JJNY : ศาลสั่งแก้ฟ้องคดี ปธ.กกต.กับพวก│ปั๊มขึ้นป้าย"น้ำมันหมดทุกชนิดเลยค่ะ"│เรือประมงทยอยจอดแล้ว│IRGC ขู่โจมตีรง.มะกัน

กระทู้ข่าว
ศาลคดีทุจริต สั่งแก้ฟ้องคดี ประธานกกต.กับพวก ผิด ม.157 ปมบาร์โค้ดบัตรเลือกตั้ง
https://www.khaosod.co.th/update-news/news_10173921
.

.
ศาลอาญาคดีทุจริตฯ สั่งโจทก์บรรยายฟ้องเพิ่ม คดียื่นฟ้อง ประธาน กกต.กับพวก รวม 8 คน ปฏิบัติหน้าที่มิชอบ ปมสั่งพิมพ์บาร์โค้ด-คิวอาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง นัดฟังคำสั่งชั้นตรวจฟ้องใหม่ 19 พ.ค.นี้
.
วันที่ 17 มี.ค. 2569 ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง นัดฟังคำสั่งชั้นตรวจคำฟ้อง คดีที่ เรือเอก ยงยุทธ เสาแก้วสถิต ทนายความยื่นฟ้อง นายณรงค์ กลั่นวารินทร์ ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กับพวก และเลขาธิการ กกต. รวม 8 คน
.
ในฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือโดยทุจริต ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 ประกอบมาตรา 83, พ.ร.ป.ว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง พ.ศ.2569 มาตรา 69, พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้งสส. พ.ศ.2561 มาตรา 149 และ พ.ร.ป.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 มาตรา 172
.
โดยผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 8 มีเจตนาทุจริต ร่วมกันสั่งผู้รับพิมพ์บัตรเลือกตั้ง สส.แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง บัตรสีเขียว ใส่คิวอาร์โค้ดด้านล่างซ้ายของบัตรเลือกตั้ง และบัตรเลือกตั้ง สส.แบบบัญชีรายชื่อ บัตรสีชมพู ใส่บาร์โค้ดลงในบัตรเลือกตั้ง โดยมีเจตนาใช้ตรวจสอบเกี่ยวกับบัตรเลือกตั้ง อันแสดงถึงความไม่สุจริตและไม่โปร่งใส เป็นการปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ
.
แสดงให้เห็นถึงเจตนาไม่สุจริต ทั้งยังเพิ่มค่าใช้จ่ายหรือต้นทุนในการพิมพ์บัตรเลือกตั้ง สส. โดยไม่จำเป็นด้วย ทำให้โจทก์รวมถึงประชาชนชาวไทยทั่วประเทศที่ไปใช้สิทธิเลือกตั้งในวันดังกล่าวไม่เป็นความลับ
.
มีรายงานว่า วันนี้ศาลยังไม่มีคำสั่งในชั้นตรวจฟ้อง แต่ให้โจทก์กลับไปทำบรรยายคำฟ้องให้ละเอียดมากขึ้น และนำส่งมายังศาล จากนั้นศาลได้มีคำสั่งส่งไปที่ กกต. เพื่อให้ชี้แจงกลับมาก่อนนัดฟังคำสั่งชั้นตรวจฟ้อง ในวันที่ 19 พ.ค.2569 เวลา 09.00 น.
.

.
ปั๊มน้ำมัน สายหลักขึ้นป้าย "น้ำมันหมดทุกชนิดเลยค่ะ" สาวขี่จยย.ผิดหวัง
https://www.khaosod.co.th/around-thailand/news_10173819
.
ปั๊มน้ำมัน สายหลักขึ้นป้าย “น้ำมันหมดทุกชนิดเลยค่ะ” สาวขี่จยย.ข้ามอำเภอหาน้ำมันเติม เลี้ยวรถเข้ามาถึงกับผิดหวัง เผย น้ำมันเกือบเกลี้ยงถังแล้ว
.
วันที่ 17 มี.ค.2569 ผู้สื่อข่าวรายงานสถานการณ์น้ำมันขาดแคลนในพื้นที่ จ.พระนครศรีอยุธยา เริ่มส่งผลกระทบต่อประชาชนอย่างชัดเจน โดยเฉพาะในหลายอำเภอที่ปั๊มน้ำมันไม่สามารถให้บริการได้ เนื่องจากน้ำมันหมดถัง
.
ทำให้ประชาชนที่ต้องใช้รถเดินทางไปทำงานต้องเผชิญความเสี่ยงตั้งแต่เช้ามืดที่ปั๊มน้ำมันขนาดใหญ่แห่งหนึ่ง สายบางปะหัน นครหลวง ได้ขึ้นป้ายขนาดใหญ่ระบุข้อความขออภัยลูกค้าว่า น้ำมันทุกชนิดหมด ทำให้ไม่สามารถให้บริการได้แม้แต่น้ำมันสำหรับรถจักรยานยนต์
.
ปั๊มน้ำมัน สายหลักขึ้นป้าย “น้ำมันหมดทุกชนิดเลยค่ะ” สาวขี่จยย.ข้ามอำเภอหาน้ำมันเติม เลี้ยวรถเข้ามาถึงกับผิดหวัง เผย น้ำมันเกือบเกลี้ยงถังแล้ว
.
เมื่อประชาชนขับขี่รถเข้ามาเพื่อหวังจะเติมน้ำมัน กลับต้องพบกับปั๊มที่ปิดเงียบ มีเพียงพนักงานเฝ้าปั๊มอยู่เพียงคนเดียว นั่งมองลูกค้าที่ขี่รถเข้ามาด้วยความงุนงง เพราะไม่สามารถขายน้ำมันได้
.
จากการสอบถามพนักงานทราบว่า น้ำมันทุกชนิดได้หมดลงตั้งแต่ช่วงเย็นของเมื่อวันที่ 16 มี.ค.ที่ผ่านมา ปั๊มน้ำมันจึงต้องหยุดให้บริการและรอรถบรรทุกน้ำมันที่จะนำมาส่งชุดใหม่ แต่เนื่องจากปั๊มแห่งนี้ไม่มีรถบรรทุกน้ำมันเป็นของตัวเอง ต้องว่าจ้างรถขนส่งจากภายนอก ทำให้ต้องรอคิวการจัดส่ง ส่งผลให้น้ำมันมาล่าช้ากว่าปกติ
.
ในช่วงเช้ามืดของวันนี้ผู้สื่อข่าวพบหญิงสาวพนักงานโรงงานรายหนึ่งขี่รถจักรยานยนต์เข้ามาที่ปั๊มด้วยความหวังว่าจะได้เติมน้ำมัน เนื่องจากรถที่ใช้เดินทางไปทำงานเหลือน้ำมันอยู่เพียงเล็กน้อย
.
โดยหญิงสาวรายดังกล่าว เปิดเผยว่า เมื่อคืนหลังเลิกงานเวลาประมาณ 22.00 น. น้ำมันในรถก็ใกล้หมดแล้ว จึงขี่รถตระเวนหาปั๊มเพื่อเติมน้ำมันตั้งแต่ อ.บางปะหัน ไปจนถึง อ.นครหลวง แต่ทุกปั๊มตอบเป็นเสียงเดียวกันว่าน้ำมันหมด
.
ตื่นเช้าวันนี้จำเป็นต้องออกจากบ้านไปทำงาน ทั้งที่น้ำมันในรถเกือบเกลี้ยงถัง เมื่อเห็นป้ายหน้าปั๊มเขียนว่าน้ำมันหมดทุกชนิด ตนคิดว่าบางทีรถจักรยานยนต์อาจยังพอมีเติม จึงขี่รถเข้าไปสอบถาม แต่ก็ต้องผิดหวังเพราะปั๊มไม่สามารถขายน้ำมันได้จริง ทำให้ต้องหันหัวรถออกจากปั๊มทันที
.
หญิงสาวรายนี้ตัดสินใจขี่รถจักรยานยนต์ต่อไปทำงานทั้งที่รู้ว่าน้ำมันอาจหมดกลางทาง โดยบอกว่า ขอเสี่ยงไปตายดาบหน้า หากน้ำมันหมดระหว่างทางก็ต้องยอมรับสภาพ และตนก็ขอตัวบิดรถจักรยานยนต์ ขับขวาวิ่งเปลี่ยวไปตามถนนเปลี่ยว เสี่ยงทั้งน้ำมันหมด เสี่ยงทั้งชีวิตในความปลอดภัย
.
ความเสี่ยงที่ต้องเผชิญไม่ได้มีเพียงแค่น้ำมันหมดกลางทางเท่านั้น เพราะเส้นทางระหว่าง อ.นครหลวง ไป อ.บางปะหัน ระยะทางกว่า 7 กิโลเมตร เป็นเส้นทางที่ค่อนข้างเปลี่ยว หากรถดับกลางทางอาจต้องจอดอยู่เพียงลำพังในพื้นที่ที่มีรถสัญจรไม่มาก ซึ่งในฐานะผู้หญิงก็ถือว่าเสี่ยงต่อความไม่ปลอดภัยเช่นกัน
.

.
สู้ราคาน้ำมันเขียวไม่ไหว เรือประมงทยอยจอดแล้ว แพปลาเจอผลกระทบต่อ ชะลอรับซื้อวัตถุดิบ
https://www.matichon.co.th/region/news_5637488
.
เรือประมงเริ่มทยอยจอด หลังราคาน้ำมันเขียวปรับเพิ่มรวดเดียว 10 บาท ขณะที่อาหารทะเลเริ่มปรับราคา หวั่นมีปริมาณน้อย ผลกระทบราคาน้ำมัน
.
เมื่อวันที่ 17 มีนาคม ผู้สื่อข่าวรายงานสถานการณ์ราคาน้ำมันเขียว ซึ่งเป็นน้ำมันที่ใช้สำหรับเรือประมง ได้ปรับราคาขึ้นวันที่ 15 มีนาคม เป็นลิตรละ 34 บาท ส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการเรือประมงอย่างมาก ทำให้เรือประมงที่กลับเข้าฝั่งทยอยหยุดออกเรือ เนื่องจากแบบภาระค่าน้ำมันไม่ไหว และรอดูท่าทีการช่วยเหลือของรัฐบาล
.
นายชานนท์ อัตตนารถ รองนายกสมาคมจังหวัดสงขลา กล่าวว่า การปรับขึ้นราคาน้ำมันเขียวรวดเดียว 10 บาทต่อลิตรไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ก่อนหน้านี้มีการปรับขึ้นครั้งละ 30-40 สตางค์ต่อลิตร แต่ครั้งนี้เกิดวิกฤตขึ้นครั้งแรกปรับขึ้นมาลิตรละ 4 บาทกว่า ครั้งที่ 2 ขึ้น 10 บาท ซึ่งไม่เคยเกิดขึ้น ชาวประมงไม่สามารถปรับตัวได้และยังกังวลว่าสินค้าอาหารทะเลอาจจะปรับตัวเพิ่มสูงขึ้น เนื่องจากมีเรือจอดเพิ่มมากขึ้น
.
นายชานนท์กล่าวว่า ผู้ประกอบการเรืออวนลากเริ่มทยอยจอดเรือ เพราะอยู่ไม่ได้ โดยได้คุยกับชาวประมงเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาว่าจะทำอย่างไรต่อถ้าน้ำมันลิตรละ 34 บาท คงต้องจอด เพราะผู้ประกอบการใช้น้ำมันเยอะมาก เป็นต้นทุนหลัก ในรายที่ใช้น้ำมันน้อยหน่อยก็อาจพอประกอบการได้ แต่คิดว่าถ้าเกิน 30 บาทคงต้องหยุด ส่วนเรือที่ยังคงทำการประมงอยู่นั้นเป็นเรือที่ออกไปก่อนหน้าราคาน้ำมันปรับเพิ่มขึ้น แต่ในรายที่กลับเข้ามาแล้ว รอบนี้คงจะต้องพิจารณาว่าจะมีการออกเรืออีกครั้งหรือไม่ ซึ่งอาจจะต้องมีการพูดคุยกันกับลูกเรือ ไต๋เรือด้วย
.
แต่ก่อนหน้าที่จะเกิดวิกฤตเดือนที่ผ่านมา แพปลาได้แจ้งมาว่าเดือนนี้จะปรับลดราคาสินค้าสัตว์น้ำที่ป้อนเข้าสู่โรงงาน ทำให้กังวลว่าสินค้าสัตว์น้ำที่จะเข้าโรงงานในครั้งนี้อาจจะถูกปรับลดลงราคาลง ซึ่งจะทำให้เรือประมงอย่างเราต้องแบกรับภาระเพิ่มขึ้น อาจจะต้องมีการหารือว่าแพปลาต้องชะลอการรับซื้อวัตถุดิบจากชาวประมง ปลาอินทรีย์ก็เช่นเดียวกัน
.
ยอมรับว่าการปรับราคาน้ำมันขึ้น 10 บาทมองเห็นภาวะขาดทุนอยู่แล้ว โดยเรืออวนติดตาและเรือครอบหมึกใช้น้ำมันลำละ 4-5 พันลิตรต่อเดือน แต่ถ้าเป็นเรืออวนลากใช้เป็นหมื่นลิตรต่อลำต่อเดือน วันนี้น้ำมันเกิน 30 บาททำให้อยู่ไม่ได้อยู่แล้ว” นายชานนท์กล่าว
.
ด้านแม่ค้าอาหารทะเลเผยว่า ยังมีความหวังว่ารัฐบาลจะมีมาตรการเพื่อที่จะช่วยเหลือชาวประมง รอการหารือกับภาครัฐว่าจะให้ความสำคัญกับชาวประมงซึ่งยังมีความหวังว่ารัฐบาลจะให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ ในขณะที่การสู้รบในตะวันออกกลางทำให้ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงมีแนวโน้มสูงขึ้น โดยเฉพาะน้ำมันดีเซลที่เป็นต้นทุนหลักในการขนส่งสินค้า ซึ่งถือเป็นต้นทุนหลักในการออกเรือเพื่อทำการประมง แนวโน้มการปรับราคาทำให้แม่ค้าอาหารทะเลมีความกังวลว่าหลังจากนี้ต้นทุนสินค้าอาหารทะเลที่จะถูกส่งมาขายในตลาดจะเพิ่มสูงขึ้น
.
แม่ค้าอาหารทะเลกล่าวอีกว่า วันนี้ราคาสินค้าเพิ่มขึ้นเฉลี่ยกิโลกรัมละ 20 บาท ทั้งปูม้า กุ้งแม่น้ำ ปลาสำลี รวมถึงปลาชนิดอื่นๆ แม้แม่ค้าอย่างตนจะซื้อสินค้ามาในราคาที่เพิ่มขึ้น แต่วันนี้ยังไม่สามารถขยับราคาได้เนื่องจากลูกค้าส่วนใหญ่เป็นลูกค้าประจำและซื้อขายกันมานาน เพียงแต่ได้บอกให้ลูกค้าทราบแล้วว่าเมื่อน้ำมันปรับราคา สินค้าอาหารทะเลต้องปรับเพิ่มขึ้น และอาจมีลดน้อยลง หากเรือประมงไม่สามารถแบกรับภาระการขาดทุนได้จึงอยากให้รัฐบาลหาแนวทางลดภาระความเดือดร้อนให้กับประชาชน
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่