หลายคนอาจไม่รู้ว่า เบื้องหลังวัตถุดิบ “เป็ด” ที่ใช้ในร้านอาหารจำนวนมากในไทย
รวมถึงร้านดังอย่าง สุกี้ตี๋น้อย มีบริษัทไทยแห่งหนึ่งอยู่เบื้องหลัง
บริษัทนั้นคือ บางกอกแร้นช์ หนึ่งในผู้ผลิตเนื้อเป็ดรายใหญ่ของไทย
ส่งออกเนื้อเป็ดไปขาย กว่า 20 ประเทศทั่วโลก
https://www.facebook.com/share/p/1BTewoKQ5x/
แล้ว บริษัท บางกอกแร้นช์ จํากัด (มหาชน) มีที่มาอย่างไร และทำธุรกิจอะไรบ้าง ?
BrandCase สรุปให้ แบบเข้าใจง่าย ๆ
ย้อนกลับไปในปี 2527 คุณโจเซฟ สุเชาว์วณิช ได้ก่อตั้งบริษัท บางกอกแร้นช์
แต่ธุรกิจแรกของครอบครัว ไม่ได้เริ่มจากเนื้อเป็ด แต่เริ่มจาก “เสื้อขนเป็ด”
ในช่วงเวลานั้น ขนเป็ดเป็นวัตถุดิบที่ค่อนข้างหายาก
คุณโจเซฟจึงต้องซื้อเป็ดเข้ามา เพื่อใช้ขนในการผลิตเสื้อ
แต่หลังจากนำขนเป็ดไปใช้ผลิตเสื้อเสร็จ สิ่งที่เหลืออยู่คือ เนื้อเป็ดจำนวนมาก
คุณโจเซฟ จึงมองว่า น่าจะนำเนื้อเป็ดที่เหลือไปใช้ประโยชน์ได้บ้าง
เขาจึงคิดต่อยอดธุรกิจของครอบครัว และก็เป็นที่มาของการก่อตั้ง บางกอกแร้นช์ ขึ้นมานั่นเอง
โดยธุรกิจของ บางกอกแร้นช์ จะครอบคลุมครบวงจรการผลิต ตั้งแต่ต้นน้ำยันปลายน้ำ คือ
เริ่มตั้งแต่ฟาร์มเพาะเป็ดพ่อพันธุ์แม่พันธุ์ การฟักไข่เป็ด การจำหน่ายลูกเป็ดเนื้อ
รวมถึงการผลิตและจำหน่ายอาหารเป็ด
ปัจจุบัน บางกอกแร้นช์ ทำธุรกิจแบบ Vertical Integration หรือการควบคุมห่วงโซ่อุปทานครบวงจร
ตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ ประกอบด้วย 6 ธุรกิจหลัก คือ
1. ธุรกิจอาหารสัตว์
ผลิตอาหารสัตว์ เพื่อใช้ในการเลี้ยงพ่อแม่พันธุ์เป็ดและเป็ดเนื้อ ทั้งในฟาร์มของบริษัทเองและฟาร์มของเกษตรกรคู่สัญญา
2. ธุรกิจฟาร์มพ่อแม่พันธุ์
นำเข้าพ่อแม่พันธุ์เป็ดจากต่างประเทศมาเลี้ยงในโรงเรือนระบบปิด เพื่อผลิตไข่เป็ดสำหรับขยายพันธุ์เป็นลูกเป็ดเนื้อ สำหรับป้อนเข้าสู่กระบวนการผลิตและจำหน่ายเป็นเนื้อเป็ดคุณภาพสูง
3. ธุรกิจโรงฟักไข่
คัดกรองไข่ที่ได้มาตรฐานส่งต่อไปยังฟาร์มเลี้ยง ส่วนไข่ที่ไม่ได้มาตรฐาน เช่น ไม่ได้ขนาดหรือมีรอยร้าว จะถูกนำไปจำหน่ายให้ลูกค้าทั่วไป
4. ธุรกิจฟาร์มเลี้ยงเป็ดเนื้อ
เลี้ยงลูกเป็ดจนโตเต็มวัย เพื่อส่งเข้าโรงงานชำแหละและเตรียมเข้าสู่กระบวนการแปรรูปต่อไป
5. ธุรกิจโรงงานชำแหละและแปรรูป
เป็ดเนื้อจะถูกนำมาชำแหละและแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ เช่น เป็ดสด, เป็ดแช่แข็ง, เป็ดปรุงสุก สำหรับผลิตภัณฑ์พลอยได้อื่น (เช่น เลือด, เครื่องใน, โครงกระดูก) จะถูกนำไปจำหน่ายในประเทศ และในส่วนของขนเป็ดจะถูกนำไปทำขนเป็ดแบบแห้ง เพื่อส่งออกไปยังต่างประเทศ
6. ธุรกิจอื่น ๆ
ต่อยอดวัตถุดิบเพื่อเพิ่มมูลค่า เช่น โรงงานผลิตบะหมี่, โรงงานไส้กรอก, ธุรกิจร้านอาหาร, ร้านกาแฟแบรนด์ D-Duck และช่องทางขายออนไลน์
นอกจากนี้ บริษัทได้เข้าไปถือหุ้นใหญ่ใน Duck-To Holding B.V. (DTH) ซึ่งเป็นผู้ผลิตเนื้อเป็ดแบบครบวงจร
และเป็นหนึ่งในผู้ผลิตเนื้อเป็ดคุณภาพพรีเมียมชั้นนำของเนเธอร์แลนด์
ซึ่งถือเป็นฐานทัพสำคัญ ในการผลิตและกระจายสินค้าเข้าสู่ตลาดยุโรปโดยตรง
ทำให้ปัจจุบัน บางกอกแร้นช์ มีฐานการผลิตใหญ่ถึง 2 แห่ง คือ ไทย และเนเธอร์แลนด์
ปัจจุบัน บางกอกแร้นช์ ส่งออกผลิตภัณฑ์เนื้อเป็ด ไปกว่า 20 ประเทศ ใน 3 ทวีป
ตลาดส่งออกสำคัญ ได้แก่ ยุโรป ซึ่งถือเป็นตลาดหลักของบริษัท
โซนเอเชีย มีตลาดสำคัญ เช่น ญี่ปุ่น
นอกจากนี้ ผลิตภัณฑ์ของบริษัทยังผ่านการรับรอง ให้ส่งออกไปยังประเทศอื่น ๆ อีกด้วย เช่น เกาหลีใต้, รัสเซีย, แคนาดา
ทีนี้เรามาดูผลประกอบการ ของ บริษัท บางกอกแร้นช์ จํากัด (มหาชน) กันบ้าง
ในปี 2567 บริษัทมีรายได้ 7,386 ล้านบาท กำไร 121 ล้านบาท
โดยสัดส่วนรายได้จากการขายในปี 2567 มาจาก
- ไทย 66%
- เนเธอร์แลนด์ 31%
- อื่น ๆ 3%
และทุก ๆ 100 บาท ที่บริษัททำรายได้ จะแบ่งได้ดังนี้
1. ผลิตภัณฑ์ขายในประเทศ 53 บาท แบ่งเป็น
- เนื้อเป็ด 47 บาท
- ผลิตภัณฑ์พลอยได้และอื่น ๆ 6 บาท
2. ผลิตภัณฑ์ส่งออกต่างประเทศ 30 บาท แบ่งเป็น
- เนื้อเป็ด 24 บาท
- ผลิตภัณฑ์พลอยได้และอื่น ๆ 6 บาท
3. ธุรกิจต้นน้ำ (อาหารสัตว์, ฟาร์ม) 17 บาท
ซึ่งถ้าสังเกตจะพบว่า รายได้ของบริษัทกว่า 83%
มาจากธุรกิจปลายน้ำ หรือก็คือ การขายผลิตภัณฑ์จากเนื้อเป็ดโดยตรง
จากธุรกิจที่เริ่มต้นจากการนำ ขนเป็ดไปทำเสื้อ
วันนี้ บางกอกแร้นช์ ได้กลายเป็น หนึ่งในผู้ผลิตเนื้อเป็ดแบบครบวงจรรายใหญ่ของโลก
ด้วยฐานการผลิตในไทย และเนเธอร์แลนด์
พร้อมส่งออกสินค้าไปกว่า 20 ประเทศทั่วโลก
นอกจากการส่งออกไปต่างประเทศแล้ว ในประเทศไทย ผลิตภัณฑ์ของบริษัท ยังถูกวางจำหน่ายผ่านร้านค้าปลีกสมัยใหม่หลายแห่ง เช่น แม็คโคร, บิ๊กซี และท็อปส์
รวมถึงยังเป็นคนที่ส่งเป็ดให้สุกี้ร้านดังอย่าง “สุกี้ตี๋น้อย” อีกด้วย
รู้จัก “บางกอกแร้นช์” บริษัทที่ส่งเป็ดให้ สุกี้ตี๋น้อย แม็คโคร บิ๊กซี ท็อปส์ | BrandCase
รวมถึงร้านดังอย่าง สุกี้ตี๋น้อย มีบริษัทไทยแห่งหนึ่งอยู่เบื้องหลัง
บริษัทนั้นคือ บางกอกแร้นช์ หนึ่งในผู้ผลิตเนื้อเป็ดรายใหญ่ของไทย
ส่งออกเนื้อเป็ดไปขาย กว่า 20 ประเทศทั่วโลก
https://www.facebook.com/share/p/1BTewoKQ5x/
แล้ว บริษัท บางกอกแร้นช์ จํากัด (มหาชน) มีที่มาอย่างไร และทำธุรกิจอะไรบ้าง ?
BrandCase สรุปให้ แบบเข้าใจง่าย ๆ
ย้อนกลับไปในปี 2527 คุณโจเซฟ สุเชาว์วณิช ได้ก่อตั้งบริษัท บางกอกแร้นช์
แต่ธุรกิจแรกของครอบครัว ไม่ได้เริ่มจากเนื้อเป็ด แต่เริ่มจาก “เสื้อขนเป็ด”
ในช่วงเวลานั้น ขนเป็ดเป็นวัตถุดิบที่ค่อนข้างหายาก
คุณโจเซฟจึงต้องซื้อเป็ดเข้ามา เพื่อใช้ขนในการผลิตเสื้อ
แต่หลังจากนำขนเป็ดไปใช้ผลิตเสื้อเสร็จ สิ่งที่เหลืออยู่คือ เนื้อเป็ดจำนวนมาก
คุณโจเซฟ จึงมองว่า น่าจะนำเนื้อเป็ดที่เหลือไปใช้ประโยชน์ได้บ้าง
เขาจึงคิดต่อยอดธุรกิจของครอบครัว และก็เป็นที่มาของการก่อตั้ง บางกอกแร้นช์ ขึ้นมานั่นเอง
โดยธุรกิจของ บางกอกแร้นช์ จะครอบคลุมครบวงจรการผลิต ตั้งแต่ต้นน้ำยันปลายน้ำ คือ
เริ่มตั้งแต่ฟาร์มเพาะเป็ดพ่อพันธุ์แม่พันธุ์ การฟักไข่เป็ด การจำหน่ายลูกเป็ดเนื้อ
รวมถึงการผลิตและจำหน่ายอาหารเป็ด
ปัจจุบัน บางกอกแร้นช์ ทำธุรกิจแบบ Vertical Integration หรือการควบคุมห่วงโซ่อุปทานครบวงจร
ตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ ประกอบด้วย 6 ธุรกิจหลัก คือ
1. ธุรกิจอาหารสัตว์
ผลิตอาหารสัตว์ เพื่อใช้ในการเลี้ยงพ่อแม่พันธุ์เป็ดและเป็ดเนื้อ ทั้งในฟาร์มของบริษัทเองและฟาร์มของเกษตรกรคู่สัญญา
2. ธุรกิจฟาร์มพ่อแม่พันธุ์
นำเข้าพ่อแม่พันธุ์เป็ดจากต่างประเทศมาเลี้ยงในโรงเรือนระบบปิด เพื่อผลิตไข่เป็ดสำหรับขยายพันธุ์เป็นลูกเป็ดเนื้อ สำหรับป้อนเข้าสู่กระบวนการผลิตและจำหน่ายเป็นเนื้อเป็ดคุณภาพสูง
3. ธุรกิจโรงฟักไข่
คัดกรองไข่ที่ได้มาตรฐานส่งต่อไปยังฟาร์มเลี้ยง ส่วนไข่ที่ไม่ได้มาตรฐาน เช่น ไม่ได้ขนาดหรือมีรอยร้าว จะถูกนำไปจำหน่ายให้ลูกค้าทั่วไป
4. ธุรกิจฟาร์มเลี้ยงเป็ดเนื้อ
เลี้ยงลูกเป็ดจนโตเต็มวัย เพื่อส่งเข้าโรงงานชำแหละและเตรียมเข้าสู่กระบวนการแปรรูปต่อไป
5. ธุรกิจโรงงานชำแหละและแปรรูป
เป็ดเนื้อจะถูกนำมาชำแหละและแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ เช่น เป็ดสด, เป็ดแช่แข็ง, เป็ดปรุงสุก สำหรับผลิตภัณฑ์พลอยได้อื่น (เช่น เลือด, เครื่องใน, โครงกระดูก) จะถูกนำไปจำหน่ายในประเทศ และในส่วนของขนเป็ดจะถูกนำไปทำขนเป็ดแบบแห้ง เพื่อส่งออกไปยังต่างประเทศ
6. ธุรกิจอื่น ๆ
ต่อยอดวัตถุดิบเพื่อเพิ่มมูลค่า เช่น โรงงานผลิตบะหมี่, โรงงานไส้กรอก, ธุรกิจร้านอาหาร, ร้านกาแฟแบรนด์ D-Duck และช่องทางขายออนไลน์
นอกจากนี้ บริษัทได้เข้าไปถือหุ้นใหญ่ใน Duck-To Holding B.V. (DTH) ซึ่งเป็นผู้ผลิตเนื้อเป็ดแบบครบวงจร
และเป็นหนึ่งในผู้ผลิตเนื้อเป็ดคุณภาพพรีเมียมชั้นนำของเนเธอร์แลนด์
ซึ่งถือเป็นฐานทัพสำคัญ ในการผลิตและกระจายสินค้าเข้าสู่ตลาดยุโรปโดยตรง
ทำให้ปัจจุบัน บางกอกแร้นช์ มีฐานการผลิตใหญ่ถึง 2 แห่ง คือ ไทย และเนเธอร์แลนด์
ปัจจุบัน บางกอกแร้นช์ ส่งออกผลิตภัณฑ์เนื้อเป็ด ไปกว่า 20 ประเทศ ใน 3 ทวีป
ตลาดส่งออกสำคัญ ได้แก่ ยุโรป ซึ่งถือเป็นตลาดหลักของบริษัท
โซนเอเชีย มีตลาดสำคัญ เช่น ญี่ปุ่น
นอกจากนี้ ผลิตภัณฑ์ของบริษัทยังผ่านการรับรอง ให้ส่งออกไปยังประเทศอื่น ๆ อีกด้วย เช่น เกาหลีใต้, รัสเซีย, แคนาดา
ทีนี้เรามาดูผลประกอบการ ของ บริษัท บางกอกแร้นช์ จํากัด (มหาชน) กันบ้าง
ในปี 2567 บริษัทมีรายได้ 7,386 ล้านบาท กำไร 121 ล้านบาท
โดยสัดส่วนรายได้จากการขายในปี 2567 มาจาก
- ไทย 66%
- เนเธอร์แลนด์ 31%
- อื่น ๆ 3%
และทุก ๆ 100 บาท ที่บริษัททำรายได้ จะแบ่งได้ดังนี้
1. ผลิตภัณฑ์ขายในประเทศ 53 บาท แบ่งเป็น
- เนื้อเป็ด 47 บาท
- ผลิตภัณฑ์พลอยได้และอื่น ๆ 6 บาท
2. ผลิตภัณฑ์ส่งออกต่างประเทศ 30 บาท แบ่งเป็น
- เนื้อเป็ด 24 บาท
- ผลิตภัณฑ์พลอยได้และอื่น ๆ 6 บาท
3. ธุรกิจต้นน้ำ (อาหารสัตว์, ฟาร์ม) 17 บาท
ซึ่งถ้าสังเกตจะพบว่า รายได้ของบริษัทกว่า 83%
มาจากธุรกิจปลายน้ำ หรือก็คือ การขายผลิตภัณฑ์จากเนื้อเป็ดโดยตรง
จากธุรกิจที่เริ่มต้นจากการนำ ขนเป็ดไปทำเสื้อ
วันนี้ บางกอกแร้นช์ ได้กลายเป็น หนึ่งในผู้ผลิตเนื้อเป็ดแบบครบวงจรรายใหญ่ของโลก
ด้วยฐานการผลิตในไทย และเนเธอร์แลนด์
พร้อมส่งออกสินค้าไปกว่า 20 ประเทศทั่วโลก
นอกจากการส่งออกไปต่างประเทศแล้ว ในประเทศไทย ผลิตภัณฑ์ของบริษัท ยังถูกวางจำหน่ายผ่านร้านค้าปลีกสมัยใหม่หลายแห่ง เช่น แม็คโคร, บิ๊กซี และท็อปส์
รวมถึงยังเป็นคนที่ส่งเป็ดให้สุกี้ร้านดังอย่าง “สุกี้ตี๋น้อย” อีกด้วย