ในทางธรรม การเปรียบเทียบนี้เห็นภาพชัดมากครับ ระหว่างการ "ตามดับกิเลสทีละเรื่อง" กับการ "ตัดที่ต้นขั้ว"
1. การไล่ดับไฟทีละดวง (การปฏิบัติที่ปลายเหตุ)
เหมือนการคอยระวังคำพูด ไม่ให้เผลอไปด่าใคร หรือคอยหักห้ามใจไม่ให้หยิบของคนอื่น เป็นการแก้ปัญหาที่ "อาการ" หรือตามจัดการอารมณ์ที่เกิดขึ้นแล้ว
ข้อดี: ฝึกความอดทนและทำให้ชีวิตประจำวันไม่เดือดร้อนทันที
ข้อจำกัด: เหนื่อยและไม่มีวันจบสิ้น เพราะกิเลสใหม่ๆ พร้อมจะสว่างขึ้นมาได้ตลอดเวลา ตราบใดที่ "กระแสไฟ" ยังส่งมาถึง
2. การสับคัตเอาท์ใหญ่ (การปฏิบัติที่ต้นเหตุ)
เปรียบได้กับการทำลาย "อวิชชา" (ความไม่รู้) หรือการถอน "ตัวกู-ของกู" ออกจากใจ เมื่อตัดความยึดมั่นถือมั่นที่ต้นทางได้แล้ว ไฟ (กิเลส/ความทุกข์) ทุกดวงในบ้านก็จะดับลงไปเองโดยอัตโนมัติ
ข้อดี: เป็นการแก้ปัญหาแบบเบ็ดเสร็จเด็ดขาด (ถึงขั้นนิพพาน) ไม่ต้องตามแก้ทีละเรื่อง
ข้อจำกัด: ทำได้ยากกว่ามาก ต้องอาศัย "สติและปัญญา" ที่แก่กล้าถึงจะมองเห็นว่าคัตเอาท์ใหญ่อยู่ตรงไหน
มุมมองเพิ่มเติม:
ศีล คือการไล่ปิดไฟทีละดวง (คุมพฤติกรรมภายนอก)
สมาธิ คือการหรี่ไฟลงให้สงบ
ปัญญา คือการเดินไปสับคัตเอาท์ (ตัดวงจรเกิด-ดับของทุกข์)
แต่ในความเป็นจริง เรามักจะสับคัตเอาท์ไม่ได้ทันที ครับ เราจึงจำเป็นต้องฝึก "ปิดไฟทีละดวง" (รักษาศีล) ไปก่อน เพื่อไม่ให้บ้านร้อนเกินไป จนกว่าปัญญาจะมากพอที่จะเดินไปสับคัตเอาท์ใหญ่ได้
ในการปฏิบัติธรรม การ "สับคัตเอาท์ใหญ่" คือการมุ่งตรงไปที่ ต้นตอของความทุกข์ ทั้งปวง ซึ่งในทางพุทธศาสนาคือการละ "อุปาทาน" หรือการเลิกยึดมั่นถือมั่นใน "ตัวตน" (ตัวกู-ของกู) ครับ
หากเปรียบเทียบให้เห็นภาพชัดเจน:
หลอดไฟแต่ละดวง: คือ ความโกรธ ความโลภ ความหลง ความน้อยใจ หรือความกังวลที่แวะเวียนมาหาเราในแต่ละวัน
สายไฟ: คือ "ตัณหา" (ความอยาก) ที่คอยส่งกระแสไฟไปเลี้ยงให้หลอดไฟสว่าง
คัตเอาท์ใหญ่: คือ "อวิชชา" (ความไม่รู้จริง) ที่หลงนึกว่าทุกอย่างเป็นตัวเรา เป็นของเรา
ทำไมการสับคัตเอาท์ใหญ่ถึงยากกว่า?
เพราะคัตเอาท์นี้ไม่ได้ติดอยู่ที่ผนังบ้านที่มองเห็นง่ายๆ แต่มัน ซ่อนอยู่ในจิตใต้สำนึก การจะเดินไปสับคัตเอาท์นี้ได้ต้องใช้เครื่องมือที่เรียกว่า "วิปัสสนาปัญญา" คือการมองเห็นความจริงว่า "ไม่มีอะไรที่เป็นเราจริงๆ"
ทางลัดแบบ "สับคัตเอาท์" ในชีวิตประจำวัน:
แทนที่จะมานั่งแก้ว่า "ทำยังไงถึงจะหายโกรธคนนี้" (ดับไฟดวงที่ 1) หรือ "ทำยังไงถึงจะหายอยากได้ของชิ้นนี้" (ดับไฟดวงที่ 2) ให้ลองฝึก "สติ" ดูที่ผู้รู้:
เห็นความรู้สึกเกิดขึ้น: อ้อ...ความโกรธมาแล้ว
สับคัตเอาท์ทันที: ด้วยการมองว่า "ความโกรธนี้ไม่ใช่เรา มันแค่ผ่านมาแล้วก็ไป"
ผลลัพธ์: เมื่อใจไม่กระโดดเข้าไปเป็นเจ้าของความโกรธ ไฟดวงนั้นก็ไม่มีเชื้อไฟให้สว่างต่อ และดับลงไปเองโดยไม่ต้องออกแรงไล่ดับ
การฝึกแบบนี้บ่อยๆ คือการซ้อมเดินไปที่ตู้คัตเอาท์ครับ จนวันหนึ่งที่ปัญญาแก่กล้า คุณจะสับมันลงได้สนิทถาวร (บรรลุธรรม) โดยไม่ต้องกลับมาวุ่นวายกับหลอดไฟรายวันอีกเลย
การไล่ดับไฟทีละดวง กับ การสับคัตเอาท์ใหญ่