RIP: ยิ่งอ่านผลชันสูตรยิ่งเศร้าใจ😓 ผลชันสูตรซากวาฬบรูด้าเกยตื้นที่ถูกพบที่จังหวัดสมุทรสาครเมื่อสัปดาห์ก่อนระบุว่าเสียชีวิตจากการถูกของแข็งไม่มีคม “กระแทกโดยตรง” บริเวณช่องท้องด้านซ้ายจนเกิดภาวะช็อคจากการสูญเสียเลือด ในขณะกำลังตั้งท้องลูก
.
ในวันที่ 13-15 มีนาคม 2568 เจ้าหน้าที่ศูนย์วิจัยทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอ่าวไทยตอนบน (ศวทบ.) ร่วมกับสำนักงานทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 8 สมุทรสาคร ลงพื้นที่ชันสูตรซากวาฬบรูด้า (Bryde's whale: Balaenoptera edeni) ที่สำรวจพบเมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2569 เบื้องต้นก่อนหน้านี้ พบว่าเป็นวาฬไม่ทราบชื่อ เพศเมีย โตเต็มวัย และด้วยสภาพซากเน่า ผิวหนังลอกหลุด ที่คาดว่าตายมาแล้วไม่เกิน 7 วัน รวมถึงไม่พบลักษณะพิเศษภายนอกที่สามารถระบุตัวตน จึงทำให้ไม่สามารถเปรียบเทียบอัตลักษณ์วาฬบรูด้าในฐานข้อมูลได้
.
โดยจากผลชันสูตรระบุว่า วาฬมีความสมบูรณ์ของร่างกายอยู่ในเกณฑ์ดีมาก ชั้นไขมันใต้ผิวหนังหนา 5 เซนติเมตร ไม่พบบาดแผลภายนอก แต่ในส่วนระบบกล้ามเนื้อโครงร่าง พบการช้ำคั่งเลือดของกล้ามเนื้อ รวมถึงบริเวณข้างลำตัวด้านซ้ายส่วนท้อง พบเลือดคั่งในเยื่อหุ้มกระดูกสันหลังส่วนเอว ที่ 5-8 (L5-L8)
.
ในส่วนระบบทางเดินหายใจ พบว่าบริเวณส่วนท้ายของปอดข้างซ้ายมีเลือดคั่งในเนื้อเยื่อปอด หัวใจ และหลอดเลือดมีโครงสร้างปกติ รวมถึงมีลิ่มเลือดนิ่มในหัวใจห้องขวา พบการฉีกขาดของกระบังลม มดลูกและบางส่วนของลำไส้ทะลักเข้าสู่ช่องอก
.
อีกทั้งพบลูกวาฬขนาด 117 เซนติเมตร ซึ่งอยู่ในระยะต้น-กลางในการตั้งท้อง ทะลักอยู่นอกมดลูก
.
ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้สรุปสาเหตุการตายว่าเกิดจากการถูกของแข็งไม่มีคมกระแทกโดยตรงบริเวณช่องท้องด้านซ้าย ส่งผลให้ความดันในช่องท้องสูงเฉียบพลัน กระบังลมฉีกขาด และดันให้อวัยวะภายในบางส่วนไหลเข้าสู่ช่องอก ทำให้หายใจลำบาก เกิดภาวะช็อคจากการสูญเสียเลือดและเจ็บปวดอย่างรุนแรง
.
(ที่มา-กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง)
Environman
CR⬇️
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้ https://www.facebook.com/environman.th/photos/-rip-%E0%B8%A2%E0%B8%B4%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B8%AD%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%9C%E0%B8%A5%E0%B8%8A%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%AA%E0%B8%B9%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B8%A2%E0%B8%B4%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%A8%E0%B8%A3%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B9%83%E0%B8%88-%E0%B8%9C%E0%B8%A5%E0%B8%8A%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%AA%E0%B8%B9%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B8%8B%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%AC%E0%B8%9A%E0%B8%A3%E0%B8%B9%E0%B8%94%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B9%80%E0%B8%81%E0%B8%A2%E0%B8%95%E0%B8%B7%E0%B9%89%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%96%E0%B8%B9%E0%B8%81%E0%B8%9E%E0%B8%9A%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%88%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%AB%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%94/1239811651694460/?set=a.521543393521293&http_ref=eyJ0cyI6MTc3MzcyNzkwNjAwMCwiciI6Imh0dHBzOlwvXC93d3cuZmFjZWJvb2suY29tXC9zaGFyZVwvMVA3dFlmZTI3aVwvP21pYmV4dGlkPXd3WElmciJ9
ผลชัญสูตรซากวาฬบรูด้า จ.สมุทรสาคร เกิดภาวะช็อคจากการเสียเลือดในขณะที่ตั้งท้อง 😫😭
.
ในวันที่ 13-15 มีนาคม 2568 เจ้าหน้าที่ศูนย์วิจัยทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอ่าวไทยตอนบน (ศวทบ.) ร่วมกับสำนักงานทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 8 สมุทรสาคร ลงพื้นที่ชันสูตรซากวาฬบรูด้า (Bryde's whale: Balaenoptera edeni) ที่สำรวจพบเมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2569 เบื้องต้นก่อนหน้านี้ พบว่าเป็นวาฬไม่ทราบชื่อ เพศเมีย โตเต็มวัย และด้วยสภาพซากเน่า ผิวหนังลอกหลุด ที่คาดว่าตายมาแล้วไม่เกิน 7 วัน รวมถึงไม่พบลักษณะพิเศษภายนอกที่สามารถระบุตัวตน จึงทำให้ไม่สามารถเปรียบเทียบอัตลักษณ์วาฬบรูด้าในฐานข้อมูลได้
.
โดยจากผลชันสูตรระบุว่า วาฬมีความสมบูรณ์ของร่างกายอยู่ในเกณฑ์ดีมาก ชั้นไขมันใต้ผิวหนังหนา 5 เซนติเมตร ไม่พบบาดแผลภายนอก แต่ในส่วนระบบกล้ามเนื้อโครงร่าง พบการช้ำคั่งเลือดของกล้ามเนื้อ รวมถึงบริเวณข้างลำตัวด้านซ้ายส่วนท้อง พบเลือดคั่งในเยื่อหุ้มกระดูกสันหลังส่วนเอว ที่ 5-8 (L5-L8)
.
ในส่วนระบบทางเดินหายใจ พบว่าบริเวณส่วนท้ายของปอดข้างซ้ายมีเลือดคั่งในเนื้อเยื่อปอด หัวใจ และหลอดเลือดมีโครงสร้างปกติ รวมถึงมีลิ่มเลือดนิ่มในหัวใจห้องขวา พบการฉีกขาดของกระบังลม มดลูกและบางส่วนของลำไส้ทะลักเข้าสู่ช่องอก
.
อีกทั้งพบลูกวาฬขนาด 117 เซนติเมตร ซึ่งอยู่ในระยะต้น-กลางในการตั้งท้อง ทะลักอยู่นอกมดลูก
.
ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้สรุปสาเหตุการตายว่าเกิดจากการถูกของแข็งไม่มีคมกระแทกโดยตรงบริเวณช่องท้องด้านซ้าย ส่งผลให้ความดันในช่องท้องสูงเฉียบพลัน กระบังลมฉีกขาด และดันให้อวัยวะภายในบางส่วนไหลเข้าสู่ช่องอก ทำให้หายใจลำบาก เกิดภาวะช็อคจากการสูญเสียเลือดและเจ็บปวดอย่างรุนแรง
.
(ที่มา-กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง)
Environman
CR⬇️
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้