ฝันร้ายฮันนีมูน คู่รักจัดงานแต่งในมัลดีฟส์ ก่อนติดค้างออกจากประเทศไม่ได้เกือบ 3 สัปดาห์ หลังตั๋วเครื่องบินหายาก ค่าใช้จ่ายพุ่งกว่า 2 แสน
วันที่ 17 มี.ค. 69 เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันเกิดขึ้นกับคู่รักชาวต่างชาติที่ตั้งใจไปจัดงานแต่งงานและฮันนีมูนสุดโรแมนติกที่มัลดีฟส์ แต่กลับต้องเผชิญฝันร้าย เมื่อติดค้างอยู่นานเกือบ 3 สัปดาห์
เนื่องจากเที่ยวบินถูกยกเลิกต่อเนื่อง จากสถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลาง ส่งผลให้ค่าใช้จ่ายบานปลายหลายแสนบาท
ไซโมนา มูซู และดีน ชีเพียร์ส คู่รักชาวแอฟริกาใต้ที่อาศัยอยู่ในอัมสเตอร์ดัม เดินทางถึงมัลดีฟส์เมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ เพื่อจัดพิธีแต่งงานริมชายหาดสุดหรู พร้อมบรรยากาศโรแมนติกทั้งดนตรีสดและกลีบกุหลาบ
อย่างไรก็ตาม ในวันเดินทางกลับ ทั้งคู่พบว่าเที่ยวบินถูกยกเลิกแบบไม่ทันตั้งตัว และหลังจากนั้นเที่ยวบินของพวกเขาถูกเลื่อนและยกเลิกรวมถึง 5 ครั้ง ทำให้ไม่สามารถเดินทางออกจากประเทศได้ตามกำหนด
ระหว่างติดค้าง ทั้งสองต้องทำงานทางไกล พร้อมใช้เวลาหลายชั่วโมงต่อวันในการค้นหาตั๋วเครื่องบินใหม่ แต่กลับพบว่า ราคาตั๋วเที่ยวเดียวพุ่งสูงถึงกว่า 3,000 ดอลลาร์สหรัฐหรือราว 98,000 บาท บางเส้นทางต้องต่อเครื่องหลายครั้ง ใช้เวลานานถึง 56 ชั่วโมง บางเที่ยวบินถูกจองเต็มภายในไม่กี่วินาที
แม้รีสอร์ตจะมีส่วนลดให้ผู้โดยสารที่ติดค้าง แต่ค่าที่พักคืนละประมาณ 1,500 ดอลลาร์สหรัฐหรือราว 48,700 บาท ซึ่งถือว่าสูงเกินไป ทำให้ทั้งคู่ต้องย้ายไปพักที่เกาะมาฟูชิ และเปลี่ยนที่พักถึง 3 แห่ง ก่อนจะเจอโรงแรมราคาประมาณคืนละ 200 ดอลลาร์สหรัฐหรือราว 6,500 บาท
แม้รัฐบาลแอฟริกาใต้จะมีเที่ยวบินอพยพพลเมือง แต่ทั้งคู่ไม่เลือกใช้ เนื่องจากไม่มั่นใจว่าจะช่วยเหลือผู้ที่อาศัยอยู่ต่างประเทศได้หรือไม่
จนผ่านไปราว 2 สัปดาห์ ค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมของทั้งคู่พุ่งสูงถึง 5,800–7,000 ดอลลาร์สหรัฐหรือราว 2.1-2.53 แสนบาท โดยหวังว่าประกันการเดินทางจะช่วยครอบคลุมค่าใช้จ่ายบางส่วน
หลังพยายามอยู่นานกว่า 2 สัปดาห์ ทั้งคู่สามารถจองตั๋วเครื่องบินได้สำเร็จ โดยออกเดินทางในวันที่ 13 มีนาคม ราคาตั๋วประมาณ 980 ดอลลาร์สหรัฐหรือราว 32,000 บาทต่อคน
การเดินทางใช้เวลารวม 25 ชั่วโมง แม้จะรู้สึกกังวลกับการบินผ่านพื้นที่ตะวันออกกลาง แต่ทั้งคู่ยืนยันว่า “อยากกลับบ้านมากที่สุด”
ข้อมูลจากบริษัทวิเคราะห์การบินระบุว่า หลังเกิดความขัดแย้งในตะวันออกกลาง มีเที่ยวบินถูกยกเลิกแล้วกว่า 52,000 เที่ยว ส่งผลกระทบผู้โดยสารเกือบ 6 ล้านคน ถือเป็นวิกฤตการเดินทางครั้งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่การแพร่ระบาดของโควิด-19

ขอบคุณที่มา CNN...
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ :
https://www.khaosod.co.th/around-the-world-news/news_10174457
ฝันร้ายฮันนีมูน คู่รักจัดงานแต่งในมัลดีฟส์ ติดค้างออกจากประเทศไม่ได้
วันที่ 17 มี.ค. 69 เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันเกิดขึ้นกับคู่รักชาวต่างชาติที่ตั้งใจไปจัดงานแต่งงานและฮันนีมูนสุดโรแมนติกที่มัลดีฟส์ แต่กลับต้องเผชิญฝันร้าย เมื่อติดค้างอยู่นานเกือบ 3 สัปดาห์
เนื่องจากเที่ยวบินถูกยกเลิกต่อเนื่อง จากสถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลาง ส่งผลให้ค่าใช้จ่ายบานปลายหลายแสนบาท
ไซโมนา มูซู และดีน ชีเพียร์ส คู่รักชาวแอฟริกาใต้ที่อาศัยอยู่ในอัมสเตอร์ดัม เดินทางถึงมัลดีฟส์เมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ เพื่อจัดพิธีแต่งงานริมชายหาดสุดหรู พร้อมบรรยากาศโรแมนติกทั้งดนตรีสดและกลีบกุหลาบ
อย่างไรก็ตาม ในวันเดินทางกลับ ทั้งคู่พบว่าเที่ยวบินถูกยกเลิกแบบไม่ทันตั้งตัว และหลังจากนั้นเที่ยวบินของพวกเขาถูกเลื่อนและยกเลิกรวมถึง 5 ครั้ง ทำให้ไม่สามารถเดินทางออกจากประเทศได้ตามกำหนด
ระหว่างติดค้าง ทั้งสองต้องทำงานทางไกล พร้อมใช้เวลาหลายชั่วโมงต่อวันในการค้นหาตั๋วเครื่องบินใหม่ แต่กลับพบว่า ราคาตั๋วเที่ยวเดียวพุ่งสูงถึงกว่า 3,000 ดอลลาร์สหรัฐหรือราว 98,000 บาท บางเส้นทางต้องต่อเครื่องหลายครั้ง ใช้เวลานานถึง 56 ชั่วโมง บางเที่ยวบินถูกจองเต็มภายในไม่กี่วินาที
แม้รีสอร์ตจะมีส่วนลดให้ผู้โดยสารที่ติดค้าง แต่ค่าที่พักคืนละประมาณ 1,500 ดอลลาร์สหรัฐหรือราว 48,700 บาท ซึ่งถือว่าสูงเกินไป ทำให้ทั้งคู่ต้องย้ายไปพักที่เกาะมาฟูชิ และเปลี่ยนที่พักถึง 3 แห่ง ก่อนจะเจอโรงแรมราคาประมาณคืนละ 200 ดอลลาร์สหรัฐหรือราว 6,500 บาท
แม้รัฐบาลแอฟริกาใต้จะมีเที่ยวบินอพยพพลเมือง แต่ทั้งคู่ไม่เลือกใช้ เนื่องจากไม่มั่นใจว่าจะช่วยเหลือผู้ที่อาศัยอยู่ต่างประเทศได้หรือไม่
จนผ่านไปราว 2 สัปดาห์ ค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมของทั้งคู่พุ่งสูงถึง 5,800–7,000 ดอลลาร์สหรัฐหรือราว 2.1-2.53 แสนบาท โดยหวังว่าประกันการเดินทางจะช่วยครอบคลุมค่าใช้จ่ายบางส่วน
หลังพยายามอยู่นานกว่า 2 สัปดาห์ ทั้งคู่สามารถจองตั๋วเครื่องบินได้สำเร็จ โดยออกเดินทางในวันที่ 13 มีนาคม ราคาตั๋วประมาณ 980 ดอลลาร์สหรัฐหรือราว 32,000 บาทต่อคน
การเดินทางใช้เวลารวม 25 ชั่วโมง แม้จะรู้สึกกังวลกับการบินผ่านพื้นที่ตะวันออกกลาง แต่ทั้งคู่ยืนยันว่า “อยากกลับบ้านมากที่สุด”
ข้อมูลจากบริษัทวิเคราะห์การบินระบุว่า หลังเกิดความขัดแย้งในตะวันออกกลาง มีเที่ยวบินถูกยกเลิกแล้วกว่า 52,000 เที่ยว ส่งผลกระทบผู้โดยสารเกือบ 6 ล้านคน ถือเป็นวิกฤตการเดินทางครั้งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่การแพร่ระบาดของโควิด-19
ขอบคุณที่มา CNN...
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : https://www.khaosod.co.th/around-the-world-news/news_10174457