แบงก์ไทยยังเด่น! โบรกชู KBANK–KTB

กระทู้ข่าว


หุ้นวิชั่น – ทีมข่าวหุ้นวิชั่นรายงาน บล.กรุงศรี มองธีมการลงทุนกลุ่มธนาคารเป็น Value Play เพราะธนาคารคงปันผลระดับสูง dividend yield คาดที่ 6-8% ต่อปี โดยคง KBANK และ KTB เป็น Top Pick สำหรับกำไรสุทธิ 1Q26F คาดลดลง y-y จากการลดลงของ NIM สินเชื่อรวม และเงินลงทุน ขณะที่กำไรเพิ่มขึ้น q-q จากการลดลงของค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน (OPEX) ตามปัจจัยฤดูกาล

          ธีมการลงทุน Value Play คง KBANK และ KTB เป็น Top Pick

          เรามองธีมการลงทุนกลุ่มธนาคารเป็น Value Play เพราะธนาคารคงปันผลระดับสูง dividend yield คาดที่ 6-8% ต่อปี ภาพรวมปี 2026F เรามองการบริหารค่าใช้จ่าย ทั้งต้นทุนทางการเงิน ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน (OPEX) และค่าใช้จ่ายสำรอง (credit cost) เป็นประเด็นหลักที่จะช่วยพยุงกำไรสุทธิของธนาคาร รวมถึงการบริหารความเสี่ยงคุณภาพสินทรัพย์ เราคาดสถานการณ์ปัจจุบันเป็นระดับที่ธนาคารสามารถควบคุมได้ สำหรับประเด็นสงครามตะวันออกกลาง เราคาดกลุ่มธนาคารได้รับผลกระทบในด้านค่าครองชีพของลูกหนี้ที่มีแนวโน้มสูงขึ้น ทำให้ความสามารถในการชำระหนี้ลดลง ดังนั้นมีโอกาสเห็นค่าใช้จ่ายสำรองมากกว่าคาด (Fig.13) โดยเราคง KBANK และ KTB เป็น Top Pick

          คาดกำไรสุทธิ 1Q26F ลดลง y-y เพิ่มขึ้น q-q

          เราคาดกำไรสุทธิของกลุ่มธนาคาร 1Q26F ลดลง y-y เพราะ i) การลดลงของรายได้ดอกเบี้ย (NII) จากการลดลงของ NIM จากการปรับลดอัตราดอกเบี้ยการปล่อยสินเชื่อ (M-Rate) ตามดอกเบี้ยนโยบายที่ปรับลง รวมถึงการลดลงของสินเชื่อรวม จากธนาคารคงเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อ และเน้นที่คุณภาพของลูกหนี้เป็นหลัก ii) การลดลงของรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ย (Non-NII) เพราะเงินลงทุน (FVTPL และ Investment) ขณะที่กำไรเพิ่มขึ้น q-q จากการลดลงของค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน (OPEX) จากปัจจัยฤดูกาล

          แนวโน้มผลประกอบการ 2026F

          เราคาดกำไรสุทธิปี 2026F ที่ 2.12 แสนลบ. ลดลง -6% y-y เพราะ i) NIM ปรับลดลง จากทิศทางดอกเบี้ยขาลง การขยายไปกลุ่มที่มีความเสี่ยงต่ำ และการลดภาระดอกเบี้ยให้กับลูกหนี้ในโครงการช่วยเหลือต่างๆ ii) เงินลงทุน (FVTPL และ Investment) ลดลง จากประโยชน์ที่ได้จากพันธบัตรลดลง

ธนาคารคงปันผลน่าสนใจ

          เราคาดธนาคารมีความสามารถในการจ่ายเงินปันผลระดับสูง dividend yield คาดที่ 6-9% ต่อปี เพราะ i) ธนาคารมีเงินกองทุนสูง เห็นได้จากปี 2025 มีเงินกองทุนชั้นที่ 1 ที่เป็นส่วนของเจ้าของ (CET 1) ที่ 14-19% เงินกองทุนรวมชั้นที่ 1 (Tier 1) ที่ 14-20% และอัตราส่วนความเพียงพอของเงินกองทุน (CAR) ที่ 17-22% สูงกว่าเกณฑ์ขั้นต่ำ และส่วนเพิ่มที่ทาง ธปท. กำหนดไว้ CET 1 ที่ 8% Tier 1 ที่ 9.5% และ CAR ที่ 12% ii) ธนาคารไม่มีการลงทุนใหม่ขนาดใหญ่

เพี้ยนแคปเจอร์เพี้ยนขอบคุณ
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่