ลองเดินทางไกลด้วย HRV2016

กระทู้สนทนา
พี่สาวมอบรถให้ 1 คัน เป็น HRV ปี 2016 ตัวล่างสุด วิ่งมา 1.6 แสน กม. เดิมผมใช้ fd ระบบพื้นๆ บ้านๆ จนชิน พอต้องมาใช้ระบบที่ซับซ้อนขึ้น ก็ต้องฝึกและปรับตัว
 
รับรถมา เปลี่ยนยางก่อน 4 เส้น ขนาด 215/55/17 ของเดิมเป็นคอนติฯ UC7 นุ่ม นิ่ม ย้วย เงียบ วิ่งมา 5 หมื่นกว่ากิโล เล็งว่าจะใช้ alenza001 เพราะลดราคาอยู่ พอจะเปลี่ยนจริง ราคาขึ้นไปเกือบ 4,000 บาท
 
ไปค้นเฟสร้านยางย้อนหลัง เจอ t005a สัปดาห์ที่ 47 ปี 2024 ลดราคาอยู่ 4 เส้น 11,800 บาท เอาตัวนี้ดีกว่า เคยใช้กับ fd แล้วชอบมาก
 
ช็อคอัพเดิมโยนๆ เสื่อมสภาพละ ลามมาถึงช่วงล่างอื่น เปลี่ยนใส่ของมอนโร oes +ส่วนควบอื่นๆ สปริงใช้ของเดิม ปีกนกของ trw ยางกันโคลง555 ช่างบอกแร็คดังละ แต่ใช้ได้ รำคาญเสียงหน่อย รอให้มันดังกว่านี้ ค่อยเปลี่ยน
 
สภาพรถดีขึ้นเยอะเลย
 
สงกรานต์จะลงใต้ คน 3 แมว 2 หมา 1 รวม 6 ชีวิต ใช้ hrv อาจจะสบายกว่า fd ครั้งนี้ผมเดินทางคนเดียว ดังนั้นลองใช้เดินทางไกลดูก่อน
 
ช็อคอัพ+ยางชุดนี้ ตอนใช้กับ fd รู้สึกเกาะและจิกถนน แต่กับ hrv ไม่รู้สึกครับ แต่ก็ไม่ลอยนะ ยังให้ความมั่นใจได้ ความคมของรถ ความนุ่มนวลหนึบๆ การซับแรงกระแทก fd ดีกว่า hrv ทัศนวิสัยชัดเจนดี ตัวสั้นกระทัดรัดคล่องตัวดี เสาเอก็บังมุมเหมือนกัน ขนาดพวงมาลัยเล็กไม่ค่อยกระชับมือ น้ำหนักเบาไปหน่อย น้ำหนักพวงมาลัยของ fd เหมาะมือผมกว่า
 
เบาะนั่งสูงกว่า เมื่อยน้อยกว่า อัตราเร่งดีครับ แต่ถ้ากดแรง มีลอยๆ เหวอๆ บ้าง ต่างกับ fd ที่จิกกว่า
 
ลองใช้ครุยส์คอนโทรล เออ สะดวกสบายดี แต่ยังไม่ชิน ไม่รู้จะเอาเท้าขวาวางไว้ตรงไหน กับเวลาต้องลดความเร็ว มือเท้าตายังไม่สัมพันธ์กัน เวลาขึ้นเนินมันก็เร่งส่ง เวลาลงเนินมันก็ชะลอให้เพื่อรักษาระดับความเร็ว ความรู้สึกแปลกๆ ดีเหมือนกัน
 
วิทยุไม่ต้องพูดถึง ปกติไม่ค่อยได้ฟังอยู่แล้ว พอมาเจอระบบสมัยใหม่ ถึงกับไปไม่เป็น จะหาปุ่มปิดวิทยุ ยังหาไม่เจอ ต้องจอดรถค้นหาวิธีในกูเกิ้ล
 
แพดเดิ้ลชิ๊ปก็ยังไม่ได้ใช้ แค่ใช้เท้าขวาเหยียบคันเร่งอย่างเดียวก็พอสำหรับผมแล้ว
 
อัตราการสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง ผมใช้ E20 ความเร็วประมาณ 110 กม.ต่อ ชม.ลมยาง 34 ปอนด์ ขาไป 680 กม.เติมกลับเต็มถังได้ 39.6 ลิตร เฉลี่ย 17.17 กม.ต่อลิตร ขากลับ 739.5 กม. เติมกลับได้ 42 ลิตร เฉลี่ย 17.6 กม.ต่อลิตร อัตราสิ้นเปลืองพอๆ กับ fd ที่เติมแก๊สโซฮอล์ 95 จัดว่าใช้ได้สำหรับผมครับ สำหรับในเมืองที่รถไม่ติด ผมวัดได้ประมาณ 14 กม.ต่อลิตร
 
ผมไม่ได้เติมน้ำมันระหว่างทาง เพราะไม่อยากไปแบ่งส่วนของคนในพื้นที่ และอยากรู้ว่าจะวิ่งได้ไกลแค่ไหน เลยกลับมาเติมที่กรุงเทพฯ มาตรวัดน้ำมันเหลือ 1 ขีด หน้าปัดบอกว่าวิ่งได้อีก 10 กว่า กม. ถังบรรจุที่ 50 ลิตร แต่เติมเต็มกลับได้ 42 ลิตร แสดงว่าเหลือในถังอีก 8 ลิตร แต่หน้าปัดบอกว่าวิ่งได้ 10 กว่า กม. เท่ากับว่าคงใช้น้ำมันได้ไม่เกิน 45 ลิตรรถคงดับแน่ๆ น่าจะต้องเหลือน้ำมันในถัง ไม่สามารถใช้จนหมด 50 ลิตรได้
 
รูปร่างหน้าตาทรวดทรงสวยดี แต่ชิ้นส่วนและงานประกอบภายในก็นะ หลายท่านรู้อยู่แล้ว
 
fd ขับสนุกกว่า เฟิร์มกว่า hrv สบายกว่า ประหยัดกว่าด้วยราคาน้ำมันตอนนี้ ล้างรถเหนื่อยกว่า ถูตรงไหนก็เจอแต่ตัวถัง ทั้งๆ ที่สั้นและแคบกว่า fd เพียงแต่สูงกว่าเท่านั้น
 
ถ้าล้างเสร็จแล้วจอดดูความสวยงามเฉยๆ ผมเลือก hrv
ถ้าขับคนเดียวไม่มีผู้โดยสารหรือมีแค่ 1-2 คน ผมเลือก fd
ถ้ามีสมาชิกเยอะแบบที่ผมมี ผมเลือก hrv

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่