Smart Money คือใคร? และทำไมพวกเขาถึงต้องสร้าง 'กับดัก' (Liquidity Trap) ล่อนักเทรดรายย่อย

กระทู้สนทนา
Smart Money คือใคร? และทำไมพวกเขาถึงต้องสร้าง 'กับดัก' (Liquidity Trap) ล่อให้นักเทรดรายย่อยเข้าออเดอร์ก่อนที่ราคาจะวิ่งจริง?

ในตลาดการเงินที่มีมูลค่าการซื้อขายมหาศาลอย่าง Forex คุณเคยสงสัยไหมครับว่าทำไมกราฟถึงวิ่งแรงในบางจังหวะ หรือทำไมราคาถึงสะบัดไปกิน Stop Loss ของคุณแล้วค่อยวิ่งไปในทิศทางเดิม? คำตอบอยู่ที่ผู้เล่นที่เรียกว่า "Smart Money" ครับ

พวกเขาไม่ใช่แค่นักเทรดดวงดี แต่คือกลุ่มคนที่มีอิทธิพลต่อทิศทางตลาดอย่างแท้จริง การเข้าใจว่าพวกเขาคือใครและทำไมเขาต้องสร้าง "กับดัก" ล่อรายย่อยอย่างเรา จึงเป็นกุญแจสำคัญที่จะช่วยให้คุณหยุดเป็นเหยื่อและเริ่มเทรดตามรอยเท้าของมือโปรครับ

Smart Money หมายถึงกลุ่มสถาบันการเงินขนาดใหญ่ ธนาคารระดับโลก (Central Banks) กองทุน Hedge Funds หรือสถาบันการเงินยักษ์ใหญ่ที่มีเงินทุนมหาศาลครับ กลุ่มคนเหล่านี้มีอำนาจในการขับเคลื่อนราคาได้จริง ต่างจากพวกเราที่เป็นนักเทรดรายย่อย (Retail Traders) ที่ต่อให้รวมตัวกันเทรดก็แทบไม่ส่งผลต่อกราฟเลย

ปัญหาของ Smart Money คือเมื่อเขาต้องการเปิดออเดอร์ขนาดใหญ่ เขาไม่สามารถกดซื้อหรือขายได้ทันทีในราคาเดียวเพราะ "สภาพคล่อง" (Liquidity) ในตลาดมีไม่พอครับ เขาจึงจำเป็นต้องสร้างสิ่งที่เรียกว่า "Liquidity Trap" หรือกับดักสภาพคล่องขึ้นมาเพื่อให้มีคนมาฝั่งตรงข้ามกับออเดอร์ของเขาในปริมาณที่มากพอนั่นเองครับ

กับดักเหล่านี้มักจะปรากฏในรูปแบบของแนวรับ-แนวต้านที่ดูชัดเจนมาก หรือรูปแบบกราฟ (Chart Patterns) ที่รายย่อยนิยมเทรดกัน เมื่อรายย่อยตั้งออเดอร์และวาง Stop Loss ไว้ที่จุดเหล่านั้น Smart Money จะดันราคาไปแตะจุด Stop Loss เพื่อ "กวาดสภาพคล่อง" (Liquidity Sweep) ซึ่งจะเปลี่ยนสถานะ Stop Loss ของรายย่อยให้กลายเป็นออเดอร์ฝั่งตรงข้ามที่เขาต้องการ

เช่น ถ้าเขาอยากซื้อ (Buy) มหาศาล เขาต้องทำให้คนส่วนใหญ่ยอมขาย (Sell) ออกมาก่อน ซึ่งก็คือการล่อให้คนวาง SL ฝั่ง Buy ไว้ใต้แนวรับนั่นเองครับ เมื่อเขากวาดสภาพคล่องเสร็จ ราคาจึงจะวิ่งไปในทิศทางที่แท้จริงอย่างรุนแรง การเทรดแบบ SMC จึงเน้นไปที่การมองหา "รอยเท้า" เหล่านี้ เพื่อที่เราจะได้เข้าเทรดไปพร้อมกับเขา แทนที่จะเป็นสภาพคล่องให้เขาเคี้ยวเล่นครับ

อ่านเพิ่มเติมได้ที่ : https://www.thaiforexreview.com/blog/what-is-smc-forex 
*หมายเหตุ: บทความนี้เป็นเพียงบทความให้ความรู้เท่านั้น ไม่ได้เป็นการชักชวนเพื่อลงทุนแต่อย่างใด โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่