สำหรับใครที่เทรดทองคำ (XAUUSD) มาจนเริ่มรู้สึกว่ากราฟมันวิ่งนิ่งไป หรืออยากหาตัวเลือกใหม่ที่ให้ผลตอบแทนแบบ "ติดเทอร์โบ" ผมขอแนะนำให้รู้จักกับ
XAGUSD หรือแร่เงินครับ แม้ทั้งคู่จะเป็นโลหะมีค่าเหมือนกัน แต่นิสัยการวิ่งของกราฟนั้นต่างกันคนละเรื่องเลยครับ
นักเทรดสายซิ่งหลายคนหลงรักแร่เงินเพราะความผันผวนที่รุนแรงกว่าทองคำหลายเท่าตัวในเชิงเปอร์เซ็นต์ วันนี้ผมจะพาไปดูครับว่าทำไมแร่เงินถึงถูกขนานนามว่าเป็น "ทองคำติดปีก" ที่มอบโอกาสทำกำไรได้รวดเร็วสะใจกว่าครับ
ความแตกต่างที่ชัดเจนที่สุดคือ "ขนาดของตลาด" (Market Liquidity) ครับ ตลาดทองคำมีขนาดใหญ่มากและมีสภาพคล่องสูงมหาศาล ทำให้การเคลื่อนที่ของราคาค่อนข้างมีความสม่ำเสมอ แต่สำหรับตลาดแร่เงินนั้นมีขนาดเล็กกว่าทองคำมากครับ เมื่อมีเม็ดเงินจำนวนเท่ากันไหลเข้าสู่ตลาดแร่เงิน
มันจึงส่งผลให้ราคาดีดตัวหรือร่วงลงอย่างรุนแรงกว่าทองคำหลายเท่าตัว หากทองคำวิ่ง 1% แร่เงินอาจจะวิ่งไปแล้ว 3-5% ในเวลาเดียวกัน นี่คือเหตุผลที่สายซิ่งชอบมาก เพราะหมายถึงกำไรที่โตเร็วกว่าในระยะเวลาที่สั้นกว่านั่นเองครับ
นอกจากนี้ แร่เงินยังมีสถานะเป็น "สินค้าโภคภัณฑ์เชิงอุตสาหกรรม" (Industrial Commodity) ที่เข้มข้นกว่าทองคำครับ ทองคำส่วนใหญ่ถูกใช้เป็นเครื่องประดับและทุนสำรอง แต่แร่เงินกว่า 50% ถูกนำไปใช้ในอุตสาหกรรมจริง เช่น แผงโซลาร์เซลล์ รถยนต์ไฟฟ้า และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์
ดังนั้นราคา XAGUSD จึงไม่ได้วิ่งตามแค่ค่าเงินดอลลาร์หรือดอกเบี้ยเหมือนทองคำ แต่ยังวิ่งตามความต้องการใช้สอยในภาคการผลิตของโลกด้วยครับ สภาวะนี้ทำให้แร่เงินมีความผันผวน (Volatility) สูงกว่าทองคำอย่างมาก
ใครที่ชอบกราฟที่วิ่งแรงๆ จบงานไว XAGUSD คือตัวเลือกที่ตอบโจทย์ความสะใจได้ดีกว่า XAUUSD แน่นอนครับ
อ่านเพิ่มเติมได้ที่ :
https://www.thaiforexreview.com/blog/what-is-xagusd
*หมายเหตุ: บทความนี้เป็นเพียงบทความให้ความรู้เท่านั้น ไม่ได้เป็นการชักชวนเพื่อลงทุนแต่อย่างใด โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน
XAGUSD ต่างจาก XAUUSD (ทองคำ) อย่างไร? ทำไมคนถึงบอกว่า 'แร่เงิน' วิ่งแรงและสะใจสายซิ่งมากกว่าทองคำ?
นักเทรดสายซิ่งหลายคนหลงรักแร่เงินเพราะความผันผวนที่รุนแรงกว่าทองคำหลายเท่าตัวในเชิงเปอร์เซ็นต์ วันนี้ผมจะพาไปดูครับว่าทำไมแร่เงินถึงถูกขนานนามว่าเป็น "ทองคำติดปีก" ที่มอบโอกาสทำกำไรได้รวดเร็วสะใจกว่าครับ
ความแตกต่างที่ชัดเจนที่สุดคือ "ขนาดของตลาด" (Market Liquidity) ครับ ตลาดทองคำมีขนาดใหญ่มากและมีสภาพคล่องสูงมหาศาล ทำให้การเคลื่อนที่ของราคาค่อนข้างมีความสม่ำเสมอ แต่สำหรับตลาดแร่เงินนั้นมีขนาดเล็กกว่าทองคำมากครับ เมื่อมีเม็ดเงินจำนวนเท่ากันไหลเข้าสู่ตลาดแร่เงิน
มันจึงส่งผลให้ราคาดีดตัวหรือร่วงลงอย่างรุนแรงกว่าทองคำหลายเท่าตัว หากทองคำวิ่ง 1% แร่เงินอาจจะวิ่งไปแล้ว 3-5% ในเวลาเดียวกัน นี่คือเหตุผลที่สายซิ่งชอบมาก เพราะหมายถึงกำไรที่โตเร็วกว่าในระยะเวลาที่สั้นกว่านั่นเองครับ
นอกจากนี้ แร่เงินยังมีสถานะเป็น "สินค้าโภคภัณฑ์เชิงอุตสาหกรรม" (Industrial Commodity) ที่เข้มข้นกว่าทองคำครับ ทองคำส่วนใหญ่ถูกใช้เป็นเครื่องประดับและทุนสำรอง แต่แร่เงินกว่า 50% ถูกนำไปใช้ในอุตสาหกรรมจริง เช่น แผงโซลาร์เซลล์ รถยนต์ไฟฟ้า และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์
ดังนั้นราคา XAGUSD จึงไม่ได้วิ่งตามแค่ค่าเงินดอลลาร์หรือดอกเบี้ยเหมือนทองคำ แต่ยังวิ่งตามความต้องการใช้สอยในภาคการผลิตของโลกด้วยครับ สภาวะนี้ทำให้แร่เงินมีความผันผวน (Volatility) สูงกว่าทองคำอย่างมาก
ใครที่ชอบกราฟที่วิ่งแรงๆ จบงานไว XAGUSD คือตัวเลือกที่ตอบโจทย์ความสะใจได้ดีกว่า XAUUSD แน่นอนครับ
อ่านเพิ่มเติมได้ที่ : https://www.thaiforexreview.com/blog/what-is-xagusd
*หมายเหตุ: บทความนี้เป็นเพียงบทความให้ความรู้เท่านั้น ไม่ได้เป็นการชักชวนเพื่อลงทุนแต่อย่างใด โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน