รอยเตอร์ รายงานว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ออกมาเปิดเผยว่า ได้ดำเนินการโจมตีเป้าหมายทางทหารทุกแห่งบนเกาะคาร์ก ซึ่งเป็นศูนย์กลางการส่งออกของอิหร่าน ซึ่งทรัมป์อ้างว่า เป็นการดำเนินการโจมตีทางอากาศที่ทรงพลังที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ตะวันออกกลาง และทำลายเป้าหมายทางทหารทั้งหมดในเกาะคาร์ก ซึ่งเป็นอัญมณีล้ำค่าของอิหร่านอย่างสิ้นเชิง โดยอาวุธที่ทรงพลังและทันสมัยที่สุดเท่าที่โลกเคยมีมา
“ด้วยเหตุผลด้านความเหมาะสม ผมเลือกที่จะไม่ทำลายโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำมันบนเกาะ” ทรัมป์ระบุ
“อย่างไรก็ตาม หากอิหร่านหรือใครก็ตามกระทำการใดๆ ที่ขัดขวางการเดินเรืออย่างเสรีและปลอดภัยผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ผมจะพิจารณาการตัดสินใจนี้อีกครั้งทันที”
ขณะที่ ซีเอ็นเอ็น รายงานว่า เจ้าหน้าที่สหรัฐ ยืนยันกับซีเอ็นเอ็นว่ากองทัพสหรัฐ ได้ปฏิบัติการโจมตีครั้งใหญ่บนเกาะคาร์กแล้ว เจ้าหน้าที่ไม่ได้เปิดเผยว่าเป้าหมายทางทหารทั้งหมดบนเกาะถูกทำลายหรือไม่ ตามที่ทรัมป์กล่าวอ้าง...
ขณะที่อดีตเจ้าหน้าที่กองทัพสหรัฐ เปิดเผยกับซีเอ็นเอ็นว่า การโจมตีเกาะคาร์กของอิหร่าน ซึ่งเป็นท่าเรือส่งออกน้ำมันดิบที่สำคัญ ได้ยกระดับความเสี่ยงในสงครามและอาจทำให้ราคาน้ำมันควบคุมไม่ได้ในที่สุด
พล.ต.มาร์ค คิมมิตต์ อดีตผู้บัญชาการกองทัพสหรัฐ กล่าวว่า นี่หมายความว่าเราได้ยกระดับความเสี่ยงในสงครามนี้ขึ้นอย่างมาก จากเดิมเป็นเพียงกำจัดกองทัพ กำจัดระบอบการปกครอง ตอนนี้เรากำลังพยายามกำจัดเส้นเลือดใหญ่ทางเศรษฐกิจของประเทศ สหรัฐกำลัง “จับเกาะแห่งนี้เป็นตัวประกัน” เพื่อให้แน่ใจว่าอิหร่านจะอนุญาตให้เรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งการปิดช่องแคบดังกล่าวส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบพุ่งสูงขึ้นแล้ว
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : https://www.matichon.co.th/foreign/news_5633720
สหรัฐ ทิ้งระเบิดเป้าหมายทางทหาร เกาะคาร์ก ศูนย์กลางส่งออกน้ำมันของอิหร่าน
“ด้วยเหตุผลด้านความเหมาะสม ผมเลือกที่จะไม่ทำลายโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำมันบนเกาะ” ทรัมป์ระบุ
“อย่างไรก็ตาม หากอิหร่านหรือใครก็ตามกระทำการใดๆ ที่ขัดขวางการเดินเรืออย่างเสรีและปลอดภัยผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ผมจะพิจารณาการตัดสินใจนี้อีกครั้งทันที”
ขณะที่ ซีเอ็นเอ็น รายงานว่า เจ้าหน้าที่สหรัฐ ยืนยันกับซีเอ็นเอ็นว่ากองทัพสหรัฐ ได้ปฏิบัติการโจมตีครั้งใหญ่บนเกาะคาร์กแล้ว เจ้าหน้าที่ไม่ได้เปิดเผยว่าเป้าหมายทางทหารทั้งหมดบนเกาะถูกทำลายหรือไม่ ตามที่ทรัมป์กล่าวอ้าง...
ขณะที่อดีตเจ้าหน้าที่กองทัพสหรัฐ เปิดเผยกับซีเอ็นเอ็นว่า การโจมตีเกาะคาร์กของอิหร่าน ซึ่งเป็นท่าเรือส่งออกน้ำมันดิบที่สำคัญ ได้ยกระดับความเสี่ยงในสงครามและอาจทำให้ราคาน้ำมันควบคุมไม่ได้ในที่สุด
พล.ต.มาร์ค คิมมิตต์ อดีตผู้บัญชาการกองทัพสหรัฐ กล่าวว่า นี่หมายความว่าเราได้ยกระดับความเสี่ยงในสงครามนี้ขึ้นอย่างมาก จากเดิมเป็นเพียงกำจัดกองทัพ กำจัดระบอบการปกครอง ตอนนี้เรากำลังพยายามกำจัดเส้นเลือดใหญ่ทางเศรษฐกิจของประเทศ สหรัฐกำลัง “จับเกาะแห่งนี้เป็นตัวประกัน” เพื่อให้แน่ใจว่าอิหร่านจะอนุญาตให้เรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งการปิดช่องแคบดังกล่าวส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบพุ่งสูงขึ้นแล้ว
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : https://www.matichon.co.th/foreign/news_5633720