กรณีรถเมล์ปฏิเสธคนพิการ หรือสิทธิการเดินทางของเราไม่เท่ากัน

กระทู้สนทนา
หรือสิทธิการเดินทางของคนไม่เท่ากัน? จากกรณีรถเมล์ปฏิเสธคนพิการ ถึงคำชี้แจงไทยสมายล์บัส และบทเรียนจากต่างประเทศ
.
เมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2569 มีการเปิดเผยคลิปจากเพจ ‘มูลนิธิกระจกเงา’ ที่เกิดเหตุการณ์ผู้พิการบนวีลแชร์ เข็นตัวเองลงไปบนถนนตัดหน้ารถเมล์ เพื่อให้รถคันดังกล่าวจอดรับ หลังจากรถเมล์ผ่านไปแล้ว 3 คัน โดยมี 1 ใน 3 คันก่อนหน้าจอดรับ โดยมีคนโบกให้ แต่เมื่อแจ้งกับคนขับว่าเป็นคนพิการ ทางคนขับก็ปฏิเสธที่จะรับเขาขึ้นไป

และเพียงหนึ่งวันหลังจากคลิปดังกล่าวถูกเผยแพร่ ในวันที่ 12 มีนาคม ทางบริษัท ไทยสมายล์บัส (Thai Smile Bus) ผู้ให้บริการรถเมล์พลังงานไฟฟ้า ได้ออกแถลงการณ์ชี้แจงต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทันที โดยมีเนื้อความว่า “บริษัทเราไม่มีนโยบายเลือกปฏิบัติต่อผู้โดยสาร พร้อมยินดีให้บริการผู้โดยสารทุกคนอย่างเท่าเทียม เหตุการณ์เกิดขึ้นบริษัทไม่นิ่งนอนใจ จะเร่งตรวจสอบ หากพบว่าพนักงานคนไหนไม่เต็มใจให้บริการผู้โดยสารทุกคนอย่างเท่าเทียม หรือมีการปฏิเสธการรับผู้โดยสาร เราจะลงโทษตามมาตรการของบริษัทอย่างแน่นอน ขอบคุณมูลนิธิกระจกเงา”
.
อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์นี้ที่ทำให้เกิดเสียงวิจารณ์และคำถามต่อระบบขนส่งในประเทศอย่างกว้างขวาง ในประเด็นที่ว่ารถสาธารณะก็ควรจะให้บริการผู้โดยสารทุกคนอย่างเท่าเทียม และควรจะมีสิ่งอำนวยความสะดวกที่ทั่วถึง และนี่คือตัวอย่างของการล้มเหลวเชิงโครงสร้างโดยรวม ที่ทำให้ผู้พิการต้องดิ้นรนและตัดสินใจเข้าไปขวางทางรถเมล์อย่างเลือกไม่ได้
.
ในเหตุการณ์นี้ จึงชวนให้เรานึกถึงประเทศอื่นๆ ที่มีระบบขนส่งสาธารณะที่ขึ้นชื่อเรื่องประสิทธิภาพและออกแบบมาพร้อมใช้งานสำหรับทุกคนอย่างเท่าเที่ยว ไม่ว่าจะเป็นออสเตรเลีย, ฝรั่งเศส,​ สหรัฐอเมริกา หรือที่ใกล้ตัวประเทศไทยกหน่อยก็อย่างประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเป็นประเทศที่ใช้ระบบในการบริการ แทนที่จะพึ่งพาอาศัยตัวบุคคล
.
สำหรับประเทศญี่ปุ่นจะมีรถเมล์รุ่นใหม่และมีกระบวนการที่ชัดเจน พนักงานทุกคนจะได้รับการฝึกให้ช่วยเหลือ เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้พิการ โดยรถเมล์ส่วนมากจะเป็นแบบรถบัสชานต่ำที่มีพื้นเสมอกับทางเท้า แม้ว่าการใช้งานทางลาดจะยังต้องพึ่งพาคนขับให้ลงมาติดตั้งอุปกรณ์ แต่ความต่างคือความเต็มใจในการรับผิดชอบหน้าที่ เพราะพนักงานจะมองว่านี่คือขั้นตอนปกติของการทำงาน
.
นอกจากนี้ก็ยังมีการระบุพื้นที่สำหรับรถเข็นไว้อย่างชัดเจน ทั้งบนรถบัสและรถไฟชินคันเซ็น ทำให้ผู้พิการสามารถวางแผนการเดินทางได้ล่วงหน้า และพนักงานก็รู้หน้าที่ของตนเองทันทีเมื่อเห็นผู้ใช้รถเข็นรออยู่ที่ป้าย อย่างไรก็ตาม แม้แต่ในญี่ปุ่นเองก็ยังมีข้อจำกัด ข้อมูลระบุว่าระดับการเข้าถึงในเขตชนบทยังไม่ครอบคลุมเท่าในเมืองใหญ่
.
หรือในกรณีของประเทศแคนาดาก็มีกฎชัดเจนว่ารถโดยสารจะต้องติดตั้งลิฟต์ ทางลาด หรือแผ่นเชื่อมต่อเพื่ออำนวยความสะดวก ในการขึ้นรถของผู้โดยสารพิการ และถ้าหากมีการร้องขอ จะต้องเผื่อเวลาเพิ่มเติมเพื่อให้ผู้โดยสารพิการได้ขึ้นรถก่อนผู้โดยสารคนอื่นๆ
.
กรณีคลิปไวรัลของมูลนิธิกระจกเงาและการออกมาแถลงการณ์ของไทยสมายล์บัส เป็นส่วนหนึ่งของปัญหาในสังคมไทยที่ฝังรากลึกมายาวนานนาน และการจะทำให้ขนส่งสาธารณะเป็นของ ‘ทุกคน’ ได้นั้น ต้องทำด้วยกันทุกภาคส่วน ตั้งแต่ระบบ กฎหมาย ไปจนถึงผู้ให้บริการ
.
ที่มา : BrandThink
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่