วิกฤตตลาดรถยนต์มือสองในประเทศไทย เต๊นรถล้มพับไป กว่า 2,000 ราย ในเวลา 2 ปี

"ฝันดีคนซื้อ ฝันร้ายคนขาย"
ภาพรวมคือราคารถมือสองตกลงอย่างรุนแรง ซึ่งส่งผลกระทบสองด้านที่ต่างกันอย่างสิ้นเชิง คือเป็นโอกาสทองของผู้ซื้อที่จะได้รถราคาถูก แต่เป็นวิกฤตหนักของผู้ประกอบการเต็นท์รถ
ประเด็นสำคัญจากข่าว
• ราคาทรุดหนัก: ราคารถยนต์มือสองในตลาดลดลงอย่างมากในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา
• เต็นท์รถปิดตัว: มีรายงานว่าผู้ประกอบการเต็นท์รถมือสองต้องปิดกิจการลงไปแล้ว กว่า 1,000 ราย ภายในระยะเวลาเพียง 2 ปี
• ปัจจัยลบที่ถาโถม:
1. กำลังซื้ออ่อนแอ: สภาวะเศรษฐกิจทำให้คนระมัดระวังการใช้จ่าย และหนี้ครัวเรือนที่สูงทำให้การอนุมัติสินเชื่อ (ไฟแนนซ์) ทำได้ยากขึ้น
2. สงครามราคารถใหม่: การแข่งขันที่รุนแรงจากตลาดรถยนต์มือหนึ่ง โดยเฉพาะการเข้ามาของ รถยนต์ไฟฟ้า (EV) ที่มีการลดราคาลงอย่างต่อเนื่อง ส่งผลกระทบโดยตรงต่อราคาประเมินของรถมือสอง
3. ปริมาณรถล้นตลาด: มีรถที่ถูกยึดเข้าสู่ลานประมูลเป็นจำนวนมาก ทำให้ซัพพลายในตลาดสูงเกินความต้องการ
บทวิเคราะห์เพิ่มเติม
สถานการณ์นี้ทำให้ "เต็นท์รถ" หลายแห่งตกอยู่ในภาวะ "ขาดทุนสต็อก" เนื่องจากรถที่รับซื้อมาในราคาสูงเมื่อปีก่อน ไม่สามารถขายออกได้ในราคาเดิม หรือต้องยอมขายขาดทุนเพื่อรักษาเงินหมุนเวียน (Cash Flow)

หากคุณกำลังมองหารถมือสอง ช่วงนี้ถือเป็นตลาดของผู้ซื้อที่มีอำนาจต่อรองสูงมาก แต่สำหรับฝั่งคนขายหรือเจ้าของธุรกิจ ถือเป็นช่วงเวลาที่ท้าทายที่สุดครั้งหนึ่งเลย

CR .IG. Brand Inside.Asia

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่