No Brand เป็นร้านที่คอนเซ็ปต์ชัดมาก คือขายสินค้า “ไม่มีแบรนด์” ทุกอย่างจะใช้ชื่อ No Brand เหมือนกันหมด
จุดเด่น
- แพ็คเกจจิ้งโทน
เหลือง-ดำ เรียบ ๆ
- เน้น
คุณภาพ + ใช้งานจริง
- และที่สำคัญคือ
ราคาจับต้องได้
+ ของที่ขายก็มีแทบทุกอย่างในชีวิตประจำวันเลย ทั้งของกิน ของใช้ ของในบ้าน ไปจนถึงของไลฟ์สไตล์ เช่น มันฝรั่งทอดกระป๋อง คุกกี้ช็อกโกแลตชิป หรือพวกเครื่องใช้ไฟฟ้าเล็ก ๆ อย่างหม้อทอดไร้น้ำมัน
+ โมเดลนี้ในเกาหลีถือว่าประสบความสำเร็จมาก มีสาขามากกว่า 270 แห่ง และเริ่มขยายไปต่างประเทศแล้วด้วย
+ สำหรับในไทย ตอนนี้ได้
Central Food Retail (เครือเดียวกับ Tops) เป็นคนพาเข้ามา โดยจะมีสินค้ากว่า 2,200 รายการ
ซึ่งจริง ๆ สินค้า No Brand ที่เคยขายใน Tops ก่อนหน้านี้ก็กระแสค่อนข้างดี โตถึง 1.5 เท่าเลย
No Brand จะตีตลาดคนไทยได้ไหม?
- เพราะบ้านเราก็มีทั้ง
- ร้านญี่ปุ่นอย่าง MUJI
- ร้านสายคุ้มค่าอย่าง Daiso
- รวมถึง Private Brand ของห้างเอง
การแข่งขันค่อนข้างสูงพอสมควร
👉 จุดแข็งคือ “ถูก + ดี + มินิมอล”
👉 แต่จุดท้าทายคือ “คนไทยติดแบรนด์ + ตัวเลือกเยอะมาก”
ที่มา
Brand Inside
No Brand ร้านของกินของใช้ชื่อดังจากเกาหลี มาเปิดในไทยแล้ว!
จุดเด่น
- แพ็คเกจจิ้งโทน เหลือง-ดำ เรียบ ๆ
- เน้น คุณภาพ + ใช้งานจริง
- และที่สำคัญคือ ราคาจับต้องได้
+ ของที่ขายก็มีแทบทุกอย่างในชีวิตประจำวันเลย ทั้งของกิน ของใช้ ของในบ้าน ไปจนถึงของไลฟ์สไตล์ เช่น มันฝรั่งทอดกระป๋อง คุกกี้ช็อกโกแลตชิป หรือพวกเครื่องใช้ไฟฟ้าเล็ก ๆ อย่างหม้อทอดไร้น้ำมัน
+ โมเดลนี้ในเกาหลีถือว่าประสบความสำเร็จมาก มีสาขามากกว่า 270 แห่ง และเริ่มขยายไปต่างประเทศแล้วด้วย
+ สำหรับในไทย ตอนนี้ได้ Central Food Retail (เครือเดียวกับ Tops) เป็นคนพาเข้ามา โดยจะมีสินค้ากว่า 2,200 รายการ
ซึ่งจริง ๆ สินค้า No Brand ที่เคยขายใน Tops ก่อนหน้านี้ก็กระแสค่อนข้างดี โตถึง 1.5 เท่าเลย
No Brand จะตีตลาดคนไทยได้ไหม?
- เพราะบ้านเราก็มีทั้ง
- ร้านญี่ปุ่นอย่าง MUJI
- ร้านสายคุ้มค่าอย่าง Daiso
- รวมถึง Private Brand ของห้างเอง
การแข่งขันค่อนข้างสูงพอสมควร
👉 จุดแข็งคือ “ถูก + ดี + มินิมอล”
👉 แต่จุดท้าทายคือ “คนไทยติดแบรนด์ + ตัวเลือกเยอะมาก”
ที่มา Brand Inside