นี้คือหนัง biography ที่ผมชอบที่สุดในชีวิตที่เคยดูมา และนี้เป็นหนัง biography ที่ผมไม่แนะนำให้เอาเป็นเยี่ยงอย่างจากนิสัยของตัวละคร แต่เส้นทางการเดินทางสู่ฝันบอกเลยมันดูแล้วรู้สึก กูต้องเชียร์ว่ะไรงี้เลย เป็นหนัง biography-sport-thriller นิดๆด้วย
plot ไม่มีอะไรมาก เป็นหนุ่มที่สู้ฝัน สู้ชีวิต แต่ชีวิตสู้กลับ แต่อันนี่จะไปโทษใครไม่ได้นอกจากการกระทำของตัวเอง คือ หลายสิ่งอย่างมากที่มันทำแล้วมันไม่ยอมรับ ด่วนตัดสินใจ รู้เท่าไม่ถึงการณ์ ใจร้อน และที่มันเป็นงี้ก็เพราะ ego ในตัวเองสูงเกินไป marty ไม่ใช่คนไม่เก่ง แต่บางทีมันต้องรอจังหวะ แต่เฮียแกไม่รอไรเลย ทำให้เห็นผลของการกระทำตัวเองชัดกว่าเดิมจากหลายซีนที่เกิดขึ้นในหนัง
อย่างไรก็ตาม วิธีการเล่าเรื่องของหนังเรื่องนี้ซึ่งมี A24 ค่ายที่รักเป็นคนสร้าง ทำให้เห็นได้เลยว่าต่อให้จะหมั่นไส้ marty ขนาดไหน แต่พอเห็นสิ่งที่มันเจอ ผมกลับต้องเอาใจช่วยมัน ความ passion, high self-esteem จน overconfidence และ ego เป็นสิ่งที่ผมหมั่นไส้แต่ในขณะเดียวกันเราก็ต้อง admire มันในจุดนี้นะ ที่บางที passion มันสามารถชนะ ego และ overconfidence ของตัวเองได้
acting ของนักแสดงไม่ต้องพูดถึง tikothee ถึงแม้จะชวด oscar 2026 ไม่ได้สักรางวัล แต่หนังเรื่องนี้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า เค้าคู่ควรจะไดเป็น best actor สำหรับผม ไม่ใช่ว่า micheal b jordan ไม่ดี ทุกคนที่เป็น nominees คือเล่นดีหมด ตอนนี้มันขึ้นอยู่กับความชอบส่วนบุคคล ซึ่งผมเลือก timothee
writing บทมันวุ่นวายมาก ใครที่ชอบหนังแนววุ่นวาย แบบไม่สามารถละสายตาจากการทะเลาะกันของตัวละครได้ แนะนำเลยครับ จุใจแน่ และ pacing หนังยาวประมาณ 2 ชมกว่า แต่หาสำหรับผมมันเพลินมาก ไม่รู้สึกว่าจะยาวเลย คือมันเพลินจริงๆนะ
สำหรับฉากการตีปิงปองระหว่างตัว marty กับคู่แข่ง อันนี้ก็เซิร์ฟมาพอประมาณ อาจจะไม่ได้มาทั้งเรื่อง แต่ทุกครั้งที่มาทำเอาลุ้นจิกนิ้วเท้า โดยเฉพาะฉาก องก์ 3 ลุ้นแทบตาย
สรุป marty supreme เป็นหนังที่ไม่ได้ให้ข้อคิดหรือแรงบันดาลใจในเชิงการนำ biography ของบุคคลคนนี้ไป inspired ในชีวิต แต่หนังสะท้อนให้เห็นถึงบุคคลธรรมดาที่ดิ้นรน เอาตัวรอด เพื่อไปในที่ๆ ตัวเองควรยะอยู่ และผลของการกระทำของตัวละครก็เป็นผลสะท้อนให้เห็นแล้วว่า ทำอะไรไว้ ต้องรับผิดชอบ
10/10
รีวิวหลังชม “marty supreme”
นี้คือหนัง biography ที่ผมชอบที่สุดในชีวิตที่เคยดูมา และนี้เป็นหนัง biography ที่ผมไม่แนะนำให้เอาเป็นเยี่ยงอย่างจากนิสัยของตัวละคร แต่เส้นทางการเดินทางสู่ฝันบอกเลยมันดูแล้วรู้สึก กูต้องเชียร์ว่ะไรงี้เลย เป็นหนัง biography-sport-thriller นิดๆด้วย
plot ไม่มีอะไรมาก เป็นหนุ่มที่สู้ฝัน สู้ชีวิต แต่ชีวิตสู้กลับ แต่อันนี่จะไปโทษใครไม่ได้นอกจากการกระทำของตัวเอง คือ หลายสิ่งอย่างมากที่มันทำแล้วมันไม่ยอมรับ ด่วนตัดสินใจ รู้เท่าไม่ถึงการณ์ ใจร้อน และที่มันเป็นงี้ก็เพราะ ego ในตัวเองสูงเกินไป marty ไม่ใช่คนไม่เก่ง แต่บางทีมันต้องรอจังหวะ แต่เฮียแกไม่รอไรเลย ทำให้เห็นผลของการกระทำตัวเองชัดกว่าเดิมจากหลายซีนที่เกิดขึ้นในหนัง
อย่างไรก็ตาม วิธีการเล่าเรื่องของหนังเรื่องนี้ซึ่งมี A24 ค่ายที่รักเป็นคนสร้าง ทำให้เห็นได้เลยว่าต่อให้จะหมั่นไส้ marty ขนาดไหน แต่พอเห็นสิ่งที่มันเจอ ผมกลับต้องเอาใจช่วยมัน ความ passion, high self-esteem จน overconfidence และ ego เป็นสิ่งที่ผมหมั่นไส้แต่ในขณะเดียวกันเราก็ต้อง admire มันในจุดนี้นะ ที่บางที passion มันสามารถชนะ ego และ overconfidence ของตัวเองได้
acting ของนักแสดงไม่ต้องพูดถึง tikothee ถึงแม้จะชวด oscar 2026 ไม่ได้สักรางวัล แต่หนังเรื่องนี้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า เค้าคู่ควรจะไดเป็น best actor สำหรับผม ไม่ใช่ว่า micheal b jordan ไม่ดี ทุกคนที่เป็น nominees คือเล่นดีหมด ตอนนี้มันขึ้นอยู่กับความชอบส่วนบุคคล ซึ่งผมเลือก timothee
writing บทมันวุ่นวายมาก ใครที่ชอบหนังแนววุ่นวาย แบบไม่สามารถละสายตาจากการทะเลาะกันของตัวละครได้ แนะนำเลยครับ จุใจแน่ และ pacing หนังยาวประมาณ 2 ชมกว่า แต่หาสำหรับผมมันเพลินมาก ไม่รู้สึกว่าจะยาวเลย คือมันเพลินจริงๆนะ
สำหรับฉากการตีปิงปองระหว่างตัว marty กับคู่แข่ง อันนี้ก็เซิร์ฟมาพอประมาณ อาจจะไม่ได้มาทั้งเรื่อง แต่ทุกครั้งที่มาทำเอาลุ้นจิกนิ้วเท้า โดยเฉพาะฉาก องก์ 3 ลุ้นแทบตาย
สรุป marty supreme เป็นหนังที่ไม่ได้ให้ข้อคิดหรือแรงบันดาลใจในเชิงการนำ biography ของบุคคลคนนี้ไป inspired ในชีวิต แต่หนังสะท้อนให้เห็นถึงบุคคลธรรมดาที่ดิ้นรน เอาตัวรอด เพื่อไปในที่ๆ ตัวเองควรยะอยู่ และผลของการกระทำของตัวละครก็เป็นผลสะท้อนให้เห็นแล้วว่า ทำอะไรไว้ ต้องรับผิดชอบ
10/10