📢📺 นำข่าวมาฝาก TV Hisense UR9 RGB Mini-LED TV รุ่นปี 2026 สำหรับตลาดยุโรป เปิดตัวอย่างเป็นทางการแล้ว
💥📺 Hisense UR9S ก้าวสำคัญของ RGB Mini-LED TV
ในปี 2026 Hisense ได้ปรับกลยุทธ์สำหรับตลาดยุโรปและตลาดโลก
โดยการเปลี่ยนชื่อซีรีส์ UR9 เดิม เป็น UR9S เพื่อต้อนรับไลน์อัปใหม่ที่เน้นความคุ้มค่า (Affordable Luxury)
โดยนำเทคโนโลยีระดับท็อปอย่าง RGB Mini-LED TV มาไว้ในระดับราคาที่จับต้องได้ง่ายขึ้น

📌ขนาดหน้าจอที่มีให้เลือก : ซีรีส์ UR9S เปิดตัวมาทั้งหมด 3 ขนาด เพื่อตอบโจทย์พื้นที่การใช้งานที่แตกต่างกัน
- 85UR9S (85 นิ้ว) - สำหรับโฮมเธียเตอร์ขนาดใหญ่
- 75UR9S (75 นิ้ว) - ขนาดมาตรฐานสำหรับห้องนั่งเล่นสมัยใหม่
- 65UR9S (65 นิ้ว) - ขนาดเริ่มต้นที่ลงตัวกับคอนโดหรือห้องนอน
ระบบแบ็คไลท์นี้ช่วยให้ครอบคลุมสี BT.2020 ได้ 100% และควบคุมความสว่างได้อย่างแม่นยำยิ่งขึ้น
โดยใช้โปรเซสเซอร์ Hi-View Al Engine RGB ที่ใช้ชิป MediaTek Pentonic 800 (MT9655) เซ็นเซอร์แสง AI RGB
จะปรับความสว่างและอุณหภูมิสีตามแสงโดยรอบ ทำให้ได้ภาพที่ดีที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้
ทั้ง 3 รุ่นในซีรีส์ UR9S มีแผงจอแสดงผล VA 4K ที่มีความสว่างทั่วไป 800 นิต และความสว่างสูงสุดถึง 4000 นิต
จำนวนโซนหรี่แสงเฉพาะจุดมีดังนี้ : รุ่น 85 นิ้ว - 1320, รุ่น 75 นิ้ว - 1056 และรุ่น 65 นิ้ว - 980 ทีวีเหล่านี้ยังมาพร้อมเทคโนโลยีป้องกันแสงสะท้อน
และลดแสงจ้า รวมถึงได้รับการรับรองจาก TUV Rheinland สำหรับโซลูชันลดแสงสีฟ้าในระดับฮาร์ดแวร์
ทุกรุ่นได้รับการรับรอง Dolby Vision IQ, Dolby Vision, HDR10+ และ HLG ในขณะนี้ หน้าเว็บของ Hisense เกี่ยวกับซีรี่ส์ UR9S
ยังไม่ได้กล่าวถึงการรับรอง Dolby Vision 2 เป็น ครั้งแรกที่ Hisense ผลักดันทีวี LCD ระดับพรีเมียมของตนให้มีอัตราการรีเฟรช 180Hz
พร้อมรองรับ 330Hz ที่ความละเอียด 1080p เมื่อเชื่อมต่อกับ PC ทีวีได้รับการรับรอง AMD FreeSync Premium Pro
มาพร้อมกับ Game bar และ Game Mode Pro ของ Hisense ทํางานบนระบบปฏิบัติการ VIDAA 9.5
แต่ Hisense ระบุในคู่มือผู้ใช้สำหรับทีวีรุ่นปี 2026 ทั้งหมดถึงชื่อระบบปฏิบัติการใหม่คือHomeOS
ประสิทธิภาพด้านเสียงก็มีความโดดเด่นไม่แพ้กัน ลำโพงในตัว ระบบเสียง 4.1.2 แชนแนลได้รับการปรับแต่งโดย Devialet
และสร้างเวทีเสียงที่กว้างขวางและทรงพลัง ช่วยเพิ่มความสมจริงโดยไม่ต้อง ใช้ลำโพงภายนอก รองรับ Dolby Atmos,
WiSA SoundSend, Hi-Concerto และ Al Sound ตัวเลือกการเชื่อมต่อประกอบด้วยพอร์ต USB Type-A 3.0, พอร์ต USB Type-A 2.0,
พอร์ต USB Type-C upstream พร้อมจ่ายไฟ 10W, พอร์ต LAN, พอร์ต HDMI 2.1 สามพอร์ตพร้อม HFR,
ช่องต่อสัญญาณเสียงแบบออปติคอล, แจ็ค 3.5 มม. สำหรับซับวูฟเฟอร์, ช่อง CI+ และช่องรับสัญญาณดาวเทียม และเสาอากาศ
มีรีโมทควบคุมด้วยเสียงมาให้ในกล่อง ขาตั้งสามารถปรับความสูงได้ 32 มม.
Hisense ผู้ผลิตระดับโลกที่ขึ้นชื่อเรื่องการผสมผสานนวัตกรรมเข้ากับราคาที่เข้าถึงได้ ได้ขยายฐานในตลาดทีวีระดับพรีเมียมอย่างต่อเนื่อง
บริษัทลงทุนอย่างหนักในการวิจัยจอแสดงผลและกลาย เป็นหนึ่งในผู้นำด้านการนำเทคโนโลยี Mini LED และควอนตัมดอทมาใช้
เทคโนโลยีแบ็คไลท์ RGB Mini-LED ถือเป็นหนึ่งในความสำเร็จที่ล้ำหน้าที่สุดของบริษัท แตกต่างจากแผง Mini-LED ทั่วไป ที่ใช้ LED สีขาว
เทคโนโลยี RGB Mini-LED ใช้ไดโอดสีแดง สีเขียว และสีน้ำเงินแยกกัน เพื่อสร้างแสงที่บริสุทธิ์กว่าและปรับปรุงความแม่นยำของสี
ความสม่าเสมอของความสว่าง และการควบคุม ความคมชัดได้อย่างมาก วิธีการนี้ช่วยให้ทีวีมีโทนสีที่เข้มข้นขึ้น สีด่าที่ลึกขึ้น
และการจัดการแบ็คไลท์ที่แม่นยำยิ่งขึ้น ส่งผลให้คุณภาพของภาพเทียบเท่ากับรุ่นเรือธงที่มีราคาแพงกว่ามาก
✳💥จุดเด่นที่น่าสนใจ
เทคโนโลยี RGB Mini-LED : เป็นการใช้หลอดไฟขนาดเล็กสี แดง เขียว และน้ำเงิน (RGB) โดยตรง แทนการใช้ฟิลเตอร์สีแบบเดิม
ช่วยให้ได้สีสันที่บริสุทธิ์ แม่นยำ และมีความสว่างสูงสุด (Peak Brightness) ที่โดดเด่น เข้าถึงง่าย (Accessible)
Hisense พยายามทำราคาให้ถูกลงเพื่อให้เหมาะกับการเป็นทีวีสำหรับห้องนั่งเล่นทั่วไป
ไม่จำกัดเฉพาะกลุ่มไฮเอนด์เท่านั้น
📢📺 นำข่าวมาฝาก TV Hisense UR9 RGB Mini-LED TV รุ่นปี 2026 สำหรับตลาดยุโรป เปิดตัวอย่างเป็นทางการแล้ว
💥📺 Hisense UR9S ก้าวสำคัญของ RGB Mini-LED TV
ในปี 2026 Hisense ได้ปรับกลยุทธ์สำหรับตลาดยุโรปและตลาดโลก
โดยการเปลี่ยนชื่อซีรีส์ UR9 เดิม เป็น UR9S เพื่อต้อนรับไลน์อัปใหม่ที่เน้นความคุ้มค่า (Affordable Luxury)
โดยนำเทคโนโลยีระดับท็อปอย่าง RGB Mini-LED TV มาไว้ในระดับราคาที่จับต้องได้ง่ายขึ้น
📌ขนาดหน้าจอที่มีให้เลือก : ซีรีส์ UR9S เปิดตัวมาทั้งหมด 3 ขนาด เพื่อตอบโจทย์พื้นที่การใช้งานที่แตกต่างกัน
- 85UR9S (85 นิ้ว) - สำหรับโฮมเธียเตอร์ขนาดใหญ่
- 75UR9S (75 นิ้ว) - ขนาดมาตรฐานสำหรับห้องนั่งเล่นสมัยใหม่
- 65UR9S (65 นิ้ว) - ขนาดเริ่มต้นที่ลงตัวกับคอนโดหรือห้องนอน
ระบบแบ็คไลท์นี้ช่วยให้ครอบคลุมสี BT.2020 ได้ 100% และควบคุมความสว่างได้อย่างแม่นยำยิ่งขึ้น
โดยใช้โปรเซสเซอร์ Hi-View Al Engine RGB ที่ใช้ชิป MediaTek Pentonic 800 (MT9655) เซ็นเซอร์แสง AI RGB
จะปรับความสว่างและอุณหภูมิสีตามแสงโดยรอบ ทำให้ได้ภาพที่ดีที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้
ทั้ง 3 รุ่นในซีรีส์ UR9S มีแผงจอแสดงผล VA 4K ที่มีความสว่างทั่วไป 800 นิต และความสว่างสูงสุดถึง 4000 นิต
จำนวนโซนหรี่แสงเฉพาะจุดมีดังนี้ : รุ่น 85 นิ้ว - 1320, รุ่น 75 นิ้ว - 1056 และรุ่น 65 นิ้ว - 980 ทีวีเหล่านี้ยังมาพร้อมเทคโนโลยีป้องกันแสงสะท้อน
และลดแสงจ้า รวมถึงได้รับการรับรองจาก TUV Rheinland สำหรับโซลูชันลดแสงสีฟ้าในระดับฮาร์ดแวร์
ทุกรุ่นได้รับการรับรอง Dolby Vision IQ, Dolby Vision, HDR10+ และ HLG ในขณะนี้ หน้าเว็บของ Hisense เกี่ยวกับซีรี่ส์ UR9S
ยังไม่ได้กล่าวถึงการรับรอง Dolby Vision 2 เป็น ครั้งแรกที่ Hisense ผลักดันทีวี LCD ระดับพรีเมียมของตนให้มีอัตราการรีเฟรช 180Hz
พร้อมรองรับ 330Hz ที่ความละเอียด 1080p เมื่อเชื่อมต่อกับ PC ทีวีได้รับการรับรอง AMD FreeSync Premium Pro
มาพร้อมกับ Game bar และ Game Mode Pro ของ Hisense ทํางานบนระบบปฏิบัติการ VIDAA 9.5
แต่ Hisense ระบุในคู่มือผู้ใช้สำหรับทีวีรุ่นปี 2026 ทั้งหมดถึงชื่อระบบปฏิบัติการใหม่คือHomeOS
ประสิทธิภาพด้านเสียงก็มีความโดดเด่นไม่แพ้กัน ลำโพงในตัว ระบบเสียง 4.1.2 แชนแนลได้รับการปรับแต่งโดย Devialet
และสร้างเวทีเสียงที่กว้างขวางและทรงพลัง ช่วยเพิ่มความสมจริงโดยไม่ต้อง ใช้ลำโพงภายนอก รองรับ Dolby Atmos,
WiSA SoundSend, Hi-Concerto และ Al Sound ตัวเลือกการเชื่อมต่อประกอบด้วยพอร์ต USB Type-A 3.0, พอร์ต USB Type-A 2.0,
พอร์ต USB Type-C upstream พร้อมจ่ายไฟ 10W, พอร์ต LAN, พอร์ต HDMI 2.1 สามพอร์ตพร้อม HFR,
ช่องต่อสัญญาณเสียงแบบออปติคอล, แจ็ค 3.5 มม. สำหรับซับวูฟเฟอร์, ช่อง CI+ และช่องรับสัญญาณดาวเทียม และเสาอากาศ
มีรีโมทควบคุมด้วยเสียงมาให้ในกล่อง ขาตั้งสามารถปรับความสูงได้ 32 มม.
Hisense ผู้ผลิตระดับโลกที่ขึ้นชื่อเรื่องการผสมผสานนวัตกรรมเข้ากับราคาที่เข้าถึงได้ ได้ขยายฐานในตลาดทีวีระดับพรีเมียมอย่างต่อเนื่อง
บริษัทลงทุนอย่างหนักในการวิจัยจอแสดงผลและกลาย เป็นหนึ่งในผู้นำด้านการนำเทคโนโลยี Mini LED และควอนตัมดอทมาใช้
เทคโนโลยีแบ็คไลท์ RGB Mini-LED ถือเป็นหนึ่งในความสำเร็จที่ล้ำหน้าที่สุดของบริษัท แตกต่างจากแผง Mini-LED ทั่วไป ที่ใช้ LED สีขาว
เทคโนโลยี RGB Mini-LED ใช้ไดโอดสีแดง สีเขียว และสีน้ำเงินแยกกัน เพื่อสร้างแสงที่บริสุทธิ์กว่าและปรับปรุงความแม่นยำของสี
ความสม่าเสมอของความสว่าง และการควบคุม ความคมชัดได้อย่างมาก วิธีการนี้ช่วยให้ทีวีมีโทนสีที่เข้มข้นขึ้น สีด่าที่ลึกขึ้น
และการจัดการแบ็คไลท์ที่แม่นยำยิ่งขึ้น ส่งผลให้คุณภาพของภาพเทียบเท่ากับรุ่นเรือธงที่มีราคาแพงกว่ามาก
✳💥จุดเด่นที่น่าสนใจ
เทคโนโลยี RGB Mini-LED : เป็นการใช้หลอดไฟขนาดเล็กสี แดง เขียว และน้ำเงิน (RGB) โดยตรง แทนการใช้ฟิลเตอร์สีแบบเดิม
ช่วยให้ได้สีสันที่บริสุทธิ์ แม่นยำ และมีความสว่างสูงสุด (Peak Brightness) ที่โดดเด่น เข้าถึงง่าย (Accessible)
Hisense พยายามทำราคาให้ถูกลงเพื่อให้เหมาะกับการเป็นทีวีสำหรับห้องนั่งเล่นทั่วไป
ไม่จำกัดเฉพาะกลุ่มไฮเอนด์เท่านั้น