข่าว
แต่เพื่อดูว่า…หมอวาวจะเข้ามาอีกไหม
ไม่มีคอมเมนต์ใหม่
ไม่มีข้อความอะไรเพิ่มเติม
แต่แค่ “เคยตอบแล้ว”
มันก็เพียงพอให้เขายิ้มได้ทั้งวัน
—
บ่าวหลำเริ่มจริงจังกับคำพูดของตัวเอง
เขาเลิกบุหรี่
วันแรก…ทรมาน
วันที่สอง…หงุดหงิด
วันที่สาม…เกือบยอมแพ้
เขาหยิบบุหรี่ขึ้นมาหลายครั้ง
แต่ทุกครั้ง
ภาพหมอวาวที่พูดว่า
“เริ่มจากเลิกบุหรี่ก่อนนะคะ”
มันลอยเข้ามาในหัว
สุดท้าย
เขาก็วางมันลง
—
หนึ่งสัปดาห์ผ่านไป
บ่าวหลำกลับไปที่คลินิกอีกครั้ง
ครั้งนี้…ไม่มีข้ออ้างเรื่องป่วย
พยาบาลมองเขาแล้วก็ยิ้มทันที
“วันนี้มาด้วยโรคอะไรคะ”
บ่าวหลำยิ้มเขิน
“มาตรวจ…หัวใจครับ”
พยาบาลหัวเราะเบา ๆ
ก่อนจะเรียกชื่อเขาเหมือนเคย
—
เมื่อประตูห้องตรวจเปิดออก
หมอวาวเงยหน้าขึ้นมอง
สายตาคู่นั้นยังนิ่งเหมือนเดิม
แต่มีบางอย่าง…อ่อนลง
“หายไปหลายวันนะ”
บ่าวหลำเกาหัว
“ไปทำตามคำสั่งหมอครับ”
หมอวาวเลิกคิ้วนิด ๆ
“คำสั่งอะไร”
บ่าวหลำหยุดนิดหนึ่ง
ก่อนจะตอบเบา ๆ
“เลิกบุหรี่ครับ”
ห้องตรวจเงียบไปทันที
หมอวาวมองเขา
มองแบบที่ไม่ใช่แค่หมอมองคนไข้
“จริงเหรอ”
บ่าวหลำพยักหน้า
“หนึ่งอาทิตย์แล้วครับ”
หมอวาวนิ่งไป
ก่อนจะยิ้ม…เล็กน้อย
เป็นรอยยิ้มที่บ่าวหลำไม่เคยเห็นมาก่อน
“เก่งนี่”
คำสั้น ๆ
แต่สำหรับบ่าวหลำ
มันเหมือนโลกทั้งใบหยุดหมุน
—
หมอวาวหยิบปากกาขึ้นมา
เขียนอะไรบางอย่างลงในกระดาษ
ก่อนจะยื่นให้เขา
บ่าวหลำรับมา
แล้วอ่าน
“ใบสั่งยา”
เขาขมวดคิ้ว
“ผมไม่ได้ป่วยนะหมอ”
หมอวาวยิ้มมุมปาก
ก่อนจะพูดเบา ๆ
“ยานี้ไม่ได้รักษาโรค”
บ่าวหลำมองกระดาษอีกครั้ง
ในนั้นเขียนว่า
“กาแฟ 1 แก้ว
กับหมอวาว”
บ่าวหลำเงยหน้าขึ้นทันที
หัวใจเต้นแรงจนแทบหลุดออกมา
“หมอ…”
หมอวาวพูดต่อแบบนิ่ง ๆ
แต่แฝงรอยยิ้ม
“คนไข้ทำตามสัญญาแล้ว
หมอก็ต้องทำตามสัญญาเหมือนกัน”
—
วินาทีนั้น
บ่าวหลำรู้แล้วว่า
สิ่งที่เขารู้สึก
มันไม่ใช่แค่ “คิดไปเอง”
และบางที
สำหรับหมอวาว
คนไข้คนนี้
ก็อาจไม่ใช่แค่ “คนไข้ธรรมดา” อีกต่อไป
—
นอกคลินิก
แดดตอนบ่ายยังคงสว่าง
แต่สำหรับบ่าวหลำ
วันนี้มันสว่างกว่าทุกวัน
เพราะครั้งแรกในชีวิต
ความรักของเขา
ไม่ได้เป็นแค่ตัวอักษรใน Facebook อีกแล้ว
แต่มันกำลัง
ค่อย ๆ กลายเป็น “เรื่องจริง”. บ่าวหลำเริ่มคิดแล้วว่าไม่มีเรื่องอะไรง่ายหรอก
บ่าวหลำนั่งอยู่หน้าบ้าน
เวลาใกล้จะหนึ่งทุ่มพอดี
ท้องฟ้าเริ่มมืด
ลมเย็นพัดมาเบา ๆ
แต่ในหัวเขา…กลับไม่เคยเงียบเลย
เขาคิด
คิดเรื่องบุหรี่
คิดเรื่องคำสัญญา
แล้วก็คิดเรื่องหมอวาว
“เลิกบุหรี่ยังยากขนาดนี้…”
เขาพึมพำกับตัวเอง
“แล้วจะไปสารภาพรักได้ยังไงวะ…”
เขาหัวเราะเบา ๆ
แต่แววตามันไม่ได้ขำตาม
—
มือถือวางอยู่ข้างตัว
หน้าจอยังเปิด Facebook ค้างไว้
เขาเข้าไปที่ช่องพิมพ์ข้อความ
พิมพ์…แล้วลบ
พิมพ์ใหม่…แล้วก็ลบอีก
“หมอครับ ผมมีอะไรจะบอก…”
ลบ
“หมอวาว ผมคิดกับหมอมากกว่าคนไข้…”
ลบ
“ผมชอบหมอครับ”
เขาหยุดนิ่ง
มองประโยคนั้นอยู่นาน
นิ้วโป้งลอยค้างอยู่เหนือปุ่ม “โพสต์”
หัวใจเต้นแรง
แรงกว่าตอนวิ่งตอนเช้าเสียอีก
—
เสียงในหัวเริ่มดังขึ้น
“ถ้าหมอไม่คิดอะไรเลยล่ะ…”
“ถ้าหมออ่านแล้วหายไปเลยล่ะ…”
“ถ้าทุกอย่างมันพัง…”
บ่าวหลำหลับตาลง
ถอนหายใจยาว
“หรือจะเก็บไว้แบบนี้ดี…”
“อย่างน้อยตอนนี้…เรายังได้คุยกันอยู่”
—
หนึ่งทุ่มตรง
เสียงแจ้งเตือนดังขึ้น
ติ๊ง
บ่าวหลำสะดุ้งเล็กน้อย
รีบหยิบมือถือขึ้นมาดู
ไม่ใช่คอมเมนต์
ไม่ใช่ไลก์
แต่เป็น “ข้อความ”
จากหมอวาว
เขานิ่งไปทันที
ก่อนจะกดเปิดอย่างช้า ๆ
ข้อความสั้น ๆ ปรากฏขึ้น
“วันนี้…ไม่เขียนอะไรเหรอคะ”
บ่าวหลำยิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัว
หัวใจที่หนักเมื่อกี้
เหมือนมีใครมายกออกไปครึ่งหนึ่ง
เขามองหน้าจอ
แล้วพิมพ์ตอบกลับไป
“กำลังคิดอยู่ครับหมอ
ว่าจะเขียน…หรือจะพูดดี”
สามจุดเล็ก ๆ ปรากฏขึ้น
แปลว่าหมอกำลังพิมพ์ตอบ
หัวใจเขาเริ่มเต้นอีกครั้ง
ไม่กี่วินาทีต่อมา
ข้อความใหม่ก็เด้งขึ้นมา
“บางอย่าง…
พูดตรง ๆ
อาจจะดีกว่าเขียนนะคะ”
บ่าวหลำนิ่งไป
เขามองข้อความนั้นซ้ำ ๆ
เหมือนกำลังพยายามตีความ
นี่คือคำแนะนำของหมอ
หรือ…
คำเปิดโอกาส
—
ลมเย็นยังพัดเหมือนเดิม
แต่คืนนี้
บ่าวหลำลุกขึ้นยืนช้า ๆ
หยิบกุญแจรถ
แล้วพูดกับตัวเองเบา ๆ
“เอาวะ…
เลิกบุหรี่ยังทำได้
งั้นเรื่องนี้…ก็ต้องลอง”
เขาไม่ได้เปิด Facebook อีก
เพราะบางคำพูด
มันไม่ควรอยู่ในหน้าจอ
แต่มันควรไปอยู่
“ต่อหน้า”
ของคนที่เขาอยากบอกที่สุด
และในคืนนั้นเอง
เรื่องราวของบ่าวหลำกับหมอวาว
กำลังจะเดินไปสู่
ช่วงเวลาที่ไม่มีทางย้อนกลับได้อีก