เศรษฐีตะวันออกกลาง บุกซื้อบ้านหรูไทย
คลื่นเงินใหม่กำลังเข้าไทย!
วิกฤตโลก กลายเป็นโอกาสอสังหาฯไทย
เศรษฐีตะวันออกกลางเริ่มมอง “บ้านหรูไทย” เป็น Safe Haven
ในช่วงที่โลกกำลังเผชิญความไม่แน่นอน
โดยเฉพาะความตึงเครียดในตะวันออกกลาง
สิ่งที่น่าสนใจคือ
วิกฤตนี้กำลังสร้าง “โอกาสใหม่ให้ตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทย”
ผู้ประกอบการเริ่มเห็นสัญญาณว่า
กลุ่มเศรษฐีจากตะวันออกกลางกำลังมองหาอสังหาฯ ในไทยมากขึ้น
โดยเฉพาะอสังหาริมทรัพย์ระดับ
Ultra Luxury
ทั้งบ้านหรูและคอนโดราคา
50 ล้านบาทขึ้นไป ในทำเลสำคัญ เช่น
• กรุงเทพฯ
• ภูเก็ต
• ชลบุรี
• หัวหิน
ซึ่งมองไทยเป็น สถานที่พักอาศัยที่ปลอดภัยและมีคุณภาพชีวิตสูง 
⸻
ทำไมเศรษฐีตะวันออกกลางถึงสนใจไทย
ในมุมของนักลงทุนระดับโลก
การซื้ออสังหาฯ ไม่ได้เป็นแค่เรื่องที่อยู่อาศัย
แต่มันคือ การกระจายความเสี่ยงของทรัพย์สิน
ประเทศไทยมีหลายปัจจัยที่ตอบโจทย์
1. ระบบสาธารณสุขระดับโลก
ไทยมีโรงพยาบาลเอกชนระดับ Top Asia
เช่น
• Bumrungrad
• Bangkok Hospital
ทำให้ต่างชาติรู้สึกมั่นใจเรื่องสุขภาพ
2. โรงเรียนนานาชาติรองรับครอบครัว
สำหรับเศรษฐีที่ย้ายครอบครัวมาอยู่
ไทยมี
International School จำนวนมาก
3. ค่าครองชีพคุ้มค่า
เมื่อเทียบกับ
• London
• Dubai
• Singapore
ไทยถือว่า คุณภาพชีวิตสูงแต่ต้นทุนต่ำกว่า
⸻
พฤติกรรมการซื้อของเศรษฐีต่างชาติ
ข้อมูลจากตลาดจริงพบว่า
กลุ่มนี้มักไม่ได้ซื้อทันที
ขั้นตอนมักเป็นแบบนี้
1️⃣ มาเที่ยวหรือพักโรงแรมก่อน
2️⃣ ทดลองใช้ชีวิตระยะสั้น
3️⃣ เช่าเซอร์วิสอพาร์ตเมนต์
4️⃣ สุดท้ายซื้อบ้านหรือคอนโดเป็น Second Home
ซึ่งเป็น Pattern ที่เกิดขึ้นมาแล้วกับ
• รัสเซีย
• จีน
• ฮ่องกง
และตอนนี้กำลังเกิดกับ ตะวันออกกลาง
⸻
โอกาสมหาศาลที่ไทยยังดึงมาไม่เต็มที่
ตลาดตะวันออกกลางมีมูลค่าการลงทุนระดับ
1 ล้านล้านบาท
ถ้าไทยดึงเม็ดเงินมาได้เพียง
1–2%
จะมีเงินไหลเข้าประเทศ
10,000 – 20,000 ล้านบาทต่อปี 
และเงินนี้ไม่ได้เข้ามาแค่ในอสังหาฯ
แต่กระจายไปทั้ง
• โรงแรม
• โรงพยาบาล
• โรงเรียนนานาชาติ
• ธุรกิจบริการ
⸻
มาลองวิเคราะห์
นี่ไม่ใช่แค่ข่าวอสังหาฯธรรมดา
แต่มันสะท้อน Mega Trend ของโลก
1. โลกกำลังเข้าสู่ยุค “Safe Haven Migration”
คนรวยทั่วโลกกำลังย้ายทรัพย์สิน
จากประเทศที่มีความเสี่ยง
ไปยังประเทศที่
• ปลอดภัย
• ภาษีเหมาะสม
• คุณภาพชีวิตดี
ตัวอย่างเช่น
• Dubai
• Portugal
• Singapore
และตอนนี้ ไทยกำลังเริ่มถูกพูดถึง
⸻
2. ตลาด Ultra Luxury ไทยกำลังโต
ตลาดระดับบนในไทย
ไม่ได้แข่งขันกับคนไทยอย่างเดียวอีกต่อไป
แต่แข่งขันกับ
• Dubai
• Bali
• Singapore
นี่คือเหตุผลที่เราเห็น
• Branded Residence
• Luxury Villa
• Wellness Living
เกิดขึ้นเต็มไปหมดในช่วง 3–5 ปีหลัง
⸻
3. ทำเลที่ได้อานิสงส์มากที่สุด
ถ้าเงินตะวันออกกลางไหลเข้าจริง
ทำเลที่ได้ประโยชน์ก่อนคือ
กรุงเทพ
Luxury Condo
เช่น
• Langsuan
• Riverside
• Sukhumvit
ภูเก็ต
Luxury Villa Market
ซึ่งกำลังถูกเรียกว่า
“Dubai of Asia”
หัวหิน
เมือง Long Stay ระดับ High Net Worth
⸻
อย่างไรก็ตาม
ในวิกฤตโลก
อสังหาริมทรัพย์ไทยกำลังได้ โอกาสใหม่
จากเม็ดเงินเศรษฐีตะวันออกกลาง
ที่กำลังมองหา
Safe Haven สำหรับชีวิตและทรัพย์สิน
ถ้ารัฐบาลสามารถออกมาตรการดึงดูดได้ดี
เช่น
• Long Stay Visa
• Visa Investor
• สิทธิ์การถือครองอสังหา
เงินลงทุนระดับ หมื่นล้านบาทต่อปี
อาจไหลเข้าไทยได้ไม่ยาก
และมันอาจกลายเป็น
คลื่นทุนใหม่ของตลาดอสังหาฯไทยในทศวรรษหน้า
_____
เพื่อนๆคิดเห็นอย่างไร ลองคอมเม้นพูดคุยกันได้เลยนะครับ
เสดถีตะวันออกกางบุกชื้อบ้านหรุไทย
เศรษฐีตะวันออกกลาง บุกซื้อบ้านหรูไทย
คลื่นเงินใหม่กำลังเข้าไทย!
วิกฤตโลก กลายเป็นโอกาสอสังหาฯไทย
เศรษฐีตะวันออกกลางเริ่มมอง “บ้านหรูไทย” เป็น Safe Haven
ในช่วงที่โลกกำลังเผชิญความไม่แน่นอน
โดยเฉพาะความตึงเครียดในตะวันออกกลาง
สิ่งที่น่าสนใจคือ
วิกฤตนี้กำลังสร้าง “โอกาสใหม่ให้ตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทย”
ผู้ประกอบการเริ่มเห็นสัญญาณว่า
กลุ่มเศรษฐีจากตะวันออกกลางกำลังมองหาอสังหาฯ ในไทยมากขึ้น
โดยเฉพาะอสังหาริมทรัพย์ระดับ
Ultra Luxury
ทั้งบ้านหรูและคอนโดราคา
50 ล้านบาทขึ้นไป ในทำเลสำคัญ เช่น
• กรุงเทพฯ
• ภูเก็ต
• ชลบุรี
• หัวหิน
ซึ่งมองไทยเป็น สถานที่พักอาศัยที่ปลอดภัยและมีคุณภาพชีวิตสูง 
⸻
ทำไมเศรษฐีตะวันออกกลางถึงสนใจไทย
ในมุมของนักลงทุนระดับโลก
การซื้ออสังหาฯ ไม่ได้เป็นแค่เรื่องที่อยู่อาศัย
แต่มันคือ การกระจายความเสี่ยงของทรัพย์สิน
ประเทศไทยมีหลายปัจจัยที่ตอบโจทย์
1. ระบบสาธารณสุขระดับโลก
ไทยมีโรงพยาบาลเอกชนระดับ Top Asia
เช่น
• Bumrungrad
• Bangkok Hospital
ทำให้ต่างชาติรู้สึกมั่นใจเรื่องสุขภาพ
2. โรงเรียนนานาชาติรองรับครอบครัว
สำหรับเศรษฐีที่ย้ายครอบครัวมาอยู่
ไทยมี
International School จำนวนมาก
3. ค่าครองชีพคุ้มค่า
เมื่อเทียบกับ
• London
• Dubai
• Singapore
ไทยถือว่า คุณภาพชีวิตสูงแต่ต้นทุนต่ำกว่า
⸻
พฤติกรรมการซื้อของเศรษฐีต่างชาติ
ข้อมูลจากตลาดจริงพบว่า
กลุ่มนี้มักไม่ได้ซื้อทันที
ขั้นตอนมักเป็นแบบนี้
1️⃣ มาเที่ยวหรือพักโรงแรมก่อน
2️⃣ ทดลองใช้ชีวิตระยะสั้น
3️⃣ เช่าเซอร์วิสอพาร์ตเมนต์
4️⃣ สุดท้ายซื้อบ้านหรือคอนโดเป็น Second Home
ซึ่งเป็น Pattern ที่เกิดขึ้นมาแล้วกับ
• รัสเซีย
• จีน
• ฮ่องกง
และตอนนี้กำลังเกิดกับ ตะวันออกกลาง
⸻
โอกาสมหาศาลที่ไทยยังดึงมาไม่เต็มที่
ตลาดตะวันออกกลางมีมูลค่าการลงทุนระดับ
1 ล้านล้านบาท
ถ้าไทยดึงเม็ดเงินมาได้เพียง
1–2%
จะมีเงินไหลเข้าประเทศ
10,000 – 20,000 ล้านบาทต่อปี 
และเงินนี้ไม่ได้เข้ามาแค่ในอสังหาฯ
แต่กระจายไปทั้ง
• โรงแรม
• โรงพยาบาล
• โรงเรียนนานาชาติ
• ธุรกิจบริการ
⸻
มาลองวิเคราะห์
นี่ไม่ใช่แค่ข่าวอสังหาฯธรรมดา
แต่มันสะท้อน Mega Trend ของโลก
1. โลกกำลังเข้าสู่ยุค “Safe Haven Migration”
คนรวยทั่วโลกกำลังย้ายทรัพย์สิน
จากประเทศที่มีความเสี่ยง
ไปยังประเทศที่
• ปลอดภัย
• ภาษีเหมาะสม
• คุณภาพชีวิตดี
ตัวอย่างเช่น
• Dubai
• Portugal
• Singapore
และตอนนี้ ไทยกำลังเริ่มถูกพูดถึง
⸻
2. ตลาด Ultra Luxury ไทยกำลังโต
ตลาดระดับบนในไทย
ไม่ได้แข่งขันกับคนไทยอย่างเดียวอีกต่อไป
แต่แข่งขันกับ
• Dubai
• Bali
• Singapore
นี่คือเหตุผลที่เราเห็น
• Branded Residence
• Luxury Villa
• Wellness Living
เกิดขึ้นเต็มไปหมดในช่วง 3–5 ปีหลัง
⸻
3. ทำเลที่ได้อานิสงส์มากที่สุด
ถ้าเงินตะวันออกกลางไหลเข้าจริง
ทำเลที่ได้ประโยชน์ก่อนคือ
กรุงเทพ
Luxury Condo
เช่น
• Langsuan
• Riverside
• Sukhumvit
ภูเก็ต
Luxury Villa Market
ซึ่งกำลังถูกเรียกว่า
“Dubai of Asia”
หัวหิน
เมือง Long Stay ระดับ High Net Worth
⸻
อย่างไรก็ตาม
ในวิกฤตโลก
อสังหาริมทรัพย์ไทยกำลังได้ โอกาสใหม่
จากเม็ดเงินเศรษฐีตะวันออกกลาง
ที่กำลังมองหา
Safe Haven สำหรับชีวิตและทรัพย์สิน
ถ้ารัฐบาลสามารถออกมาตรการดึงดูดได้ดี
เช่น
• Long Stay Visa
• Visa Investor
• สิทธิ์การถือครองอสังหา
เงินลงทุนระดับ หมื่นล้านบาทต่อปี
อาจไหลเข้าไทยได้ไม่ยาก
และมันอาจกลายเป็น
คลื่นทุนใหม่ของตลาดอสังหาฯไทยในทศวรรษหน้า
_____
เพื่อนๆคิดเห็นอย่างไร ลองคอมเม้นพูดคุยกันได้เลยนะครับ