ทาง ESPN ได้ไปขอความเห็นจากผู้พิพากษาของศาลกีฬาโลกในกรณี "เซเนกัล" ถูกริบแชมป์
ผู้พิพากษา กล่าวว่า ทาง "ศาลกีฬาโลก" มีความเห็นว่าการตัดสินของกรรมการเป็นที่สุด ถ้ากรรมการตัดสินจบเกมอย่างไรก็เป็นอย่างนั้น ทาง "สมาคมฟุตบอลแอฟริกา" ไม่มีสิทธิ์มาเปลี่ยนผลในนัดชิง
"ใช่ มีทีมเดินออกจากสนาม แต่พวกเขากลับมา และทาง "โมร็อกโก" เล่นต่อจนจบโดยไม่มีการคัดค้าน"
สรุป เนื่องจากผู้มีส่วนเกี่ยวข้องโดยตรง อย่างกรรมการ และผู้เล่นโมร็อกโกได้ทำการแข่งขันต่อจนจบเกม โดยไม่มีการทักท้วง จึงถือได้ว่าเกมจบลงโดยสมบูรณ์แบบไม่มีปัญหาอะไรเกิดขึ้น
ทางผู้พิพากษาได้ยกกรณีนัดชิง "แชมเปี้ยนลีกของทวีปแอฟริกา" ปี 2019 ที่สมาคมฟุตบอลทวีปแอฟริกา ตัดสินให้แข่งนัดที่สองของคู่ชิงใหม่
เนื่องจาก Wydad AC จากโมร็อกโกเดินออกจากสนามไป 2 ชั่วโมงในนาที 59 ของเกมนัดที่สองเพราะไม่พอใจคำตัดสินที่ให้ประตูของพวกเขาเป็นลูกล้ำหน้า
สุดท้ายผู้ตัดสินจึงเป๋านกหวีดจบการแข่งขันให้ Esperance จากตูนีเซียชนะไปด้วยประตูรวม 2-1 คว้าแชมป์ไปครอง
ต่อมาทางสมาคมฟุตบอลทวีปแอฟริกาตัดสินให้แข่งเกมที่สองใหม่ในศาลอุทธรณ์ และริบแชมป์จาก Esperance
Esperance เลยยื่นเรื่องต่อศาลกีฬาโลก และมีคำตัดสินว่า Esperance คือแชมป์ CAF Champions League 2018/19
ทางผู้พิพากษาได้ย้ำอีกครั้งว่า มีเพียงผู้ตัดสินเท่านั้นที่ชี้ขาดเกมการแข่งขันได้ ไม่ว่าจะมีอะไรเกิดขึ้น มีเพียงผู้ตัดสินที่ตัดสินใจได้ว่าจะจบยังไง
ผู้พิพากษายังได้ยกกฏของการแข่งขันขึ้นมาอ้างอิงดังนี้
มาตรา 82 : ห้ามผู้เล่นละทิ้งการแข่งขันก่อนเกมจะจบโดยไม่ได้รับอนุญาตจากกรรมการ
มาตรา 83: ผู้เล่นต้องแสดงตัวในสภาพพร้อมลงเล่น ณ เวลาเริ่มแข่งขันหรือมาช้าได้ 15 นาที
มาตรา 84 : ทีมที่ทำผิดในมาตรา 82 และ 83 ต้องถูกลงโทษปรับแพ้ 0-3
ทาง "เซเนกัล" ทำผิดแค่มาตรา 82 จึงไม่สามารถตัดสินโทษตามมาตรา 84 ได้ (ในกฏใช้คำว่า and ไม่ใช่ or)
เนื่องจากเหตุผลข้างต้นถ้า "เซเนกัล" ยื่นอุทธรณ์ ก็ได้แชมป์คืนแล้ว แต่ช้าหน่อย กรณีปี 2019 คำตัดสินออกมา กันยายน 2020
ลิ้งค์คำอธิบายของผู้พิพากษาศาลกีฬาโลก
https://www.espn.com/espn/story/_/id/48238224/cas-arbitrator-raymond-hack-says-court-likely-rule-senegal-favour-afcon-final-appeal
[AFCON] ผู้พิพากษาศาลกีฬาโลก บอก "เซเนกัล" จะได้แชมป์คืนถ้าอุทธรณ์
ผู้พิพากษา กล่าวว่า ทาง "ศาลกีฬาโลก" มีความเห็นว่าการตัดสินของกรรมการเป็นที่สุด ถ้ากรรมการตัดสินจบเกมอย่างไรก็เป็นอย่างนั้น ทาง "สมาคมฟุตบอลแอฟริกา" ไม่มีสิทธิ์มาเปลี่ยนผลในนัดชิง
"ใช่ มีทีมเดินออกจากสนาม แต่พวกเขากลับมา และทาง "โมร็อกโก" เล่นต่อจนจบโดยไม่มีการคัดค้าน"
สรุป เนื่องจากผู้มีส่วนเกี่ยวข้องโดยตรง อย่างกรรมการ และผู้เล่นโมร็อกโกได้ทำการแข่งขันต่อจนจบเกม โดยไม่มีการทักท้วง จึงถือได้ว่าเกมจบลงโดยสมบูรณ์แบบไม่มีปัญหาอะไรเกิดขึ้น
ทางผู้พิพากษาได้ยกกรณีนัดชิง "แชมเปี้ยนลีกของทวีปแอฟริกา" ปี 2019 ที่สมาคมฟุตบอลทวีปแอฟริกา ตัดสินให้แข่งนัดที่สองของคู่ชิงใหม่
เนื่องจาก Wydad AC จากโมร็อกโกเดินออกจากสนามไป 2 ชั่วโมงในนาที 59 ของเกมนัดที่สองเพราะไม่พอใจคำตัดสินที่ให้ประตูของพวกเขาเป็นลูกล้ำหน้า
สุดท้ายผู้ตัดสินจึงเป๋านกหวีดจบการแข่งขันให้ Esperance จากตูนีเซียชนะไปด้วยประตูรวม 2-1 คว้าแชมป์ไปครอง
ต่อมาทางสมาคมฟุตบอลทวีปแอฟริกาตัดสินให้แข่งเกมที่สองใหม่ในศาลอุทธรณ์ และริบแชมป์จาก Esperance
Esperance เลยยื่นเรื่องต่อศาลกีฬาโลก และมีคำตัดสินว่า Esperance คือแชมป์ CAF Champions League 2018/19
ทางผู้พิพากษาได้ย้ำอีกครั้งว่า มีเพียงผู้ตัดสินเท่านั้นที่ชี้ขาดเกมการแข่งขันได้ ไม่ว่าจะมีอะไรเกิดขึ้น มีเพียงผู้ตัดสินที่ตัดสินใจได้ว่าจะจบยังไง
ผู้พิพากษายังได้ยกกฏของการแข่งขันขึ้นมาอ้างอิงดังนี้
มาตรา 82 : ห้ามผู้เล่นละทิ้งการแข่งขันก่อนเกมจะจบโดยไม่ได้รับอนุญาตจากกรรมการ
มาตรา 83: ผู้เล่นต้องแสดงตัวในสภาพพร้อมลงเล่น ณ เวลาเริ่มแข่งขันหรือมาช้าได้ 15 นาที
มาตรา 84 : ทีมที่ทำผิดในมาตรา 82 และ 83 ต้องถูกลงโทษปรับแพ้ 0-3
ทาง "เซเนกัล" ทำผิดแค่มาตรา 82 จึงไม่สามารถตัดสินโทษตามมาตรา 84 ได้ (ในกฏใช้คำว่า and ไม่ใช่ or)
เนื่องจากเหตุผลข้างต้นถ้า "เซเนกัล" ยื่นอุทธรณ์ ก็ได้แชมป์คืนแล้ว แต่ช้าหน่อย กรณีปี 2019 คำตัดสินออกมา กันยายน 2020
ลิ้งค์คำอธิบายของผู้พิพากษาศาลกีฬาโลก
https://www.espn.com/espn/story/_/id/48238224/cas-arbitrator-raymond-hack-says-court-likely-rule-senegal-favour-afcon-final-appeal