หลวงปู่มั่น พรรณนาคุณ.ของพระพุทธเจ้า..”

“..หลวงปู่มั่น ภูริทตฺโต พรรณนาคุณของพระพุทธเจ้า..”

“..ข้าพเจ้าจะพรรณนาคุณของพระพุทธเจ้าให้ท่านเข้าใจโดยย่อ

เพราะว่าคุณของพระพุทธเจ้านั้นมากไม่มีที่สิ้นสุด เหลือที่จะพรรณนา

แต่ถ้าย่อเข้า ก็มี ๓ ประการคือ

๑.พระปัญญาคุณ เพราะพระองค์ตรัสรู้ธรรมอย่างเยี่ยม มีอริยสัจ ๔ และ ปฏิจจสมุปบาท เป็นต้น

จึงได้ทรงพระนามว่า สมฺมาสมพุทฺโธ ผู้ตรัสรู้เองโดยชอบแล้ว

๒.พระปริสุทธิคุณ เพราะพระองค์ไกลจากกิเลส มีพระสันดานบริสุทธิ์ ลาภ ยศ สรรเสริญ สุขเกิดขึ้น ควรจะเป็นที่ตั้งแห่งโสมนัสยินดี ก็ทรงทราบว่าโลกธรรมฝ่ายดีทั้ง ๔ อย่างนั้น ไม่เที่ยง เป็นทุกข์ มีความแปรปรวนไปเป็นธรรมดา โสมนัสยินดีเพราะโลกธรรมที่ดีทั้ง ๔ อย่างนั้นไม่เกิดขึ้นครอบงำทำพระหฤทัยของพระองค์ให้ฝันแปรไปได้ หรือความเสื่อมลาภ เสื่อมยศ นินทา ทุกข์เกิดขึ้นควรจะเป็นที่ตั้งแห่งโทมนัสเสียใจ ก็ทรงทราบว่าโลกธรรมฝ่ายข้างไม่ได้ทั้ง ๔ นั้น ไม่เที่ยงเป็นทุกข์ มีความแปรปรวนไปเป็นธรรมดา โทมนัสเสียใจเพราะโลกฝ่ายข้างไม่ดีทั้ง ๔ อย่างนั้น ไม่เกิดขึ้นครอบงำพระหฤทัยของพระองค์ให้ผันแปรไปได้ และพระสารีบุตรได้เคยแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย ให้ทราบพระคุณของพระผู้มีพระภาคเจ้านั้น คือ ฉฬังคุเบกขา ๖ ความสังเขป

พระผู้มีพระภาคเจ้านั้น ก็มีอาตยนะ คือ ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ เหมือนอย่างเราทั้งหลายนี้แหละ พระองค์ก็ได้ทอดพระเนตรเห็นรูปารมณ์ รู้จักรูปที่ดีและไม่ดี และได้ทรงสดับสัททารมณ์ รู้จักเสียงที่ดีและไม่ดี และได้ทรงสูดดมคันธารมณ์ รู้จักกลิ่นที่ดีและไม่ดี และได้เสวยพระกระยาหาร รู้จักรสที่ดี และไม่ดี และได้ทรงกระทบโผฏฐัพพารมณ์ รู้จักกายสัมผัสที่ดีและไม่ดี และได้ทรงทราบ ธัมมารมณ์ อารมณ์ของใจที่ดีและไม่ดีอารมณ์ ๖ ส่วนที่ดีควรจะเป็นที่ตั้งแห่งความยินดี อารมณ์ ๖ ส่วนที่ไม่ดีจะเป็นที่ตั้งแห่งความยินร้าย พระองค์ก็ไม่ทรงยินดียินร้าย พระหฤทัยเฉยเป็นกลางด้วย ฉฬังคุเบกขา จึงได้ทรงพระนามว่า อรหํ ผู้ไกลจากกิเลส ผู้ควรรับบูชาสักการะเคารพนับถือของโลก

๓. พระกรุณาคุณที่พระองค์ทรงแสดงธรรมสั่งสอน โดยไม่เห็นแก่ความเหนื่อยยากลำบาก และไม่ได้ทรงมุ่งหวังต่อลาภสักการะ ทรงสอนไม่เลือกหน้าว่า กษัตริย์ พราหมณ์ เศรษฐี คฤหบดี หรือคนยากจนเข็ญใจ ผู้ใหญ่และเด็ก ตลอดถึง เทวดา อินทร์ พรหม พระองค์มีพระหฤทัยประกอบด้วยพระมหากรุณาแผ่ไปในหมู่สัตว์ไม่มีประมาณ แม้ที่สุดอยู่ในที่ไกลๆ ก็อุตส่าห์เสด็จไปสอน พระองค์ทรงบำเพ็ญพุทธกิจ ๕ อย่าง จนตลอดดับขันธปรินิพพาน พุทธกิจ  อย่างนั้น คือ

๑. ปุพฺพณฺเห ปิณฺฑปาตญฺจ เวลาเช้าบิณฑบาต

๒. สายณฺเห ธมฺมเทสนํ เวลาเย็นทรงแสดงธรรม

๓. ปโทเส ภิกฺขุโอวาทํ เวลาค่ำประทานโอวาทแก่ภิกษุ

๔. อฑฺฒรตฺเต เทวปญฺหนํ เวลาเที่ยงคืนพยากรณ์ปัญหาเทวดา

๕. ปจฺจูเสว คเต กาเล เวลาใกล้รุ่งทอดพระเนตรสัตว์

   ภพฺพาภพฺเพ วิโลกนํ ที่ควรตรัสรู้และไม่ควรตรัสรู้

   เอเต ปญฺจวิเธ กิจฺเจ พระพุทธเจ้าเป็นมุนีผู้ประเสริฐ

   วิโสเธติ มุนิปุงฺคโว ได้ทรงยังกิจ ๕ ประการอย่างนี้ให้หมดจด

ดังนี้จึงได้ทรงพระนามว่า สตฺถา เทวมนุสฺสานํ พระองค์เป็นครูสั่งสอนของเทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย..”

ภูริทตฺตธมฺโมวาท

พระครูวินัยธร (หลวงปู่มั่น ภูริทตฺโต) วัดป่าสุทธาวาส อำเภอเมือง จังหวัดสกลนคร

(พ.ศ.๒๔๑๓-๒๔๙๒)

“ที่มา ธัมมานุธัมมปฏิบัติ..”

        🙇🏻สิริธมฺโม📖🖋️
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่