สิงคาลกสูตร พระไตรปิฎกเล่มที่ 11 พระสุตตันตปิฎก ทีฆนิกาย ปาฏิกวรรค ข้อ 187
ดูกรคฤหบดีบุตร คนดีแต่พูด ท่านพึงทราบว่า ไม่ใช่มิตร เป็นแต่คนเทียมมิตร โดยสถาน ๔ คือ
เก็บเอาของล่วงแล้ว มาปราศรัย ๑
อ้างเอาของที่ยังไม่มาถึง มาปราศรัย ๑
สงเคราะห์ด้วยหาประโยชน์มิได้ ๑
เมื่อกิจเกิดขึ้น แสดงความขัดข้อง (ออกปากพึ่งมิได้) ๑
ดูกรคฤหบดีบุตร คนหัวประจบ ท่านพึงทราบว่า ไม่ใช่มิตร เป็นแต่คนเทียมมิตร โดยสถาน ๔ คือ
ตามใจเพื่อน ให้ทำความชั่ว ๑
ตามใจเพื่อน ให้ทำความดี ๑
ต่อหน้าสรรเสริญ ๑
ลับหลังนินทา ๑
ดูกรคฤหบดีบุตร คนชักชวนในทาง

ท่านจึง
ทราบว่า ไม่ใช่มิตร เป็นแต่คนเทียมมิตร โดยสถาน ๔ คือ
ชักชวน ให้ดื่มน้ำเมา คือ สุราและเมรัย อันเป็นที่ตั้งแห่งความประมาท ๑
ชักชวน ให้เที่ยวตามตรอกต่างๆ ในเวลากลางคืน ๑
ชักชวน ให้เที่ยวดูการมหรสพ ๑
ชักชวน ให้เล่นการพนัน อันเป็นที่ตั้งแห่งความประมาท ๑
ดูกรคฤหบดีบุตร คนปอกลอก ท่านพึงทราบว่า ไม่ใช่มิตร เป็นแต่คนเทียมมิตร โดยสถาน ๔ คือ
เป็นคนคิดเอาแต่ได้ฝ่ายเดียว ๑
เสียให้น้อย คิดเอาให้ได้มาก ๑
ไม่รับทํากิจของเพื่อนในคราวมีภัย ๑
คบเพื่อน เพราะเห็นแก่ประโยชน์ของตัว ๑
มิตรดีแต่พูด บัณฑิตรู้แจ้ง มิตร ๔ จำพวกเหล่านี้ คือ
มิตรปอกลอก ๑
มิตรหัวประจบ ๑
มิตรชักชวนในทาง

๑
ว่าไม่ใช่มิตรแท้ ดังนี้แล้วพึงเว้นเสียให้ห่างไกล เหมือนคนเดินทาง เว้นทางที่มีภัย ฉะนั้นฯ
(แปล) มิตรเทียมคนดีแต่พูด หมายถึง คนที่ชอบพูดถึงอดีต (เช่น เพื่อนขอความช่วยเหลือ ก็จะบอกว่า ถ้าเป็นเมื่อวานก็จะช่วยได้แต่วันนี้ไม่สะดวก) ชอบพูดถึงสิ่งที่ยังไม่เกิดขึ้น (เช่น เอาไว้คราวหน้าจะช่วย) ชอบช่วยเหลือ ในเรื่องที่ไม่จำเป็น แต่พอมีเหตุจำเป็น ก็ไม่ยอมช่วยเหลือ (ดีแต่พูด แต่ไม่เคยช่วย)
คนขี้ประจบ หมายถึงคนที่ไม่เตือนเวลาเพื่อนทำชั่ว
เวลาทำดีก็คล้อยตาม (ทำอะไรก็บอกว่าดี) ต่อหน้าสรรเสริญ แต่ลับหลังนินทา คนพา

หมายถึง
คนที่ชอบชวน ให้ดื่มแอลกอฮอล์ (และยาเสพติด)
คนที่ชอบชวน ให้เที่ยวผู้หญิง (ผู้ชาย) - เที่ยวกลางคืน คนที่ชอบชวน ให้ดูการละเล่น (หนัง ละคร เกม)
คนที่ชอบชวน ให้เล่นการพนัน
คนปอกลอก หมายถึง คนที่เอาแต่ได้ฝ่ายเดียว คนที่อยากเสียน้อย ๆ แต่อยากได้เยอะๆ คนที่ไม่ช่วยยามเพื่อนลำบาก คนที่คบเพื่อหวังผลประโยชน์ของตนฝ่ายเดียว
คน 4 ประเภทอันได้แก่ คนปอกลอก คนดีแต่พูด คนชอบประจบ คนพา

เป็นเพื่อนที่ไม่ดี เราไม่ควรจะคบหา ไม่ควรจะเข้าใกล้ (และเราไม่ควรเป็นคนแบบนี้)
___________________
สิงคาลกสูตร พระไตรปิฎกเล่มที่ 11 พระสุตตันตปิฎก ทีฆนิกาย ปาฏิกวรรค ข้อ 193
ดูกรคฤหบดีบุตร มิตร ๔ จำพวกเหล่านี้ คือ
มิตรมีอุปการะ ๑
มิตรร่วมสุข ร่วมทุกข์ ๑
มิตรแนะประโยชน์ ๑
มิตรมีความรักใคร่ ๑
ท่านพึงทราบว่า เป็นมิตรมีใจดี (เป็นมิตรแท้ ฯ)
ดูกรคฤหบดีบุตร มิตรมีอุปการะ ท่านพึงทราบว่า เป็นมิตรแท้ โดยสถาน ๔ คือ
รักษาเพื่อนผู้ประมาทแล้ว ๑
รักษาทรัพย์สมบัติ ของเพื่อนผู้ประมาทแล้ว
เมื่อมีภัย เป็นที่พึ่งพำนักได้ ๑
เมื่อกิจที่จำต้องทำเกิดขึ้น เพิ่มทรัพย์ให้สองเท่า ๑ เมื่อมีธุระ ช่วยออกทรัพย์ให้เกินกว่าที่ออกปาก ๑
ดูกรคฤหบดีบุตร มิตรร่วมสุขร่วมทุกข์ ท่านพึงทราบว่าเป็นมิตรแท้ โดยสถาน ๔ คือ
บอกความลับ (ของตน) แก่เพื่อน ๑
ปิดความลับของเพื่อน ๑
ไม่ละทิ้งในเหตุอันตราย ๑
แม้ชีวิตก็อาจสละ เพื่อประโยชน์แก่เพื่อนได้ ๑
ดูกรคฤหบดีบุตร มิตรแนะประโยชน์ ท่านพึงทราบว่าเป็นมิตรแท้ โดยสถาน ๔ คือ
ห้ามจากความชั่ว ๑
ให้ตั้งอยู่ในความดี ๑
ให้ได้ฟังสิ่งที่ยังไม่เคยฟัง ๑
บอกทางสวรรค์ให้ ๑
ดูกรคฤหบดีบุตร มิตรมีความรักใคร่ ท่านพึงทราบว่า เป็นมิตรแท้ โดยสถาน ๔ คือ
ไม่ยินดี ด้วยความเสื่อมของเพื่อน ๑
ยินดี ด้วยความเจริญของเพื่อน ๑
ห้าม คนที่กล่าวโทษเพื่อน ๑
สรรเสริญ คนที่สรรเสริญเพื่อน ๑
(แปล) คน 4 ประเภทอันได้แก่
เพื่อนชอบช่วยเหลือ เพื่อนร่วมทุกข์ร่วมสุข เพื่อนแนะนำสิ่งดี เพื่อนที่รักเรา เป็นเพื่อนที่ดี เราควรจะคบหา ควรจะเข้าใกล้ (และควรจะประพฤติตนเป็นเพื่อนแบบนี้)
เพื่อนชอบช่วยเหลือ หมายถึง คนที่ชอบดูแล เวลาเพื่อนประมาท - เมา - หลงผิด
คนที่พยายามรักษาสมบัติของเพื่อน
คนที่เป็นที่พึ่งได้ เวลามีปัญหา
เมื่อเพื่อนมีงาน หรือมีเหตุที่ต้องใช้เงิน เขาก็
ช่วยเรื่องเงินมากกว่าที่ออกปาก 2 เท่า
เพื่อนร่วมทุกข์ร่วมสุข หมายถึง คนที่บอกความลับของตน ปิดความลับของเพื่อน ไม่ทิ้งเวลามีปัญหา
พร้อมสละชีวิตเพื่อเพื่อนได้
เพื่อนพาเจริญ หมายถึง คนที่ห้ามเวลาเพื่อนทำบาป
ส่งเสริมให้ทำบุญ บอกธรรมะดี ๆ ที่ยังไม่เคยฟัง
และชี้ทางได้ขึ้นสวรรค์
เพื่อนที่รักเรา หมายถึงคนที่เสียใจเวลาเพื่อนพบความวิบัติ ดีใจเวลาเพื่อนเจริญรุ่งเรือง เจอคนด่าเพื่อนก็เข้าไปห้าม สรรเสริญคนที่สรรเสริญเพื่อน
_______________
การคบเพื่อนในมุมมองพระไตรปิฎก
ดูกรคฤหบดีบุตร คนดีแต่พูด ท่านพึงทราบว่า ไม่ใช่มิตร เป็นแต่คนเทียมมิตร โดยสถาน ๔ คือ
เก็บเอาของล่วงแล้ว มาปราศรัย ๑
อ้างเอาของที่ยังไม่มาถึง มาปราศรัย ๑
สงเคราะห์ด้วยหาประโยชน์มิได้ ๑
เมื่อกิจเกิดขึ้น แสดงความขัดข้อง (ออกปากพึ่งมิได้) ๑
ดูกรคฤหบดีบุตร คนหัวประจบ ท่านพึงทราบว่า ไม่ใช่มิตร เป็นแต่คนเทียมมิตร โดยสถาน ๔ คือ
ตามใจเพื่อน ให้ทำความชั่ว ๑
ตามใจเพื่อน ให้ทำความดี ๑
ต่อหน้าสรรเสริญ ๑
ลับหลังนินทา ๑
ดูกรคฤหบดีบุตร คนชักชวนในทาง
ทราบว่า ไม่ใช่มิตร เป็นแต่คนเทียมมิตร โดยสถาน ๔ คือ
ชักชวน ให้ดื่มน้ำเมา คือ สุราและเมรัย อันเป็นที่ตั้งแห่งความประมาท ๑
ชักชวน ให้เที่ยวตามตรอกต่างๆ ในเวลากลางคืน ๑
ชักชวน ให้เที่ยวดูการมหรสพ ๑
ชักชวน ให้เล่นการพนัน อันเป็นที่ตั้งแห่งความประมาท ๑
ดูกรคฤหบดีบุตร คนปอกลอก ท่านพึงทราบว่า ไม่ใช่มิตร เป็นแต่คนเทียมมิตร โดยสถาน ๔ คือ
เป็นคนคิดเอาแต่ได้ฝ่ายเดียว ๑
เสียให้น้อย คิดเอาให้ได้มาก ๑
ไม่รับทํากิจของเพื่อนในคราวมีภัย ๑
คบเพื่อน เพราะเห็นแก่ประโยชน์ของตัว ๑
มิตรดีแต่พูด บัณฑิตรู้แจ้ง มิตร ๔ จำพวกเหล่านี้ คือ
มิตรปอกลอก ๑
มิตรหัวประจบ ๑
มิตรชักชวนในทาง
ว่าไม่ใช่มิตรแท้ ดังนี้แล้วพึงเว้นเสียให้ห่างไกล เหมือนคนเดินทาง เว้นทางที่มีภัย ฉะนั้นฯ
(แปล) มิตรเทียมคนดีแต่พูด หมายถึง คนที่ชอบพูดถึงอดีต (เช่น เพื่อนขอความช่วยเหลือ ก็จะบอกว่า ถ้าเป็นเมื่อวานก็จะช่วยได้แต่วันนี้ไม่สะดวก) ชอบพูดถึงสิ่งที่ยังไม่เกิดขึ้น (เช่น เอาไว้คราวหน้าจะช่วย) ชอบช่วยเหลือ ในเรื่องที่ไม่จำเป็น แต่พอมีเหตุจำเป็น ก็ไม่ยอมช่วยเหลือ (ดีแต่พูด แต่ไม่เคยช่วย)
คนขี้ประจบ หมายถึงคนที่ไม่เตือนเวลาเพื่อนทำชั่ว
เวลาทำดีก็คล้อยตาม (ทำอะไรก็บอกว่าดี) ต่อหน้าสรรเสริญ แต่ลับหลังนินทา คนพา
คนที่ชอบชวน ให้ดื่มแอลกอฮอล์ (และยาเสพติด)
คนที่ชอบชวน ให้เที่ยวผู้หญิง (ผู้ชาย) - เที่ยวกลางคืน คนที่ชอบชวน ให้ดูการละเล่น (หนัง ละคร เกม)
คนที่ชอบชวน ให้เล่นการพนัน
คนปอกลอก หมายถึง คนที่เอาแต่ได้ฝ่ายเดียว คนที่อยากเสียน้อย ๆ แต่อยากได้เยอะๆ คนที่ไม่ช่วยยามเพื่อนลำบาก คนที่คบเพื่อหวังผลประโยชน์ของตนฝ่ายเดียว
คน 4 ประเภทอันได้แก่ คนปอกลอก คนดีแต่พูด คนชอบประจบ คนพา
___________________
สิงคาลกสูตร พระไตรปิฎกเล่มที่ 11 พระสุตตันตปิฎก ทีฆนิกาย ปาฏิกวรรค ข้อ 193
ดูกรคฤหบดีบุตร มิตร ๔ จำพวกเหล่านี้ คือ
มิตรมีอุปการะ ๑
มิตรร่วมสุข ร่วมทุกข์ ๑
มิตรแนะประโยชน์ ๑
มิตรมีความรักใคร่ ๑
ท่านพึงทราบว่า เป็นมิตรมีใจดี (เป็นมิตรแท้ ฯ)
ดูกรคฤหบดีบุตร มิตรมีอุปการะ ท่านพึงทราบว่า เป็นมิตรแท้ โดยสถาน ๔ คือ
รักษาเพื่อนผู้ประมาทแล้ว ๑
รักษาทรัพย์สมบัติ ของเพื่อนผู้ประมาทแล้ว
เมื่อมีภัย เป็นที่พึ่งพำนักได้ ๑
เมื่อกิจที่จำต้องทำเกิดขึ้น เพิ่มทรัพย์ให้สองเท่า ๑ เมื่อมีธุระ ช่วยออกทรัพย์ให้เกินกว่าที่ออกปาก ๑
ดูกรคฤหบดีบุตร มิตรร่วมสุขร่วมทุกข์ ท่านพึงทราบว่าเป็นมิตรแท้ โดยสถาน ๔ คือ
บอกความลับ (ของตน) แก่เพื่อน ๑
ปิดความลับของเพื่อน ๑
ไม่ละทิ้งในเหตุอันตราย ๑
แม้ชีวิตก็อาจสละ เพื่อประโยชน์แก่เพื่อนได้ ๑
ดูกรคฤหบดีบุตร มิตรแนะประโยชน์ ท่านพึงทราบว่าเป็นมิตรแท้ โดยสถาน ๔ คือ
ห้ามจากความชั่ว ๑
ให้ตั้งอยู่ในความดี ๑
ให้ได้ฟังสิ่งที่ยังไม่เคยฟัง ๑
บอกทางสวรรค์ให้ ๑
ดูกรคฤหบดีบุตร มิตรมีความรักใคร่ ท่านพึงทราบว่า เป็นมิตรแท้ โดยสถาน ๔ คือ
ไม่ยินดี ด้วยความเสื่อมของเพื่อน ๑
ยินดี ด้วยความเจริญของเพื่อน ๑
ห้าม คนที่กล่าวโทษเพื่อน ๑
สรรเสริญ คนที่สรรเสริญเพื่อน ๑
(แปล) คน 4 ประเภทอันได้แก่
เพื่อนชอบช่วยเหลือ เพื่อนร่วมทุกข์ร่วมสุข เพื่อนแนะนำสิ่งดี เพื่อนที่รักเรา เป็นเพื่อนที่ดี เราควรจะคบหา ควรจะเข้าใกล้ (และควรจะประพฤติตนเป็นเพื่อนแบบนี้)
เพื่อนชอบช่วยเหลือ หมายถึง คนที่ชอบดูแล เวลาเพื่อนประมาท - เมา - หลงผิด
คนที่พยายามรักษาสมบัติของเพื่อน
คนที่เป็นที่พึ่งได้ เวลามีปัญหา
เมื่อเพื่อนมีงาน หรือมีเหตุที่ต้องใช้เงิน เขาก็
ช่วยเรื่องเงินมากกว่าที่ออกปาก 2 เท่า
เพื่อนร่วมทุกข์ร่วมสุข หมายถึง คนที่บอกความลับของตน ปิดความลับของเพื่อน ไม่ทิ้งเวลามีปัญหา
พร้อมสละชีวิตเพื่อเพื่อนได้
เพื่อนพาเจริญ หมายถึง คนที่ห้ามเวลาเพื่อนทำบาป
ส่งเสริมให้ทำบุญ บอกธรรมะดี ๆ ที่ยังไม่เคยฟัง
และชี้ทางได้ขึ้นสวรรค์
เพื่อนที่รักเรา หมายถึงคนที่เสียใจเวลาเพื่อนพบความวิบัติ ดีใจเวลาเพื่อนเจริญรุ่งเรือง เจอคนด่าเพื่อนก็เข้าไปห้าม สรรเสริญคนที่สรรเสริญเพื่อน
_______________