ไขปริศนาแมวด้วยฟิสิกส์ เผยความลับทางกายวิภาค ทำไมแมวตกจากที่สูงถึงลงด้วยเท้าเสมอ

กระทู้สนทนา


ปรากฏการณ์ที่แมวสามารถบิดตัวกลางอากาศและลงสู่พื้นด้วยเท้าทั้ง 4 ข้าง ได้อย่างแม่นยำ
เป็นหนึ่งในปริศนาทางวิทยาศาสตร์ที่ถูกศึกษาอย่างต่อเนื่องมานานกว่าศตวรรษ นักวิทยาศาสตร์เรียกปรากฏการณ์นี้ว่า
ปัญหาแมวตกจากที่สูง (Falling Cat Problem) ซึ่งเกี่ยวข้องกับหลักฟิสิกส์เรื่อง การอนุรักษ์โมเมนตัมเชิงมุม
หลักการสำคัญที่ระบุว่า วัตถุที่ไม่มีแรงภายนอกมากระทำไม่สามารถเริ่มหมุนตัวได้เอง
อย่างไรก็ตาม แมวกลับสามารถปรับท่าทางของร่างกายระหว่างตกจากที่สูงได้อย่างน่าทึ่ง

ย้อนกลับไปในปี ค.ศ. 1894 เอเตียน-ฌูลส์ มาเรย์ (Étienne-Jules Marey) นักสรีรวิทยาชาวฝรั่งเศส
ได้ตีพิมพ์ภาพถ่ายความเร็วสูงในวารสาร Nature ซึ่งเผยให้เห็นภาพลำดับการเคลื่อนไหวของแมวขณะตกจากที่สูง

ภาพดังกล่าวแสดงให้เห็นว่าแมวสามารถพลิกตัวกลับสู่ท่าปกติได้ทั้งที่เริ่มตกลงมาโดยไม่มีการหมุนตัวตั้งแต่ต้น
การค้นพบครั้งนั้นกลายเป็นจุดเริ่มต้นของการศึกษาเชิงฟิสิกส์และชีวกลศาสตร์เกี่ยวกับกลไกการเคลื่อนไหวของแมว
และทำให้นักวิทยาศาสตร์ทั่วโลกพยายามไขปริศนานี้มาอย่างยาวนาน

งานวิจัยใหม่ปี 2026 เปิดเผยคำตอบจากกายวิภาคของแมว

ในปี 2026 งานวิจัยใหม่ที่ตีพิมพ์ในวารสาร The Anatomical Record ได้ให้คำอธิบายเพิ่มเติมที่สำคัญ
โดยชี้ว่า ความลับไม่ได้อยู่ที่ฟิสิกส์เพียงอย่างเดียว แต่ยังเกี่ยวข้องกับโครงสร้างทางกายวิภาคของแมวโดยตรง

ทีมวิจัยนำโดย ยาสึโอะ ฮิกุราชิ (Yasuo Higurashi) นักสรีรวิทยาสัตว์แพทย์จากมหาวิทยาลัยยามากุจิ (Yamaguchi University) ประเทศญี่ปุ่น
ได้ศึกษากระดูกสันหลังของแมวอย่างละเอียด โดยใช้ตัวอย่างซากแมวบริจาคจำนวน 5 ตัว
ซึ่งยังคงรักษาโครงสร้างเอ็นและหมอนรองกระดูกไว้ตามธรรมชาติ
การศึกษานี้มุ่งเน้นไปที่ความแตกต่างของการเคลื่อนไหวระหว่างส่วนต่าง ๆ ของกระดูกสันหลัง
ซึ่งเป็นส่วนสำคัญต่อการควบคุมท่าทางของร่างกายระหว่างการตก

นักวิจัยได้แบ่งกระดูกสันหลังของแมวออกเป็นสองส่วนหลัก ได้แก่ กระดูกสันหลังส่วนอก (Thoracic Vertebrae)
ซึ่งอยู่บริเวณครึ่งหน้าของลำตัว และกระดูกสันหลังส่วนเอว (Lumbar Vertebrae)
ซึ่งอยู่บริเวณครึ่งหลัง จากนั้นจึงนำตัวอย่างไปทดสอบในเครื่องวัดแรงบิด หรือ Torsion Rig
เพื่อวิเคราะห์ค่าทางชีวกลศาสตร์ เช่น มุมการหมุน ความแข็งของโครงสร้าง
และช่วงการเคลื่อนไหวที่ใช้แรงน้อยที่สุด ซึ่งเรียกว่า Neutral Zone

ความแตกต่างของกระดูกสันหลังที่ทำให้แมวหมุนตัวกลางอากาศได้

ผลการทดลองเผยให้เห็นความแตกต่างที่ชัดเจนระหว่างกระดูกสันหลังทั้งสองส่วน
โดยกระดูกสันหลังส่วนอกซึ่งเป็นครึ่งหน้าของลำตัว
มีความยืดหยุ่นมากกว่าส่วนเอวอย่างมีนัยสำคัญ

ข้อมูลจากการทดลองพบว่า กระดูกสันหลังส่วนหน้าของแมวมีช่วงการเคลื่อนไหวมากกว่าส่วนหลังประมาณ 3 เท่า และมีความแข็งของโครงสร้างต่ำกว่าประมาณหนึ่งในสาม ความแตกต่างนี้ทำให้ลำตัวครึ่งหน้าของแมวสามารถบิดหมุนได้ง่ายกว่าอย่างมาก

นอกจากนี้ กระดูกสันหลังส่วนอกยังมี Neutral Zone หรือช่วงการเคลื่อนไหวที่ต้องใช้แรงน้อยที่สุดกว้างถึงประมาณ 47 องศา
ในขณะที่กระดูกสันหลังส่วนเอวแทบไม่มีช่วงดังกล่าวเลย
ซึ่งหมายความว่าส่วนหลังของแมวมีโครงสร้างที่แข็งแรงและมั่นคงกว่า
โครงสร้างที่แตกต่างกันนี้ทำให้แมวสามารถควบคุมการหมุนตัวของร่างกายได้อย่างแม่นยำ
โดยใช้ส่วนหน้าของลำตัวเป็นตัวเริ่มต้นการเคลื่อนไหว ก่อนที่ส่วนหลังจะหมุนตามในภายหลัง

การทดลองกับแมวจริงและการบันทึกภาพความเร็วสูง

และเพื่อยืนยันว่ากลไกทางกายวิภาคนี้ทำงานอย่างไรในสถานการณ์จริง นักวิจัยได้ทำการทดลองกับแมวมีชีวิตจำนวน 2 ตัว
โดยปล่อยให้แมวตกลงมาบนเบาะรองรับที่นุ่มจากความสูงประมาณ 1 เมตร การทดลองนี้ดำเนินการทั้งหมด 16 ครั้ง
โดยแมวแต่ละตัวถูกทดสอบจำนวน 8 ครั้ง พร้อมบันทึกภาพด้วยกล้องความเร็วสูง
ซึ่งสามารถจับการเคลื่อนไหวในระดับเสี้ยววินาทีได้อย่างละเอียด

ผลการวิเคราะห์ภาพพบว่า แมวไม่ได้หมุนตัวทั้งลำตัวพร้อมกันในลักษณะต่อเนื่องอย่างที่หลายคนเข้าใจ
แต่การหมุนตัวเกิดขึ้นเป็นลำดับขั้น โดยลำตัวครึ่งหน้าจะเริ่มหมุนก่อน จากนั้นลำตัวครึ่งหลังจึงหมุนตามมา
โดยระยะเวลาระหว่างการหมุนของสองส่วนนี้อยู่ที่ประมาณ 72 ถึง 94 มิลลิวินาที
ซึ่งเทียบเท่ากับเวลาเพียงไม่ถึงหนึ่งในสิบของวินาที แต่ก็เพียงพอให้แมวปรับท่าทางของร่างกายให้พร้อมสำหรับการลงจอด

กลไกทางชีวกลศาสตร์ที่ทำให้แมวลงพื้นได้อย่างปลอดภัย

นักวิจัยอธิบายว่า การหมุนตัวแบบแยกส่วนของแมวเกิดจากการทำงานร่วมกันของหลายปัจจัย
ทั้งความยืดหยุ่นของกระดูกสันหลัง การกระจายมวลของร่างกาย และการควบคุมกล้ามเนื้ออย่างแม่นยำ
ลำตัวครึ่งหน้าของแมวมีมวลเพียงประมาณครึ่งหนึ่งของลำตัวครึ่งหลัง และมีโครงสร้างที่ยืดหยุ่นมากกว่า
จึงสามารถหมุนได้ก่อน เมื่อส่วนหน้าหมุนเข้าสู่ท่าที่ถูกต้องแล้ว ส่วนหลังที่มีมวลมากกว่าและแข็งกว่าจึงจะหมุนตามเพื่อจัดสมดุลของร่างกายทั้งหมด

กลไกนี้ทำให้แมวสามารถเปลี่ยนทิศทางของร่างกายกลางอากาศได้ แม้จะไม่มีแรงภายนอกมากระทำ
ซึ่งเป็นตัวอย่างที่น่าสนใจของการใช้โครงสร้างทางชีววิทยาเพื่อหลีกเลี่ยงข้อจำกัดทางฟิสิกส์ในระบบปิด

นอกจากการช่วยให้แมวลงสู่พื้นได้อย่างปลอดภัยแล้ว โครงสร้างกระดูกสันหลังที่ยืดหยุ่นนี้ยังมีบทบาทสำคัญต่อความคล่องตัวของแมวในชีวิตประจำวัน เช่น การวิ่งแบบก้าวกระโดด หรือ Galloping การกระโดดไล่ล่าเหยื่อ และการเลี้ยวอย่างรวดเร็วระหว่างการเคลื่อนไหว

แหล่งที่มา : TNN tech
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่