สวัสดีครับ ผมชื่อเปา อายุ 23 ปี
จบปริญญาตรี คณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาเมคาทรอนิกส์ (เด็ก #64)
ตอนนี้เรียนจบมาได้เกือบ 1 ปีแล้วครับ
แต่จนถึงตอนนี้…ผมก็ยังอะไรเป็นชิ้นเป็นอันเลยครับ
ช่วงแรกๆ ตอนจบมาผมก็หางานงานเหมือนเด็กจบใหม่เหมือนทุกๆ ครับ
หางานอยู่ประมาณ 1- 2 เดือน ก็เลยคิดขึ้นได้ว่า ลุงที่รู้จักเปิดบริษัทเกี่ยวกับการเขียนโปรแกรม
ผมก็เลยรวบรวมความกล้าที่จะไปสอบถามเกี่ยวกับเรื่องงาน
ต้องบอกก่อนนะครับ ความสัมพันธ์ผมกับลุงคือไม่รู้จักกันเลย
แต่ผมรู้จักกับเมียลุงครับ เพราะว่าเป็นญาติกัน
ผมไปสอบถามว่าบริษัททำเกี่ยวกับอะไร ผมพอทำงานด้วยได้มั้ย
ลุง: บริษัททำเกี่ยวกับ scada นะ เขียนโค๊ด ทำโปรแกรม ควบคุมอุปกรณ์ lot แล้วเรียนจบอะไรมา
ผม: จบวิศวะแมคคา ครับ เกี่ยวกับระบบโรงงานควบคุม,ออกแบบเครื่องจักร
ลุง: แล้วเขียนโปรแกรมเป็นมั้ย
ผม: พอเขียนภาษา C++ ได้ครับ
ลุง: ที่นี่ใช้โปรแกรม Delphi เขียนโค๊ตนะ พื้นฐานคล้ายๆ ภาษา C++ เลย
ก็มีการตกลงเงินเดือนกัน ผมบอกว่าค่าแรงขั้นต่ำครับ
แกก็ว่า 5หมื่น ก็ให้ได้ถ้าทำงานเป็น (แกคุยโวมาก)
จากนั้นแกก็ว่าจะรับเข้าทำงานแล้วกัน (แต่ก็ไม่ได้เซ็นใบสมัครอะไรนะ ตอนนั้นผมก็เอะใจแล้วล่ะ)
หลังจากที่ลุงว่ารับเข้าทำงานก็ลงโปรแกรมไปลองใช้เล่น
ผมก็พยายามหาข้อมูลเกี่ยวกับโปรแกรมนั้นว่า เขียนยังไง ใช้ยังไง
ผมก็เข้าไปหาแกอยู่เป็นระยะ เพราะเป็นบริษัทส่วนตัว ไม่มีงานก็ไม่มีคนเข้าบริษัท
หลังจากนั้นระยะนึงก็ได้ไปออกหน้างานต่างจังหวัด พอแกกลับมาได้ 2 - 3 วัน ผมก็เข้าไปหา
เพราะแกเคยพูดว่าจะให้ทำโปรแกรมเก็บเงินบริษัท
พอเข้าไปแกก็ถามคำถามนึงว่า เปาจะไปทำงานที่อื่นมั้ย ที่ว่าวิศวโรงงานอะไรนั่น
อยู่ที่นี่ไม่มีคนสอนงาน พร้อมเสนอเงิน 18,000 ผมนี่จุกเลย ผมก็ปฏิเสธเงินก้อนนั้นไป แล้วก็ไม่กลับไปอีก
(ตอนที่อยู่กับแก ก็เป็นอะไรที่อึดอัดมาก พลัง toxic Lv.Max แบบลุ่ยเจี๋ย ด้อยค่าฉ่ำ ปล.แต่ถ้าผมได้อยู่ทำงานด้วยก็ทนได้ จิ๊บๆ)
พอออกจากที่นั้นก็รู้สึกแล้วก็กลัวการทำงาน เคว้งมาก จุกมาก นี่กูตกงานตั้งแต่ยังไม่เริ่มหรอ
อยู่มาระยะนึงก็เลยตัดสินใจสมัครงานโลตัสทำเพราะ อยากมีเงินไว้กินไว้ใช้ ไม่อยากขอทางบ้าน
ทำได้ 2 เดือน ผมก็ไปเรียนภาษาเกาหลีเพื่อสมัครสอบไปทำงานE9
แต่เรียนได้ 28 วัน ก็ไปสอบเพราะไม่ได้คิดว่าจะอยากไปทำงานต่างประเทศ (สมัครสอบแล้วสมัครเรียนเดือนเดียว)
ผลการสอบได้ 105/200 ผ่าน 115 ขึ้นไป
ยิ่งทำให้ผมจมกับความล้มเหลวอีก //จังหวะชีวิตน้ออ😞
หลังจากนั้นผมก็เลยลองไปวิ่งแกร็บดู เพราะเพื่อนชวนสมัยเรียนว่าเงินดี อยากลองวิ่งดู ก็รู้สึกว่าไม่คุ้ม
ต่อมาก็มีประกาศรับสมัครไปทำงานอิศราเอล ผมก็สมัครทิ้งไว้แล้วแต่ไม่รู้จะโดนเรียกตัวตอนไหน
ช่วงนี้พี่ทรัมป์ก็ออกข่าวกับอิหร่าน แบบหัวใจวายเหมือนกัน
ปัจจุบันหลังจากที่ผมจบมา ก็ประมาณ 1 ปี รู้สึกว่าตัวเองหลงทาง
ผมมีความรู้สึกว่าอยากกลับไปทำงานเกี่ยวกับสิ่งที่ตัวเองเรียน
แต่ก็ไม่รู้ว่าจะมีบริษัทไหนอยากรับเข้าทำงานมั้ย เพราะอาจจะมองว่า สกิลถดถอย
ตอนเรียนก็ โควิด
จบมาก็แผ่นดินไหว
จะเติบโตทำงานก็สงคราม
การแสดงอิทธิฤทธิ์ ของเด็ก 64 จริงๆ
ถ้าใครอ่านมาถึงตรงนี้
ขอบคุณมาก ๆ เลยนะครับที่รับฟัง
ผมอยากถามทุกคนจริง ๆ ว่า
มีใครเคยหลงทางแบบผมไหม
แล้วสุดท้าย…พากลับมายืนได้ยังไงครับ
และก็ขอเป็นกำลังใจให้ทุกคนที่กำลังเจอช่วงขาลงของชีวิตเหมือนกันนะครับ
ปล. - ที่ผมตัดสินใจสมัครทำงานต่างประเทศเป็นเพราะฐานะทางบ้านอยู่ระดับปานกลาง
พ่อเป็นแรงงานต่างประเทศหาเงินให้ครอบครัวทางเดียว ถ้าเกิดพ่อป่วยได้กลับบ้าน
ผมก็กลัวว่าการเงินที่บ้านจะขัดข้อง เพราะยังมีน้องที่เรียนอยู่
- ส่วนตัวผมก็ไม่ได้งมงายนะ แต่ผมก็อดคิดไม่ได้ว่ามันเกี่ยวกับ เบญจเพส ช่วงอายุผมป่าว
ทำอะไรก็รู้สึกว่าติดขัด สับสน วุ่นวานไปหมด ตอนได้งานผมอายุ 23 พ.ค ก็จะ 24
ก็หวังไว้นิดๆว่า หลัง 24 ทุกอย่างในชีวิตจะดีขึ้น
จากเด็กจบใหม่ที่มีความหวัง…สู่คนที่ยังหาทางตัวเองไม่เจอ
จบปริญญาตรี คณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาเมคาทรอนิกส์ (เด็ก #64)
ตอนนี้เรียนจบมาได้เกือบ 1 ปีแล้วครับ
แต่จนถึงตอนนี้…ผมก็ยังอะไรเป็นชิ้นเป็นอันเลยครับ
ช่วงแรกๆ ตอนจบมาผมก็หางานงานเหมือนเด็กจบใหม่เหมือนทุกๆ ครับ
หางานอยู่ประมาณ 1- 2 เดือน ก็เลยคิดขึ้นได้ว่า ลุงที่รู้จักเปิดบริษัทเกี่ยวกับการเขียนโปรแกรม
ผมก็เลยรวบรวมความกล้าที่จะไปสอบถามเกี่ยวกับเรื่องงาน
ต้องบอกก่อนนะครับ ความสัมพันธ์ผมกับลุงคือไม่รู้จักกันเลย
แต่ผมรู้จักกับเมียลุงครับ เพราะว่าเป็นญาติกัน
ผมไปสอบถามว่าบริษัททำเกี่ยวกับอะไร ผมพอทำงานด้วยได้มั้ย
ลุง: บริษัททำเกี่ยวกับ scada นะ เขียนโค๊ด ทำโปรแกรม ควบคุมอุปกรณ์ lot แล้วเรียนจบอะไรมา
ผม: จบวิศวะแมคคา ครับ เกี่ยวกับระบบโรงงานควบคุม,ออกแบบเครื่องจักร
ลุง: แล้วเขียนโปรแกรมเป็นมั้ย
ผม: พอเขียนภาษา C++ ได้ครับ
ลุง: ที่นี่ใช้โปรแกรม Delphi เขียนโค๊ตนะ พื้นฐานคล้ายๆ ภาษา C++ เลย
ก็มีการตกลงเงินเดือนกัน ผมบอกว่าค่าแรงขั้นต่ำครับ
แกก็ว่า 5หมื่น ก็ให้ได้ถ้าทำงานเป็น (แกคุยโวมาก)
จากนั้นแกก็ว่าจะรับเข้าทำงานแล้วกัน (แต่ก็ไม่ได้เซ็นใบสมัครอะไรนะ ตอนนั้นผมก็เอะใจแล้วล่ะ)
หลังจากที่ลุงว่ารับเข้าทำงานก็ลงโปรแกรมไปลองใช้เล่น
ผมก็พยายามหาข้อมูลเกี่ยวกับโปรแกรมนั้นว่า เขียนยังไง ใช้ยังไง
ผมก็เข้าไปหาแกอยู่เป็นระยะ เพราะเป็นบริษัทส่วนตัว ไม่มีงานก็ไม่มีคนเข้าบริษัท
หลังจากนั้นระยะนึงก็ได้ไปออกหน้างานต่างจังหวัด พอแกกลับมาได้ 2 - 3 วัน ผมก็เข้าไปหา
เพราะแกเคยพูดว่าจะให้ทำโปรแกรมเก็บเงินบริษัท
พอเข้าไปแกก็ถามคำถามนึงว่า เปาจะไปทำงานที่อื่นมั้ย ที่ว่าวิศวโรงงานอะไรนั่น
อยู่ที่นี่ไม่มีคนสอนงาน พร้อมเสนอเงิน 18,000 ผมนี่จุกเลย ผมก็ปฏิเสธเงินก้อนนั้นไป แล้วก็ไม่กลับไปอีก
(ตอนที่อยู่กับแก ก็เป็นอะไรที่อึดอัดมาก พลัง toxic Lv.Max แบบลุ่ยเจี๋ย ด้อยค่าฉ่ำ ปล.แต่ถ้าผมได้อยู่ทำงานด้วยก็ทนได้ จิ๊บๆ)
พอออกจากที่นั้นก็รู้สึกแล้วก็กลัวการทำงาน เคว้งมาก จุกมาก นี่กูตกงานตั้งแต่ยังไม่เริ่มหรอ
อยู่มาระยะนึงก็เลยตัดสินใจสมัครงานโลตัสทำเพราะ อยากมีเงินไว้กินไว้ใช้ ไม่อยากขอทางบ้าน
ทำได้ 2 เดือน ผมก็ไปเรียนภาษาเกาหลีเพื่อสมัครสอบไปทำงานE9
แต่เรียนได้ 28 วัน ก็ไปสอบเพราะไม่ได้คิดว่าจะอยากไปทำงานต่างประเทศ (สมัครสอบแล้วสมัครเรียนเดือนเดียว)
ผลการสอบได้ 105/200 ผ่าน 115 ขึ้นไป
ยิ่งทำให้ผมจมกับความล้มเหลวอีก //จังหวะชีวิตน้ออ😞
หลังจากนั้นผมก็เลยลองไปวิ่งแกร็บดู เพราะเพื่อนชวนสมัยเรียนว่าเงินดี อยากลองวิ่งดู ก็รู้สึกว่าไม่คุ้ม
ต่อมาก็มีประกาศรับสมัครไปทำงานอิศราเอล ผมก็สมัครทิ้งไว้แล้วแต่ไม่รู้จะโดนเรียกตัวตอนไหน
ช่วงนี้พี่ทรัมป์ก็ออกข่าวกับอิหร่าน แบบหัวใจวายเหมือนกัน
ปัจจุบันหลังจากที่ผมจบมา ก็ประมาณ 1 ปี รู้สึกว่าตัวเองหลงทาง
ผมมีความรู้สึกว่าอยากกลับไปทำงานเกี่ยวกับสิ่งที่ตัวเองเรียน
แต่ก็ไม่รู้ว่าจะมีบริษัทไหนอยากรับเข้าทำงานมั้ย เพราะอาจจะมองว่า สกิลถดถอย
ตอนเรียนก็ โควิด
จบมาก็แผ่นดินไหว
จะเติบโตทำงานก็สงคราม
การแสดงอิทธิฤทธิ์ ของเด็ก 64 จริงๆ
ถ้าใครอ่านมาถึงตรงนี้
ขอบคุณมาก ๆ เลยนะครับที่รับฟัง
ผมอยากถามทุกคนจริง ๆ ว่า
มีใครเคยหลงทางแบบผมไหม
แล้วสุดท้าย…พากลับมายืนได้ยังไงครับ
และก็ขอเป็นกำลังใจให้ทุกคนที่กำลังเจอช่วงขาลงของชีวิตเหมือนกันนะครับ
ปล. - ที่ผมตัดสินใจสมัครทำงานต่างประเทศเป็นเพราะฐานะทางบ้านอยู่ระดับปานกลาง
พ่อเป็นแรงงานต่างประเทศหาเงินให้ครอบครัวทางเดียว ถ้าเกิดพ่อป่วยได้กลับบ้าน
ผมก็กลัวว่าการเงินที่บ้านจะขัดข้อง เพราะยังมีน้องที่เรียนอยู่
- ส่วนตัวผมก็ไม่ได้งมงายนะ แต่ผมก็อดคิดไม่ได้ว่ามันเกี่ยวกับ เบญจเพส ช่วงอายุผมป่าว
ทำอะไรก็รู้สึกว่าติดขัด สับสน วุ่นวานไปหมด ตอนได้งานผมอายุ 23 พ.ค ก็จะ 24
ก็หวังไว้นิดๆว่า หลัง 24 ทุกอย่างในชีวิตจะดีขึ้น