JJNY : “วิโรจน์”ดักคอ อย่าซ้ำรอยโควิด│ทนายอั๋นจี้กกต.│โวย! รบ.หน่อมแน้ม│บุรีรัมย์ทุกปั๊มไม่มีน้ำมัน│ลำปางโอด หลายปั๊มหมด

กระทู้ข่าว
“วิโรจน์” กางแผนฝ่าวิกฤตน้ำมัน บอกอย่าเพิ่งโทษรัฐบาล ดักคอ “อนุทิน” อย่าประมาทซ้ำรอยโควิดกระจอก-วัคซีนเต็มแขน
https://ch3plus.com/news/political/morning/459261
.

.
“วิโรจน์” รองหัวหน้าพรรคประชาชน กางแผนฝ่าวิกฤตน้ำมัน บอกอย่าเพิ่งโทษรัฐบาล แนะเร่งบอกความจริงประชาชน ปมสงครามตะวันออกกลางทำน้ำมันพุ่งลิตรละ 50 บาท มองเอาเงินกองทุนน้ำมันไปอุดไว้เรื่อยๆ โดยไม่บอกความจริง จะคล้ายกับวิกฤตต้มยำกุ้ง ดักคอ “นายกฯ อนุทิน” อย่าประมาทซ้ำรอยบทเรียน “โควิดกระจอก-วัคซีนเต็มแขน”
.
18 มี.ค. 2569 นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร รองหัวหน้าพรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ถึงวิกฤติน้ำมัน ว่า เราอย่าเพิ่งไปโทษรัฐบาล เพราะไม่ได้มาจากการบริหารผิดพลาดอะไร แต่เกิดจากภาวะสงครามระหว่างอิหร่านกับสหรัฐอเมริกาและอิสราเอล เราเองก็ได้รับผลกระทบ สิ่งที่เราต้องเร่งทำคือ การทำให้ประชาชนตระหนักและรับรู้ว่าตอนนี้เรากำลังเผชิญกับวิกฤตครั้งใหญ่ที่มีแนวโน้มจะยืดเยื้อ เพื่อให้ประชาชนปรับพฤติกรรมในการบริโภคน้ำมัน ซึ่งยอมรับว่าประชาชนก็ต้องต่อว่ารัฐบาลบ้าง เพราะประสบกับความเดือดร้อน แต่รัฐบาลต้องกล้าหาญที่จะเผชิญหน้ากับการวิพากษ์วิจารณ์และออกมาบอกความจริง แม้ว่าจะไม่ใช่ความผิดโดยตรงของตนเอง
.
นายวิโรจน์ กล่าวต่อว่า หลังจากบอกความจริงแล้ว รัฐบาลสามารถใช้มาตรการฝ่าวิกฤต โดยปรับราคาน้ำมันดีเซลหรือเบนซินให้สะท้อนความเป็นจริงมากขึ้น และใช้กองทุนน้ำมันคอยประคับประคองไม่ให้ราคาดีดตัวแบบกระชาก เพื่อคุมสภาวะเงินเฟ้อและไม่ให้ประชาชนตื่นตระหนก ซึ่งเรื่องนี้น่ากลัวมาก หากรัฐบาลไม่ทำอะไรเลย ไม่บอกความจริงและไม่รายงานสถานะของกองทุนน้ำมัน ประชาชนก็จะไม่ทราบว่าปัจจุบันกองทุนมีภาระสูงถึงวันละ 1,000 - 1,700 ล้านบาท ถ้าไม่ปรับราคาน้ำมันให้สะท้อนความจริง ประชาชนจะรู้สึกว่าราคายังถูกอยู่และจะไม่มีกลไกไปกดอุปสงค์การใช้น้ำมันให้ลดลง
.
นายวิโรจน์ ระบุว่า ปัจจุบันกองทุนน้ำมันอุ้มราคาดีเซลอยู่ถึงลิตรละ 20 บาท ซึ่งไม่สามารถอุ้มทุกลิตรที่ออกจากหัวจ่ายได้ต่อไป จะปล่อยให้เป็น 50 บาทก็คงไม่ไหว รัฐบาลอาจจะต้องทยอยปรับราคาขึ้นทีละสเต็ป เพื่อให้ประชาชนค่อยๆ ตระหนักถึงวิกฤต จากนั้รัฐบาลค่อยใช้วิธีอุดหนุนเฉพาะกลุ่มอย่างมียุทธศาสตร์ เช่น ธุรกิจขนส่ง รถไฟ รถเมล์ หรืออุดหนุนราคาปุ๋ยให้ภาคการเกษตร ซึ่งจะตรงจุดและใช้เงินกองทุนอย่างมีประสิทธิภาพมากกว่า ไม่เช่นนั้น หากต้องแบกรับวันละ 1,700 ล้านบาท หรือเดือนละ 50,000 ล้านบาท กองทุนจะรับไม่ไหว โดยเฉพาะเมื่อสถานการณ์สงครามมีแนวโน้มรุนแรงและยืดเยื้อ จากการที่สหรัฐอเมริกาพร้อมสู้รบ และอิหร่านพร้อมจะโจมตีคลังน้ำมัน และใช้ปริมาณน้ำมันเป็นตัวประกันหรือตัวเดิมพัน
.
ส่วนที่เมื่อวานนี้นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานออกมาพูดเรื่องการคุมค่าใช้จ่าย เป็นไปได้หรือไม่ว่ารัฐบาลกลัวผลกระทบจากการวิจารณ์ก็เลยต้องแบกไว้แบบนี้ นายวิโรจน์ กล่าวว่า ปัญหานี้เกิดจากสงคราม แต่ประเทศไทยต้องรับผลกระทบแน่นอน เพราะน้ำมัน 1 ล้านบาร์เรลต่อวันที่เราใช้ 57% มาจากช่องแคบฮอร์มุซ และอีก 42% มาจากสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ซึ่งล้วนเป็นเป้าหมายในภาวะสงครามทั้งสิ้น
.
การเอาเงินกองทุนน้ำมันไปอุดไว้เรื่อยๆ โดยไม่บอกความจริง จะคล้ายกับวิกฤตต้มยำกุ้งแล้วนะ ที่ตอนนั้นเราพยายามเอาเงินสำรองไปอุ้มค่าเงินให้อยู่ที่ 25 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ สุดท้ายพออุ้มไม่อยู่ ค่าเงินก็ถูกปล่อยลอยตัวตามยถากรรม ในกรณีนี้ก็เช่นกัน หากอุ้มไม่ไหว ราคาดีเซลจะกระชากตัวขึ้นอย่างรุนแรง ทำให้เกิดเงินเฟ้อเฉียบพลัน ซึ่งจะลากยาวและสร้างความทุกข์ยากให้ประชาชน” นายวิโรจน์ กล่าว

นายวิโรจน์ ย้ำว่า ตนไม่เห็นด้วยที่นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ที่ประกาศว่าจะตรึงราคาดีเซลไม่ให้เกิน 33 บาท เพราะทุกคนทราบดีว่าราคาที่แท้จริงคือประมาณ 50 บาท ถ้ากองทุนน้ำมันอุ้มไว้ถึง 20 บาทและประกาศชัดเจนว่าจะตรึงราคาตายตัว คนก็จะยิ่งกักตุนน้ำมันเพื่อเก็งกำไรจากส่วนต่างนี้ เพราะรู้ว่าแนวโน้มราคาน้ำมันจะยิ่งสูงขึ้น

ดังนั้น รัฐบาลไม่ควรประกาศว่าจะตรึงราคาตายตัว แต่ควรบอกว่าจะใช้กองทุนน้ำมันประคับประคองให้การปรับขึ้นราคาเป็นไปแบบค่อยเป็นค่อยไป เมื่อของแพงขึ้นสะท้อนความเป็นจริง คนก็จะปรับพฤติกรรมการใช้น้ำมันลดลง และรัฐบาลอาจจะเสริมด้วยมาตรการต่างๆ เช่น ให้สิทธิหย่อนภาษีแก่บริษัทที่มีมาตรการ Work from home เพื่อจูงใจให้ช่วยกันลดปริมาณการใช้น้ำมันของประเทศลง รัฐบาลต้องเรียนรู้จากบทเรียนในอดีตช่วงโควิด แล้วเราจะฝ่าวิกฤตนี้ไปด้วยกัน

ผมพูดตรงๆ นะ นี่ไม่ใช่เวลาที่รัฐบาลจะออกมาบอกว่าเอาอยู่ ผมไม่ได้ตำหนิคุณอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในยุคนี้ แต่คุณอนุทินต้องมีบทเรียน กรณีที่คุณอนุทินเคยบอกว่าโควิดกระจอกบ้าง หรือวัคซีนเต็มแขน แล้วสุดท้ายมันเกิดปัญหา” นายวิโรจน์ กล่าว
.

.
ทนายอั๋น จี้ กกต.คดีฮั้ว สว. หอบเอกสาร 2 พันหน้า ขู่ฟ้องเอาผิด 7 กกต.ข้อหาอั้งยี่
https://www.khaosod.co.th/update-news/news_10175464
.
ทนายอั๋น จี้ กกต.คดีฮั้ว สว. หอบเอกสาร 2 พันหน้า ชี้เป็นหลักฐานจากสายลับ ขู่ฟ้องเอาผิด 7 กกต.ข้อหาอั้งยี่ล้มคดี
.
เมื่อวันที่ 18 มี.ค.2569 ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายภัทรพงศ์ ศุภักษร หรือทนายอั๋น บุรีรัมย์ นำกลุ่มบุคคลแต่งชุดพราหมณ์มาพรหมน้ำมนต์ ที่หน้าสำนักงานกกต. (กกต) เพื่อขับไล่มนต์ดำเขมรออกจากสำนักงานกกต. เพื่อให้กกต.ทำหน้าที่ในคดีฮั้วเลือก สว.อย่างตรงไปตรงมา
.
นายภัทรพงศ์ นำสำเนาเอกสาร 2,000 หน้า ที่อ้างเป็นหลักฐานในคดีฮั้ว สว.ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) และคณะสืบสวนไต่สวนชุดที่ 26 ที่รวบรวมไว้มาแถลงต่อสื่อมวลชน เรียกร้องให้ กกต.เปิดเผยข้อมูลของผู้ถูกกล่าวหาในคดีฮั้วเลือก สว.ทั้ง 229 ราย ว่ามีหลักฐานอะไรที่สามารถหักล้างผลการสอบสวนของคณะสืบสวนฯชุดที่ 26 ได้
.
นายภัทรพงศ์ กล่าวว่า ส่วนตัวเชื่อว่ามีการล้มคดีฮั้ว สว.อย่างเป็นขบวนการ เพราะตั้งแต่ดีเอสไอ และคณะสืบสวนฯชุดที่ 26 เริ่มทำคดีนี้มักจะถูกสกัดและเบรกทุกขั้นตอน โดยเฉพาะในขั้นตอนการสอบพยาน แต่คณะสืบสวนฯชุดที่ 26 ก็ทำงานอย่างหนัก และสามารถรวบรวมหลักฐานกล่าวหาผู้กระทำความผิดทั้ง 229 ราย โดยมีสำนวนกว่า 70,000 หน้า และสรุปสำนวนส่งให้ กกต.พิจารณาเมื่อวันที่ 17 ก.ค.2568 แต่ กกต.ก็ไม่ได้ดำเนินการอะไร แต่ยังตั้งคณะอนุฯวินิจฉัยปัญหา หรือข้อโต้แย้งคณะที่ 36 ในเดือนก.ย.2568
.
โดยเป็นเวลาเดียวกับคดีเขากระโดง คดีนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รวมถึงคดีรันเวย์สนามบินที่ อ.ปากช่อง ที่อยู่ในความรับผิดชอบขององค์กรอิสระ ต่างพ้นผิดหมด แล้วมาวันนี้คณะอนุวินิจฉัยฯ คณะที่ 36 กลับวินิจฉัยบอกว่าคดีไม่มีมูล ให้ผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 229 คน พ้นผิดทั้งที่ ดีเอสไอหาเส้นทางการเงินและมีหลักฐานเพียงพอ
.
อยากรู้ว่า ผู้ถูกกล่าวหา 229 คนมีหลักฐานเด็ดอะไร หักล้างกับคณะกรรมการไต่สวนชุดที่ 26 ที่มีมากถึง 7 หมื่นหน้า และหลักฐานนั้นจะต้องหักล้างถึงขั้น กกต.ไม่มีความสงสัยเลย จึงตั้งคำถามว่า กกต.มั่นใจในหลักฐานของผู้ถูกกล่าวหา 229 คน มากกว่าคณะกรรมการสืบสวนไต่สวนชุดที่ 26 ที่ตัวเองตั้งขึ้นมาหรือไม่ ซึ่งที่ผ่านมาดีเอสไอพยายามส่งเส้นเงินให้กับ กกต. แต่ กกต.ไม่รับหลักฐานดังกล่าวเพราะอะไร หรือเพราะมีธงที่จะล้มคดีฮั้วเลือก สว.ใช่หรือไม่ เรื่องนี้เป็นความเชื่อส่วนตัว เพราะหากมองตามหลักความเป็นจริง ยืนอยู่ในหลักเหตุผลและพยานหลักฐาน” นายภัทรพงศ์กล่าว
.
นายภัทรพงศ์ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้เขาว่ากันว่าในคณะสืบสวนไต่สวนชุดที่ 26 มีบุคคลหนึ่งเป็นคนเดินเกม และจะให้คนนู้นคนนี้แต่งตั้งคณะอนุฯวินิจฉัยชุดที่ 36 คนนึงโค้งคำนับนายอนุทิน คนนึงถูกไล่ออกจากราชการในระดับสูง ถามว่าเหล่านี้สร้างความเคลือบแคลงสงสัยคนไทยคนไทยหรือไม่ มันคือกระบวนการจะล้มหรือไม่ ทุกอย่างคือกระบวนการความลับที่ กกต.ทำ ยังไม่มีการเปิดเผยต่อประชาชนและที่สำคัญกระบวนการกระบวนการตัดสินชี้ขาดเป็นแกร็กเดียวของ กกต. มันคือจบ ทุกอย่างก็เป็นไปตามกระบวนการที่เขาทำ แต่ผมว่าไม่มีพยานหลักฐาน ผมกล้าฟันธงวันนี้ผู้ถูกกล่าวหา 229 คนไม่มีปัญญาเอาหลักฐานมาหักล้างได้ นี่คือความเชื่อส่วนบุคคล
.
เมื่อถามว่า หากคดีที่ กกต.ยกฟ้อง คดีที่ดีเอสไอทำอยู่ จะได้รับผลกระทบหรือไม่ นายภัทรพงศ์ กล่าวว่า ถ้ายกคำร้อง ก็เป็นเรื่องของการปฏิบัติหน้าที่โดยใช้ดุลพินิจสั่งฟ้องโดยไม่ชอบ ซึ่งตนมองว่าพฤติกรรมของ กกต. เป็นพฤติกรรมของ “อั้งยี่” ซึ่งตนอาจจะฟ้อง กกต.ต่อศาลยุติธรรมเร็วๆ นี้
.

.
รถบรรทุก รวมพลังโวย! รัฐบาลหน่อมแน้ม แก้ปัญหาน้ำมันไม่ได้ มาโทษขนส่ง แต่ไม่โทษตัวเอง
https://news.ch7.com/detail/862263
.
ชาวบ้านรับไม่ได้! เติมน้ำมันต้องใช้ “มรณบัตร” วัดต่างจังหวัดไม่มีน้ำมันเผาศพ “รถบรรทุก” โวย “รัฐบาลหน่อมแน้ม” โทษแต่คนอื่น ไม่โทษตัวเอง
.
เช้าวันนี้ (18 มี.ค.69) สหพันธ์การขนส่งทางบกแห่งประเทศไทย รวมพลผู้ประกอบการขนส่งรถบรรทุก “TRUCK POWER” แสดงพลังเรียกร้องให้รัฐบาลดำเนินการแก้ไขปัญหาน้ำมันขาดช่วงที่เกิดจึ้น โดยเปิดสัญญาณไฟกะพริบ เปิดไฟหน้า เปิดไฟผ่าหมาก บีบแตร บริเวณหน้าตลาดบิ๊กฟู้ด ติดปั๊มน้ำมัน ปตท. ถนนสุขุมวิท แหลมฉบัง จ.ชลบุรี
.
จากนั้น นายทองอยู่ คงขันธ์ ประธานสหพันธ์การขนส่งทางบกแห่งประเทศไทย เปิดเผยกับสื่อมวลชนว่า  การรวมตัววันนี้ เพราะไม่พอใจต่อข้อมูลของภาครัฐ ที่อ้างว่า สาเหตุน้ำมันขาดแคลนหลายพื้นที่ เพราะรถขนส่งไม่ไปขนน้ำมัน ซึ่งสหพันธ์ฯ ตรวจสอบแล้ว เรื่องดังกล่าวไม่เป็นความจริง และ ข้อเท็จจริงปัญหาเกิดจากการบริหารจัดการน้ำมันของภาครัฐ การจัดสรรโควตา และ การปล่อยน้ำมันจากคลัง ที่ไม่สอดคล้องกับระบบขนส่ง โดยในช่วงเช้าจะมีการประชุม เพื่อสรุปข้อเสนอให้รัฐบาล และ จะแถลงข่าวในช่วงบ่าย
.
สำหรับสถานการณ์ขณะนี้  นายทองอยู่ เชื่อว่า ประชาชนมีคำถามที่ต้องการคำตอบจากรัฐบาล เหตุใดจึงนำเงินกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงนับหมื่นล้านบาท ไปอุดหนุนน้ำมันเก่าค้างท่อ ทำไมจึงปรับขึ้นราคา ทำไมค่าการตลาดจาก 2 บาท ปรับขึ้นเป็น 6 บาท พร้อมตำหนิการบริหารจัดการวิกฤตพลังงานของรัฐบาลในครั้งนี้
.
รัฐบาลหน่อมแน้มบริหารจัดการไม่เป็น แล้วมาโทษคนโน้นคนนี้ รัฐบาลนี้เก่งแต่โทษชาวบ้านไม่เคยโทษตัวเอง” นายทองอยู่ กล่าว
.
นายทองอยู่ กล่าวอีกว่า ประเทศเคยเจอกับวิกฤตมาหลังครั้ง แต่ครั้งนี้เลวร้ายมาก  เพราะมีเงาหลายตัวอยู่เบื้องหลัง สถานการณ์สมมติทั้งหมด สร้างความตื่นตระหนกให้กับพี่น้องประชาชน ส่วนตัวคิดว่า มีเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อน และ มีผู้ได้ประโยชน์จากเหตุการณ์นี้ แต่ไม่รู้ว่ากลุ่มไหน
.
เราไม่เคยเห็นมาก่อนประชาชนแหกตาตื่น ไปเติมน้ำมันไปรอคิวเติมน้ำมัน เราไม่เคยเห็นมาก่อนว่า เราต้องใช้ ใบมรณะบัตรไปขอเติมน้ำมัน วัดต่างจังหวัดไม่มีน้ำมันไปเผาศพ สิ่งนี้ผมคิดว่า เป็นสิ่งที่ประชาชนรับไม่ได้ อย่าไปล้อเล่นกับความตายของคน เตือนรัฐบาลอย่าล้อเล่นกับความตาย และความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน” นายทองอยู่ กล่าว
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่