Number One นับหนึ่งถึงมื้อแม่.. หนังเกาหลีแนวแฟนตาซี ที่ทำให้ "มื้อข้าว" มีความหมายกว่าที่เคย



ฮามิน (Choi Woo-Shik) เด็กหนุ่มที่วันเกิดของเขา คือ วันตายของพ่อ ได้เกิดสิ่งประหลาดขึ้นกับตัวเองในปีที่พี่ชายคนเดียวของเขาเสียชีวิตจากอุบัติเหตุระหว่างเดินทางไปสอบเข้ามหาวิทยาลัย ฮามินเสียใจมาก เขาพร่ำโทษแม่ของตัวเองว่ามัวแต่ป้อนข้าวพี่ชาย ทำให้พี่ชายเสียเวลาจนต้องรีบวิ่งไปสอบจนเกิดอุบัติเหตุ และแล้ววันหนึ่งที่เขากินกับข้าวฝีมือแม่ เขาก็ได้เห็นตัวเลขประหลาด ที่จำนวนของมันจะลดน้อยลงทุกครั้งที่เขาได้กินกับข้าวฝีมือแม่ ตอนแรกเขาก็ไม่เข้าใจว่ามันคืออะไร แต่ภายหลังพ่อที่ตายไปแล้วของเขาได้มาเข้าฝัน และบอกว่าตัวเลขที่แสดงนั้น หากมันลดลงจนถึง 0 นั่นหมายถึงแม่ของเขาจะต้องตาย

ฮามิน จะทำอย่างไรกับเหตุการณ์นี้ ที่จะต้องเซฟชีวิตแม่ไว้ไม่ให้ตาย การพยายามหลีกเลี่ยงการกินอาหารฝีมือแม่จะได้ผลมั้ย หรือแม้แต่การเลือกที่จะไปเรียนไกลถึงกรุงโซล (บ้านครอบครัวฮามินอยู่ที่ปูซาน) เพื่อจะได้ไม่ต้องกินอาหารฝีมือแม่ หนุ่มน้อยฮามินที่เติบโตเข้าสู่วัยทำงาน จะทำอย่างไรกับเรื่องนี้ ในวันที่เขาไม่ได้มีแค่ตัวเอง หากแต่ รยออึน (Gong Seung-Yeon) แฟนสาวของเขาได้เข้ามาในชีวิต และผูกสัมพันธ์กับแม่ของเขาด้วยเช่นกัน

ความรู้สึกหลังดูหนังจบ คือ ซูฮกทีมงานในวงการบันเทิงเกาหลีเขาจริง ๆ ทั้งหนังเอย ซีรี่ส์เอย เพลงเอย ต่าง ๆ นานา คือ ยอมแล้ว จขกท. เคยบอกว่าเกาหลีเขาเก่งจริง ๆ พล็อตแบบไหน เนื้อเรื่องยังไง เขาสามารถทำให้หนังออกมาสนุกได้หมดเลย เรื่องนี้ก็เช่นกัน คิดได้ยังไงพล็อตแบบนี้ สุดจินตนาการมาก (จขกท. บอกเลยว่าตอนนี้วงการบันเทิงโดยเฉพาะหนังเอเชีย จากเกาหลี อินเดีย และญี่ปุ่น นั้น มีความครีเอทีฟในการออกแบบพล็อตและโครงเรื่องที่ล้ำออกไปอีกขั้นนึงแล้ว)

จขกท. ขอนิยามหนังเรื่องนี้ว่า "หนังเศร้าเคล้าน้ำตาล" คือ หนังมู้ดแอนด์โทนที่มีความฟีลกู้ด มีการสอดแทรกมุกตลก หากแต่เนื้อหาจริง ๆ ของหนังกลับไม่เบาเลย การพยายามตั้งคำถามกับสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นประจำทุกวัน จนเราเองแทบไม่เห็นคุณค่า อย่างเช่น มื้ออาหารที่แม่ทำให้เรากินวันละ 3 มื้อมาตลอดตั้งแต่เกิดจนโต เรากินเป็นประจำ โดยบางทีลืมที่จะใส่ใจเบื้องหลังที่มาของอาหารมื้อนั้น ๆ รวมถึงลืมใส่ใจคนทำอาหาร ซึ่งก็คือแม่ด้วยหรือเปล่า

ความจริง จขกท. ตีความว่าตัวเลขที่ลดลงเมื่อพระเอกกินอาหารฝีมือแม่นั้น มันไม่ใช่จำนวนมื้อที่พระเอกได้กิน แต่มันคือสัญญะที่กล่าวถึง "อายุของแม่" ที่ลดลงไปเรื่อย ๆ ทุก ๆ วัน โดยการที่เรามองข้ามความสำคัญของมื้ออาหารที่แม่ทำให้กิน ก็เหมือนกับการมองข้ามอายุของแม่ที่ลดลง แก่ลงไปเรื่อย ๆ ในทุก ๆ วันเช่นกัน หนังเล่าเรื่องความสัมพันธ์ของแม่คนนึงกับลูกชายที่เหลืออยู่คนเดียวของเธอ หนังแสดงให้เห็นว่าเมื่อเวลาผ่านไป เราต่างโตขึ้น มีชีวิตของตัวเอง แยกตัวออกไปใช้ชีวิตแบบที่อยากเป็น มีความรักกับคนรักแบบที่ตัวเองต้องการ แต่เราได้หลงลืมใครสักคนที่ยังรอเราอยู่ที่ใดที่หนึ่ง รอเราด้วยความโดดเดี่ยว กับร่างกายที่ทรุดโทรมลงไปเรื่อย ๆ เพียงหวังให้ได้ยินข่าวว่าเราสุขสบายดี หรือรอให้เรากลับมากินข้าวฝีมือเธอเพียงนาน ๆ ครั้งก็ยังดี

จขกท. ชอบหนังที่ฉลาดจะผูกประเด็นความสัมพันธ์ระหว่างแม่ - ลูกชาย - แฟนสาวของลูกชาย ให้ภาพที่ออกมามีทั้งความอบอุ่น ขัดแย้ง และเหงาเศร้า ได้ในปมเดียวกัน โดยเอาความแฟนตาซีเรื่องตัวเลขขึ้นมาเป็นประเด็นเงื่อนไขในการเดินเรื่องของหนัง ซึ่งนักแสดงทั้ง 3 คน ก็มีเคมีที่เข้ากันได้ดี ทำให้ จขกท. เชื่อในความสัมพันธ์ของทั้ง 3 คนอย่างจริง ๆ หากแต่หนังก็ยังมีจุดที่ถือว่าเป็นข้อด้อยหน่อย ๆ สำหรับ จขกท. อย่างเช่น การตัดต่อ ที่หนังมักตัดสลับพาร์ทอดีตกับปัจจุบันค่อนข้างมาก และเป็นการตัดแบบเป็นห้วง ๆ ทำให้บางครั้ง จขกท. อาจจะงงกับเหตุการณ์ไปบ้าง รวมทั้งการดำเนินเรื่องที่บางเหตุการณ์มันเกิดซ้ำบ่อยจนเกินไป ทำให้มันเหมือนหนังไม่ค่อยเดินไปข้างหน้าในบางช่วงบ้าง (เช่นเหตุการณ์ความขัดแย้งทางความสัมพันธ์ระหว่างพระเอกกับแฟนสาว) แต่อย่างไรก็ดีมันไม่ใช่รอยแผลที่ใหญ่โตอะไร

สรุปว่า Number One นับหนึ่งถึงมื้อแม่ เป็นหนังเกาหลีแนวแฟนตาซีที่น่าดูมาก หนังมีความครบรส อบอุ่น ฟีลกู้ด เศร้า เหงา โรแมนติก ตลก แถมยังให้ข้อคิดดี ๆ เกี่ยวกับเรื่องครอบครัวและความรักให้กับคนสมัยใหม่ ที่ต้องมีชีวิตแบบปากกัดตีนถีบ จนลืมที่จะบาลานซ์ความสัมพันธ์กับคนในครอบครัวและคนรัก หลังดูหนังจบคุณอาจจะอยากกลับบ้านไปกินข้าวกับแม่ ส่วนใครที่มีคนรัก ก็คงอยากพาคนรักไปกินข้าวกับแม่สักมื้อด้วยเช่นกัน ดูจากโปรแกรมแล้ว วีคหน้าหนังยังติดโรงอยู่ รีบไปดูกันนะครับ.. ของดีบุ๋มก็บอกว่าดี 555

ปล. ไม่น่าเชื่อว่า Choi Woo-Shik มีอายุ 35 ปีแล้ว (ดูมาตั้งแต่ Train to Busan ปี 2016 และ Parasite ปี 2019) ฮีหน้าเด็กมาก เรียกว่า อายุ 35 แต่หน้า ม.ต้น ของแทร่ ใครมีเคล็ดลับหน้าเด็กของชาวเกาหลีช่วยบอกต่อเอาบุญด้วยครับ 555

ใครที่ไปดูมาแล้วบ้าง คิดเห็นอย่างไรมาแชร์ความรู้สึกกันได้ครับ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่